“ธัน... หยุดก่อน! อย่าเพิ่งลงจากรถนะ!”
เสียงของพายร้อนรนจนเกือบจะเป็นเสียงกรีดร้อง มือเล็กที่สั่นเทาคว้าหมับเข้าที่แขนเสื้อนักศึกษาของคนข้างกาย ทว่าสายไปเสียแล้ว เมื่อร่างสูงโปร่งของเดือนวิศวะผู้มีใบหน้าเรียบเฉยเป็นอาวุธประจำกาย ดันเปิดประตูรถสปอร์ตคันหรูออกไปก่อนที่เธอจะทันได้ห้ามปราม
“ทำไม? บ้านเธอมันมีระเบิดหรือไงพาย ถึงได้ทำหน้าเหมือนจะไปลานประหารแบบนั้น”
ธันเลิกคิ้วมองหญิงสาวที่นั่งตัวเกร็งอยู่เบาะข้างๆ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของเขาที่ยังอบอวลอยู่ในรถทำให้พายรู้สึกใจคอไม่ดี มือหนาจัดทรงผมที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยก่อนจะก้าวขาลงจากรถอย่างมั่นใจ ทิ้งให้พายได้แต่กุมขมับด้วยความกังวลขั้นสุด
นี่ไม่ใช่แค่การมาส่งที่บ้าน แต่มันคือ ‘ภารกิจวัดใจ’ ที่พายไม่เคยเตรียมตัวมาก่อน!
“ไม่ใช่ระเบิดค่ะ... แต่เป็นคุณแม่ของพายต่างหาก!” พายพึมพำกับตัวเองขณะรีบปลดเข็มขัดนิรภัยแล้ววิ่งอ้อมไปหาธันที่ยืนกอดอกพิงรถรออยู่หน้าบ้านรั้วเตี้ยสีขาวสะอาดตา
“สวัสดีครับ”
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของธันดังขึ้นทันทีที่ประตูรั้วไม้ถูกเปิดออก โดยคนที่เปิดไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น ‘คุณหญิงรินดา’ ผู้เป็นมารดาของพายนั่นเอง ท่านยืนถือตะกร้าดอกไม้กรรไกรตัดแต่งกิ่งค้างไว้กลางอากาศ ดวงตาคู่สวยใต้กรอบแว่นจ้องมองชายหนุ่มแปลกหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
“เอ่อ... แม่คะ! นี่พี่ธันค่ะ รุ่นพี่ที่คณะ... คือเขามาส่งพายเฉยๆ ค่ะ” พายรีบแทรกตัวเข้าไปขวางกลาง พยายามส่งสายตาอ้อนวอนให้แม่ แต่อีกฝ่ายกลับเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง
“รุ่นพี่?” คุณหญิงรินดาทวนคำ น้ำเสียงนิ่งเรียบจนธันต้องขยับตัวยืนตรงโดยสัญชาตญาณ “แล้วทำไมต้องมาส่งถึงบ้าน? ปกติเพื่อนผู้ชายที่มาส่งลูกแม่ มักจะมี ‘เหตุผลพิเศษ’ เสมอนะคะ”
บรรยากาศเริ่มกดดันขึ้นอย่างรวดเร็ว ธันไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนก เขายังคงรักษาความสงบนิ่งตามฉบับวิศวะปี 3 ต่างจากพายที่ยืนเหงื่อตกจนแทบจะละลายไปกับพื้น
“ผมธันครับ” เขาโค้งตัวลงเล็กน้อยอย่างมีมารยาท แววตาคมกริบจ้องตอบสายตาผู้ใหญ่ด้วยความเด็ดเดี่ยว “ที่ผมมาส่งวันนี้ เพราะพายเผลอทำกระเป๋าสตางค์ตกในรถผมครับ ผมไม่ชอบค้างคาใจ เลยอยากเอามาคืนให้ถึงมือเจ้าของด้วยตัวเอง”
“อ้อ... งั้นเหรอคะ” คุณหญิงรินดาผ่อนคลายสีหน้าลงนิดหน่อย “งั้นก็เชิญเข้ามาดื่มน้ำเย็นๆ ในบ้านก่อนสิคะ ดูท่าแดดข้างนอกจะทำให้คนแถวนี้ประสาทเสียไปหมดแล้ว”
พายลอบถอนหายใจยาว แต่ความโล่งใจนั้นอยู่ได้ไม่นาน เมื่อเห็นคุณพ่อของเธอ—‘คุณอรรถ’ ซึ่งเป็นอดีตนายทหารเก่า—ก้าวออกมาจากบ้านพร้อมกับหนังสือพิมพ์ในมือ สายตาคมดุของคนเป็นพ่อกวาดมองผู้มาเยือนคนใหม่ด้วยความระแวดระวัง ราวกับกำลังสแกนภัยคุกคามที่อาจจะมาพรากแก้วตาดวงใจไป
“ใครมาน่ะรินดา?” คุณอรรถเอ่ยถามพลางจ้องหน้าธันเขม็ง
“เพื่อนพายค่ะคุณพ่อ” พายรีบตอบเสียงอ่อย
“วิศวะ?” คุณอรรถถามทันทีหลังจากเห็นสัญลักษณ์บนเสื้อช็อปที่ธันเผลอพกติดมาในถุงผ้า “สายแข็งนะเราน่ะ... เข้ามานั่งสิ อยากรู้เหมือนกันว่าเด็กสมัยนี้จะกล้าเผชิญหน้ากับคนรุ่นผมได้สักกี่น้ำ”
ธันไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแค่พยักหน้ารับอย่างนอบน้อม ก่อนจะเดินตามเข้าบ้านไป ทิ้งให้พายยืนเคว้งอยู่หน้าประตูบ้านด้วยความรู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าสู่สมรภูมิที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ภายในห้องนั่งเล่นที่ตกแต่งอย่างหรูหราแต่ดูอบอุ่น ธันนั่งลงบนโซฟาหนังสีน้ำตาลอย่างสำรวม พายรีบไปรินน้ำมาเสิร์ฟด้วยอาการมือไม้สั่นจนเกือบจะทำแก้วแตก ดีที่ธันเอื้อมมือไปประคองแก้วไว้ได้ทัน สายตาที่เขามองพายมันเต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเย็นชา ทำให้หัวใจที่เต้นรัวของพายค่อยๆ สงบลงบ้าง
“คุณธันเรียนอยู่ปีไหน?” คุณอรรถเปิดบทสนทนาด้วยน้ำเสียงดุดัน
“ปี 3 ครับท่าน”
“แล้วชอบพายตรงไหน?”
