วิศวะขี้เก๊ก กับยัยเด็กโก๊ะตัวแสบ•ตอนที่ 5

เมื่อเพื่อนตัวดีเริ่มปฏิบัติการ

ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
“ถ้าแกยังทำหน้าเหวอเหมือนปลาทองขาดน้ำแบบนี้อยู่ ฉันจะจับแกยัดใส่ล็อคเกอร์คณะวิศวะให้พี่ธันเขามาเปิดเองเลยนะพาย!” เสียงแหลมสูงของมินนี่ดังขึ้นทันทีที่พายเดินเข้ามาในคาเฟ่หลังตึกคณะ พายสะดุ้งสุดตัวจนเผลอปัดแก้วชาเย็นบนโต๊ะจนเกือบหก มินนี่คว้าแก้วไว้ได้ทันพร้อมกับทำหน้าเอือมระอาใส่เพื่อนสนิทที่ยืนทำตาโตเป็นไข่ห่าน “มินนี่! เบาๆ หน่อยสิ คนมองกันทั้งร้านแล้วนะ” พายกระซิบเสียงสั่น พลางหย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้ด้วยท่าทางเงอะงะเหมือนคนทำอะไรไม่ถูก มือไม้พันกันไปหมด “ก็แกนั่นแหละที่ทำตัวน่าหงุดหงิด! เห็นสายตาพี่ธันตอนที่มองแกที่ตึกเมื่อกี้ไหม? สายตาแบบนั้นน่ะ ถ้าไม่ใช่คนซึนระดับสิบเขาก็ต้องเป็นคนที่มีอะไรในใจมากๆ แล้วแกยังจะมาทำตัวซื่อบื้อไม่รู้เรื่องรู้ราวอีกเหรอ” มินนี่หรี่ตาจ้องมองเพื่อนรักราวกับจะค้นหาคำตอบในสมองอันแสนโก๊ะของคนตรงหน้า พายเม้มปากแน่น ภาพใบหน้าเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความกดดันของธันที่ตึกเมื่อครู่ยังคงฉายชัดในหัว ข้อความลึกลับในโทรศัพท์กับสายตาคู่นั้น... มันหมายความว่าอย่างไรกันแน่? “เขาอาจจะแค่โกรธที่ฉันทำสมุดโปรเจกต์เขาเปียกน้ำก็ได้นะ...” พายพึมพำเสียงแผ่ว มินนี่ตบโต๊ะดัง ‘ปัง’ จนคนข้างโต๊ะหันมามอง “โอ๊ย! ยัยพาย! สมุดนั่นมันแค่เรื่องขี้ผงย่ะ พี่ธันน่ะเหรอจะมานั่งจ้องแกแทบกินเลือดกินเนื้อเพราะเรื่องแค่นั้น ถ้าเป็นเรื่องงานเขาคงเฉ่งแกไปตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็นแล้ว แต่นี่เขายืนนิ่ง... นิ่งเหมือนรอดูว่าแกจะวิ่งหนีเขา หรือจะเดินเข้าไปหาเขาต่างหาก” พายชะงัก เธอเริ่มคิดตามคำพูดของเพื่อนสนิท จริงอยู่ที่ธันปากร้ายและชอบทำท่าหงุดหงิดใส่ แต่ทุกครั้งที่เธอมีปัญหา ไม่ว่าจะเรื่องเล็กน้อยอย่างทำปากกาหาย หรือเรื่องใหญ่ที่เผลอทำคอฟฟี่หกใส่เสื้อกาวน์รุ่นพี่ เขาก็มักจะเป็นคนแรกที่โผล่มาจัดการด้วยท่าทางรำคาญๆ แต่แฝงไปด้วยความใส่ใจเสมอ “แล้ว... ฉันควรทำยังไงล่ะ?” พายถามเสียงอ่อย มินนี่แสยะยิ้มแบบนางร้ายในละครหลังข่าวที่พายเห็นแล้วต้องขนลุก “แผนที่สอง เริ่มปฏิบัติการพรุ่งนี้! งานแฟร์มหาลัยช่วงเย็น พี่ธันต้องอยู่เวรซุ้มเครื่องจักรกล ส่วนแก... ฉันลงชื่อให้แกไปช่วยงานฝ่ายจัดเลี้ยงตรงโซนใกล้ๆ ซุ้มเขาพอดี” “ไม่เอานะมินนี่! ถ้าฉันไป เดี๋ยวก็ไปทำซุ่มซ่ามพังงานเขาอีกหรอก พี่ธันได้ดุฉันหูชาแน่!” พายปฏิเสธพัลวัน “นั่นแหละคือโอกาส! คนซึนๆ แบบนั้นน่ะ ถ้าแกไม่ทำให้เขาต้อง ‘ออกตัว’ มาช่วยแก แกก็จะไม่มีวันรู้หรอกว่าในใจเขาคิดอะไรอยู่ เอาน่า... แค่ทำให้เขาห่วงจนทนไม่ไหว แค่นี้เขาก็หลุดปากออกมาเองแหละว่าเขารู้สึกยังไงกับแก” มินนี่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดกุกกัก “จัดการเรียบร้อย! พรุ่งนี้หกโมงเย็น เจอกันที่ลานกิจกรรม เตรียมตัวไว้เลยนะแม่คุณ!” *** เย็นวันรุ่งขึ้น ณ ลานกิจกรรมมหาลัยที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน เสียงดนตรีดังกระหึ่มและแสงไฟประดับประดาทำให้บรรยากาศดูครึกครื้น แต่พายกลับรู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าสู่ลานประหาร เธอสวมผ้ากันเปื้อนสีฟ้าอ่อน มือสั่นเทาขณะยกถาดคัพเค้กเดินผ่านซุ้มวิศวะ ธันยืนอยู่ตรงนั้น... เสื้อช็อปสีน้ำเงินเข้มแขนพับขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นเส้นเลือดที่แขนดูแข็งแรง เขากำลังสาละวนอยู่กับการปรับจูนเครื่องจักรกลโชว์ ท่ามกลางสาวๆ คณะอื่นที่ยืนรุมล้อมชื่นชมไม่ขาดสาย ‘ไม่ต้องไปสนใจ... แค่เดินผ่านไปก็พอ’ พายบอกตัวเอง แต่ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังจะเดินผ่าน พื้นที่ตรงนั้นกลับมีน้ำหกอยู่โดยที่ไม่มีใครสังเกต ด้วยความที่พายกำลังเกร็งและมัวแต่มองหาจังหวะหลบสายตาคนในซุ้ม ทำให้เท้าของเธอเหยียบเข้ากับคราบน้ำนั้นเต็มรัก! “ว้าย!” ร่างของพายเสียหลัก ถาดคัพเค้กในมือลอยละลิ่วไปในอากาศ พายหลับตาแน่นเตรียมรับแรงกระแทกกับพื้นปูนที่แข็งเย็น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่ใช่ความเจ็บปวด... สัมผัสอุ่นๆ จากมือหนาคว้าเอวเธอไว้แน่น ก่อนที่ร่างของเธอจะปะทะเข้ากับแผงอกแกร่งที่เต็มไปด้วยกลิ่นจางๆ ของน้ำมันเครื่องและน้ำหอมสะอาดๆ ดวงตากลมโตของพายค่อยๆ ลืมขึ้น และสิ่งที่เห็นคือใบหน้าคมคายของธันที่อยู่ห่างไปไม่ถึงคืบ แววตาของเขาดูตกใจระคนโกรธจัด “ซุ่มซ่ามไม่เปลี่ยนเลยนะ... ยัยเด็กบริหาร” เสียงทุ้มต่ำดุเบาๆ แต่ทว่ามือที่โอบเอวเธอกลับไม่ได้ผละออกไปไหน “พะ... พี่ธัน” พายใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก “มัวแต่เหม่ออะไรนักหนาหืม? ถ้าฉันไม่หันมาเห็น แกได้ลงไปนอนจูบพื้นลานกิจกรรมโชว์ชาวบ้านแน่” เขาพูดพลางขยับตัวให้เธอทรงตัวได้ แต่ในจังหวะนั้นเอง สายตาเขาก็เหลือบไปเห็นใครบางคนที่เดินตรงเข้ามาทางนี้ “อ้าว ธัน! ทำอะไรอยู่เหรอ? พายน่ะ ขอบใจมากนะที่มาช่วยงานฝ่ายจัดเลี้ยง ว่าแต่... ให้พี่ช่วยถือไหม เดี๋ยวพี่พาไปส่งที่ซุ้มบริหารเอง” เสียงของ ‘คีย์’ รุ่นพี่บริหารฯ ที่พายจำได้ดีดังขึ้น