เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายสายที่ผมโทรหา•ตอนที่ 14

ปากร้ายได้ใจแต่ทำไมใจสั่น

ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
“ถ้าจะพูดจาพล่อยๆ แบบนี้ ผมแนะนำให้เก็บปากไว้กินข้าวเถอะครับธันวา เผื่อว่าสมองจะได้ทำงานบ้าง” น้ำเสียงราบเรียบแต่ทว่าเย็นยะเยือกดังก้องขึ้นกลางล็อบบี้โรงแรมหรู พายที่กำลังจะสวนกลับด้วยประโยคเผ็ดร้อนต้องชะงักกึก เมื่อร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มของ ‘อคิน’ ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างเขากับธันวาอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์ผสมกับความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศพุ่งปะทะจมูกพายจนคนตัวเล็กต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ ธันวาแค่นหัวเราะ เหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างไม่สะทกสะท้าน “อ้าว... มาแล้วเหรอคุณอคิน นึกว่ามัวแต่ไปสอนงานให้ ‘เด็กเส้น’ ของคุณจนลืมเวลาซะอีก” พายกำมือแน่น ความรู้สึกหมั่นไส้พุ่งปรี๊ดจนอยากจะซัดหน้าไอ้คนปากเสียสักหมัด แต่ทว่าฝ่ามือหนาของอคินกลับวางลงบนไหล่ของเขาอย่างแผ่วเบา ทว่ามั่นคง เป็นสัมผัสที่ไม่ได้เน้นย้ำรุนแรงแต่กลับทำให้พายรู้สึกถึง ‘อาณาเขต’ ที่คนตรงหน้าขีดเส้นไว้ให้ทันที “เด็กเส้น?” อคินทวนคำเบาๆ นัยน์ตาคู่คมกริบกวาดมองคู่แข่งด้วยสายตาที่ดูแคลน “พายทำงานด้วยฝีมือ ไม่ใช่ด้วยการพ่นคำพูดดูถูกคนอื่นเหมือนคุณ ถ้าโปรเจกต์นี้วัดกันที่คุณภาพงาน ผมว่าคุณเตรียมตัวหาที่ปรึกษาใหม่ได้เลย เพราะดีไซน์ขยะที่คุณเพิ่งพรีเซนต์ไปน่ะ... แค่เห็นผมก็เสียดายเวลาแล้ว” “แก!” ธันวาถลึงตา หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด “หรือจะเถียง?” อคินก้าวเข้าไปประชิดตัวธันวาอีกนิด กดดันด้วยส่วนสูงและบรรยากาศที่น่าเกรงขาม “งานของพายพิสูจน์ตัวเองไปตั้งแต่วันแรกที่ส่งเข้าประกวด ส่วนงานของคุณ... เอาไว้รอให้ลูกค้าตาบอดสนิทก่อนเถอะครับ ค่อยกลับมาคุยกันใหม่” บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบจนได้ยินเสียงแอร์ พายมองแผ่นหลังกว้างของอคินด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ปกติเขาเป็นคนปากร้ายและทันคนเสมอ ไม่เคยต้องให้ใครมาออกหน้าปกป้อง แต่กับอคิน... ความรู้สึก ‘ปลอดภัย’ ที่ซึมลึกเข้ามาในใจมันทำให้เขาพูดไม่ออก ธันวาสะบัดหน้าหนีอย่างหัวเสียก่อนจะเดินกระทืบเท้าออกไปจากล็อบบี้ ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่ทำให้อารมณ์ของทั้งคู่เริ่มพลุ่งพล่าน “ปากเก่งนักนะเรา” อคินหันมามองพาย ทันทีที่ธันวาลับสายตาไป น้ำเสียงดุๆ ก็กลับมาแทนที่ “บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าไปต่อปากต่อคำกับคนพรรค์นั้น ถ้าผมมาไม่ทันจะทำยังไง?” “ผมก็แค่ป้องกันตัว ไม่ได้ไปหาเรื่องใครก่อนสักหน่อย” พายเชิดหน้าขึ้น แม้ในใจจะหวั่นไหวกับท่าทีที่ดุดันแต่แฝงด้วยความเป็นห่วงของคนตรงหน้า “แล้วพี่อคินนั่นแหละ มาตอนไหนไม่มา มาตอนผมกำลังจะปล่อยของพอดีเลย” “ปล่อยของ? ปล่อยให้ตัวเองเจ็บตัวน่ะสิ” อคินขมวดคิ้ว มือหนาเลื่อนจากไหล่มาจัดปกเสื้อให้พายอย่างเบามือ สายตาดุๆ คู่นั้นเริ่มอ่อนลงจนพายใจสั่น “รู้ไหมว่าพายมันเปราะบางแค่ไหน... ไม่ใช่หมายถึงร่างกายหรอกนะ แต่หมายถึงอารมณ์” คำพูดนั้นทำให้พายชะงัก เงยหน้าสบตากับคนพูดที่เผลอหลุดแววตาอ่อนโยนออกมาเพียงชั่วครู่ อคินไม่ใช่คนพูดจาหวานหู ไม่เคยบอกรัก ไม่เคยโอ๋ แต่ทุกการกระทำของเขามันดังกว่าคำพูดนับพันคำ “เป็นห่วงเหรอ?” พายแกล้งแหย่ ทั้งที่หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก อคินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเบือนหน้าหนีแล้วกระแอมไอเบาๆ “อย่าสำคัญตัวนักเลย ผมแค่ไม่อยากให้ลูกน้องในทีมเสียสมาธิก่อนวันส่งงาน” “ปากแข็ง!” พายหัวเราะเบาๆ เดินเข้าไปใกล้จนไหล่ชนกัน “งั้นถ้าไม่ใช่ห่วง... แล้วมาตามผมถึงนี่ทำไม? บอกว่า ‘กำลังไป’ ในแชทนั่นหมายความว่ายังไงคะ หัวหน้า?” คำว่า ‘คะ’ ที่พายจงใจลากเสียงยาวทำเอาอคินชะงัก มือที่ล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่กำแน่นขึ้นกว่าเดิม เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังเสียการควบคุม... เสียการควบคุมให้กับเด็กดื้อที่ปากเก่งยิ่งกว่าใคร แต่เวลาทำหน้าตาซื่อๆ กลับมีอิทธิพลต่อหัวใจเขามหาศาล “ก็แค่...” อคินเว้นจังหวะ “ก็แค่ไม่อยากให้ใครมาทำร้ายงานของผม... รวมทั้งคนทำงานด้วย” เขาก้าวถอยหลังเล็กน้อยราวกับจะรักษาระยะห่าง แต่สายตากลับตรึงไว้ที่ใบหน้าของพายไม่ยอมขยับ “ไปหาอะไรกินได้แล้ว ผมหิว” พายอมยิ้ม รู้ดีว่าอคินแค่กำลังหนีความจริงในใจ แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะเดินตามอคินออกไป เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น เป็นสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกที่ไม่มีชื่อบันทึกไว้ พายกดรับ “สวัสดีครับ?” ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เลือดในกายพายเย็นเฉียบ “พาย... พ่อรู้แล้วนะว่าลูกอยู่ที่ไหน แล้วก็รู้ด้วยว่าใครที่ขัดขวางไม่ให้ลูกกลับบ้าน” โทรศัพท์เกือบร่วงจากมือ พายหน้าซีดเผือดจนอคินที่เดินนำไปต้องหันกลับมามองด้วยความตกใจ “พาย? เป็นอะไรไป?” อคินรีบก้าวกลับมาประคองไหล่พายไว้ทันที พายมองหน้าอคิน สลับกับโทรศัพท์ในมือที่ปลายสายยังคงเงียบงันแต่เต็มไปด้วยความกดดัน... ความลับที่เขาพยายามซ่อนไว้จากอคิน กำลังจะถูกทำลายลงในอีกไม่กี่อึดใจนี้ “อคิน...” พายเสียงสั่น “มีคนกำลังมา... คนที่พี่ไม่อยากเจอที่สุด” ประตูกระจกบานใหญ่ของล็อบบี้ถูกผลักเปิดออก ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทภูมิฐานพร้อมบอดี้การ์ดอีกสองคนก้าวเข้ามา ทุกสายตาในล็อบบี้ต่างจับจ้องมาที่กลุ่มของพวกเขา อคินหรี่ตาลง มองคนมาใหม่ด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะรู้ตัวว่า... เกมนี้เพิ่งเริ่มต้นขึ้นในจังหวะที่หัวใจเขากำลังสั่นไหวให้คนข้างกายมากที่สุด พุดดิ้งคาราเมลหวังว่าตอนที่ 14 นี้จะทำให้รี้ดเดอร์ทุกคนลุ้นจนนั่งไม่ติดเก้าอี้และรอติดตามความสัมพันธ์ที่กำลังจะถึงจุดแตกหักนะคะ!
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายสายที่ผมโทรหา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%