“แคก!” พายที่เพิ่งดื่มน้ำเข้าไปสำลักจนหน้าแดงก่ำ “คุณพ่อคะ! ถามอะไรแบบนั้นล่ะ!”
ธันหันมามองพายแวบหนึ่งก่อนจะยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มที่พายไม่เคยเห็นมาก่อน มันดูจริงใจและแฝงความหมายบางอย่างที่ทำให้เธอนิ่งอึ้งไป “ผมไม่ได้ชอบที่เขาเป็นคนสมบูรณ์แบบครับท่าน แต่ผมชอบที่เขาเป็น ‘พาย’... คนที่มักจะทำอะไรโก๊ะๆ จนผมต้องคอยตามแก้ปัญหาให้เสมอ... มันน่ารำคาญดีครับ แต่ก็ขาดไม่ได้”
คำตอบของธันทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน คุณหญิงรินดาหันไปสบตากับสามีแล้วอมยิ้ม ส่วนพายได้แต่นั่งก้มหน้าซ่อนใบหน้าที่ร้อนผ่าวราวกับจะระเบิดออกมา
ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศกำลังเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความอบอุ่น เสียงโทรศัพท์มือถือของธันก็ดังขัดจังหวะขึ้น เขาขอตัวออกไปคุยที่ระเบียง พายจึงถือโอกาสเดินตามออกไปเพื่อจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่สิ่งที่เธอเห็นกลับทำให้หัวใจหล่นวูบ
ธันยืนหันหลังให้เธอ ใบหน้าเคร่งเครียด มือข้างหนึ่งขยี้ผมตัวเองอย่างรุนแรงขณะฟังเสียงจากปลายสาย
“ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่ไป! พ่อจะให้ผมไปดูตัวกับคนแบบนั้นได้ยังไง ในเมื่อตอนนี้... ผมมีคนที่ต้องดูแลอยู่แล้ว!”
พายชะงักกึก ความรู้สึกมวนท้องที่ไม่ได้เกิดจากการเขินอายเข้ามาแทนที่ คนที่ธันบอกว่าต้องดูแล... คือใคร? และ ‘การดูตัว’ ที่เขาพูดถึง มันหมายความว่าอย่างไรกันแน่? ความเงียบงันยามค่ำคืนราวกับจะบีบคั้นให้ความลับที่ธันเก็บซ่อนไว้ค่อยๆ เผยออกมาทีละน้อย พร้อมกับความรู้สึกของพายที่เริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง
ธันหันกลับมาเห็นพายที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงประตู เขารีบกดตัดสายทันที ใบหน้าของเขาดูซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อสบตาเธอ
“พาย... ฟังฉันก่อนนะ เรื่องเมื่อกี้...”
“พี่ธัน...” พายเรียกชื่อเขาด้วยเสียงที่สั่นพร่า “คนที่เราต้องดูแล... คือใครคะ?”
ธันนิ่งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจก้าวเข้ามาหาเธอช้าๆ เขายื่นมือออกมาหมายจะแตะไหล่เธอ แต่แล้วเขาก็ชะงักมือไว้แค่นั้น ดวงตาของเขาดูหม่นแสงลงเหมือนกำลังแบกรับความลับที่หนักอึ้งเกินกว่าจะบอกให้เธอรู้ในตอนนี้
"ฉันยังบอกตอนนี้ไม่ได้... แต่ได้โปรด เชื่อใจฉันได้ไหมพาย?"
สิ้นเสียงธัน รถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ที่ไม่คุ้นตาก็พุ่งเข้ามาจอดสนิทหน้าบ้านรั้วขาว ชายร่างสูงในชุดสีดำสนิทก้าวลงจากรถพร้อมกับจดหมายในมือซองหนึ่ง เขาเดินตรงมาที่หน้าบ้านและหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้บรรยากาศรอบข้างเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที
“นายน้อยครับ... คุณท่านให้มารับตัวกลับไปจัดการธุระที่ค้างคาให้จบครับ”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาถึงตรงนี้นะคะ ชาพีชหวานน้อยจะรีบมาต่อตอนหน้าให้ทันใจทุกคนเลยค่ะ!
วิศวะขี้เก๊ก กับยัยเด็กโก๊ะตัวแสบ•ตอนที่ 38
ครอบครัวพาย
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊ก กับยัยเด็กโก๊ะตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!