พร้อมกับมือที่ยื่นมาแตะไหล่พายอย่างถือวิสาสะ ธันขมวดคิ้วฉับ บรรยากาศรอบตัวเขาเย็นเยียบขึ้นในทันที มือที่โอบเอวพายอยู่กระชับแน่นขึ้นจนเธอรู้สึกได้ถึงแรงบีบที่บ่งบอกถึงความหงุดหงิดอย่างรุนแรง เขากระตุกยิ้มมุมปากที่ดูอันตรายจนคีย์ชะงัก “ไม่จำเป็นครับพี่คีย์” ธันเอ่ยน้ำเสียงเรียบแต่หนักแน่น “พอดีเด็กคนนี้... กำลังติด ‘งานสำคัญ’ ที่ต้องสะสางกับผมต่อ ให้พายไปกับพี่ตอนนี้ เห็นทีจะไม่ได้หรอกครับ เพราะผมยังสอนวิธี ‘เดินให้ตรงทาง’ ไม่เสร็จ” ธันไม่รอคำตอบ เขาคว้าข้อมือพายแล้วลากออกไปจากตรงนั้นทันที ท่ามกลางสายตาอึ้งๆ ของคีย์และกลุ่มเพื่อนที่ยืนดูอยู่ใกล้ๆ พายที่ถูกลากเดินตามก้นคนตัวโตไปอย่างงุนงง “พะ...พี่ธัน จะพาไปไหนคะ? งานฉันยังไม่เสร็จนะ!” ธันหยุดเดินกะทันหันก่อนจะหันกลับมาประจันหน้ากับเธอในมุมลับตาคนหลังอาคารหอประชุม แววตาของเขาในตอนนี้ไม่ได้ดูหงุดหงิดเหมือนเมื่อครู่ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งจนพายแทบกลั้นหายใจ “งานน่ะช่างมันเถอะ” เขาโน้มหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบชิดกัน “ตอบมาก่อนดีกว่า... ว่าไอ้ที่ส่งข้อความมาหาฉันเมื่อวาน ว่า ‘อยากรู้อะไรบางอย่าง’ น่ะ จนถึงตอนนี้... ยังอยากรู้อยู่ไหม?” หัวใจพายเต้นระรัวจนแทบไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง นี่เขารู้ตัวแล้วเหรอ? หรือว่า... ข้อความนั้นไม่ใช่ของคนอื่น แต่เป็นสิ่งที่เขารอคอยให้เธอเป็นคนถามออกมาเองจริงๆ? ธันขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะแตะกัน “ว่าไง... อยากรู้ไหมล่ะ ว่าทำไมฉันถึงต้องคอยตามรังควานแกไม่ให้คลาดสายตาแบบนี้” จังหวะที่พายกำลังจะอ้าปากตอบ เสียงโทรศัพท์ของธันก็ดังขึ้นขัดจังหวะ เขาชะงักและก้มลงมองหน้าจอเพียงแวบเดียว ก่อนที่ใบหน้าของเขาจะเปลี่ยนจากความอ่อนโยนกลายเป็นความเคร่งเครียดสุดขีดในพริบตา เขารีบปล่อยมือจากพายแล้วถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว “ขอโทษนะ... ฉันต้องไปเดี๋ยวนี้” เขาทิ้งท้ายไว้เพียงแค่นั้นก่อนจะหันหลังวิ่งออกไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย ทิ้งให้พายยืนนิ่งงันอยู่กลางความมืดกับคำถามที่ยังไม่ได้คำตอบ และความรู้สึกแปลกๆ ที่เหมือนจะมีพายุใหญ่กำลังก่อตัวขึ้นหลังจากนี้ ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่รักทุกคนนะคะ ที่คอยเป็นกำลังใจให้นักเขียนมือใหม่คนนี้เสมอค่ะ!
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊ก กับยัยเด็กโก๊ะตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%