เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายสายที่ผมโทรหา•ตอนที่ 13

คำโกหกที่ไม่มีใครอยากให้มี

ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
"ถ้าโปรเจกต์นี้ผ่านมือธันวา รับรองว่าผลงานของพายจะไม่เหลือคุณค่าในฐานะดีไซน์เนอร์เดี่ยวแน่นอนครับ... ย้ายมาอยู่ทีมผมดีกว่า ที่นี่เราเห็นคุณค่ามากกว่าแค่ 'เงา' ของใครบางคน" ปลายนิ้วเรียวของธันวาที่ถือวิสาสะแต้มลงบนไหล่บาง ถูกปัดออกอย่างไม่ไว้หน้า ทว่ายังไม่ทันที่พายจะได้พ่นคำพูดจิกกัดใส่คนฉวยโอกาส อากาศรอบตัวก็พลันเย็นเยียบลงจนน่าขนลุก "มือสกปรก... เอาออกจากตัวคนของผม" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของอคินดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเข้ารูปที่ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสองคนอย่างรวดเร็ว แรงปะทะทางสายตาคู่นคมกริบส่งตรงไปยังธันวาชนิดที่เรียกว่าพร้อมแผดเผาทุกอย่างเป็นจุล พายแอบลอบกลืนน้ำลายลงคออึือกใหญ่ แม้จะปากเก่งแค่ไหนยามปะทะคารมกับหัวหน้าทีมจอมเจ้าระเบียบคนนี้ แต่ยามที่อคินสวมโหมด 'หวงก้าง' แบบเต็มพิกัด เจ้าตัวก็ทำเอาเขารู้สึกร้อนๆ หนาวๆ เหมือนยืนอยู่ปากปล่องภูเขาไฟที่พร้อมระเบิดได้ทุกวินาที "อ้าว... คุณอคิน ใจเย็นสิครับ ผมแค่คุยงานกับน้องพายในฐานะ 'เพื่อนร่วมสายอาชีพ' เองนะ" ธันวายังคงรักษา รอยยิ้มพิมพ์ใจไว้ได้ดีเยี่ยม แม้แววตาจะไหววับด้วยความไม่พอใจ "อีกอย่าง... พายเขามีสิทธิ์เลือกทางเดินของตัวเอง ไม่ใช่เด็กในปกครองที่คุณจะต้องคอยกางปีกปกป้องตลอดเวลา" "เด็กในปกครองหรือเปล่าไม่รู้... แต่ที่แน่ๆ พายไม่ได้ตาถึงพอที่จะเลือกทำงานกับคนประเภท 'ดีแต่พูด' หรอกครับ" พายสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตตวัดมองธันวาด้วยความหมั่นไส้ระดับสิบ เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่เกรงกลัว "ขอบคุณสำหรับข้อเสนอนะคะคุณธันวา แต่พอดีฉันชอบทำงานกับคนเรื่องมากแต่ 'มือสะอาด' มากกว่า" อคินชะงักไปนิด มุมปากหยักลึกกระตุกขึ้นเล็กน้อยเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาเรียบตึงเป็นปกติดั่งเดิม ดวงตาคู่คมเหลือบมองคนที่ยืนเชิดใส่คู่กรณีข้างกายด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา—ยัยนี่มันรั้นไม่มีใครเกินจริงๆ ให้ตายสิ "ได้ยินชัดเจนแล้วนะครับ เชิญ" อคินเอ่ยเสียงเรียบ ไล่ตะเพิดทางอ้อมโดยไม่แม้แต่จะชายตากลับไปมองคู่แข่งคนสำคัญอีก ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาให้พายแวบหนึ่งก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลชวนคลื่นไส้ในความรู้สึกของอคิน ทันทีที่ลับร่างของธันวา บรรยากาศรอบตัวก็ยิ่งอึดอัดหนักหน่วงขึ้นไปอีก อคินหันขวับกลับมามองคนตัวเล็กที่ยังคงยืนลอยหน้าลอยตาเหมือนไม่ได้ทำอะไรผิดมหันต์ "ใครอนุญาตให้ยืนใกล้ไอ้ธันวามันขนาดนั้น" น้ำเสียงดุๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากที่เม้มแน่นเป็นเส้นตรง "อ้าว คุณอคิน! นี่ฉันเป็นเหยื่อนะยะ ตาบ้านั่นต่างหากที่จู่ๆ ก็เดินเข้ามาล่วงเกินพื้นที่ส่วนตัวก่อน" พายเถียงกลับทันควัน เสียงใสแจ๋วแต่แฝงความขุ่นเคือง "ทำไม? กลัวว่าผลงานของทีมคุณจะโดนฉกไปหรือไงถึงได้หัวเสียขนาดนี้" "ไม่ใช่ผลงาน..." อคินพึมพำเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่สายตาที่ทอดมองลงมากลับลุ่มลึกและร้อนรุ่มจนพายต้องเป็นฝ่ายหลบตาเสียเอง "แต่เป็น 'ตัวเธอ' ต่างหาก..." "คะ? เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ" พายชะงัก เงยหน้าขึ้นสบตา ทว่าอคินกลับเบือนหน้าหนี ทำเป็นสนใจเอกสารในมือซะอย่างนั้น "เปล่า... เลิกงานแล้ว เก็บของ กลับบ้าน" อคินตัดบทอย่างไร้เยื่อใย ก้าวฉับๆ เดินนำลิ่วไปที่ลิฟต์ ทิ้งให้พายยืนกะพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงง รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวไปตามท้องถนนยามค่ำคืนที่มีแสงไฟนีออนระยิบระยับ บรรยากาศในรถเงียบเชียบจนได้ยินเสียงลมแอร์ แต่ความอึดอัดกลับไม่ได้มาจากความเงียบ หากแต่เป็นความรู้สึกบางอย่างที่คุกรุ่นอยู่ในอกของคนทั้งคู่ พายเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนขับที่ตั้งอกตั้งใจมองทางอย่างเคร่งครัด จมูกโด่งเป็นสันคมและกรามที่ขบเข้าหากันเบาๆ บ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังเก็บงำความหงุดหงิดบางอย่างไว้ "นี่..." พายตัดสินใจทำลายความเงียบ "คุณโกรธเรื่องอะไรนักหนาเนี่ย ตั้งแต่อยู่ที่บริษัทละ หน้าบึ้งเป็นตูดหมึก เดี๋ยวริ้วรอยก็ถามหาหรอกคนแก่" อคินหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าจอดเทียบฟุตบาทหน้าคอนโดของพายอย่างนิ่มนวล ก่อนจะดึงเบรกมือแล้วหันมาสบตาตรงๆ ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ในความสลัวของห้องโดยสาร "ฉันไม่ได้แก่" อคินเถียงกลับทันที ประเด็นเรื่องอายุดูจะเป็นจุดตายที่ยอมไม่ได้จริงๆ "แล้วก็ไม่ได้โกรธเรื่องงาน... แต่ฉันเตือนเธอหลายครั้งแล้วนะพาย ว่าอย่าไปอยู่ใกล้ไอ้ธันวา มันไว้ใจไม่ได้" "รู้แล้วน่า ฉันไม่ใช่เด็กๆ สักหน่อย เอาตัวรอดเองได้ค่ะ" พายถอนหายใจยาวเหยียด เอื้อมมือไปปลดเข็มขัดนิรภัย "ขอบคุณที่มาส่งนะ หัวหน้าจอมจุ้น" มือเรียวกำลังจะผลักประตูเปิดออก ทว่าข้อมือกลับถูกคว้าเอาไว้ด้วยมือหนาของอเสียก่อน แรงดึงเบาๆ ทำให้ร่างบางเซถลาเข้าไปใกล้จนแผ่นอกชนเข้ากับลาดไหล่ของอีกฝ่ายโดยไม่ทันตั้งตัว ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด กลิ่นกายสะอาดๆ ของอคินผสมกับกลิ่นบุรุษเพศทำเอาสติของพายกระเจิดกระเจิงไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "ปล่อยนะ..." พายกระซิบเสียงสั่น พยายามดึงข้อมือกลับแต่ถูกกุมไว้แน่นกว่าเดิม "พาย..." อคินเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่เสียงดุหรือเสียงเหน็บแนมแบบทุกที แต่มันคือความเว้าวอนลึกซึ้งที่ทำเอาพายแทบหยุดหายใจ "ถ้าวันหนึ่ง... ธันวาไม่ได้เข้าหาเธอเพราะเรื่องงาน แต่เพราะมีจุดประสงค์อื่นที่อันตรายกว่านั้นล่ะ เธอยังจะมั่นใจอยู่ไหมว่าจะรับมือไหว?" พายเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบด้วยความไม่เข้าใจ "คุณหมายความว่ายังไง..." อคินไม่ตอบ เขาก้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาคู่คมไหวระริก ปรากฏความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนเร้นมานานแสนนาน—ความหวาดกลัวที่จะสูญเสียคนตรงหน้าไปให้ผู้ชายคนอื่น ริมฝีปากหยักอ้าปากจะเอ่ยถ้อยคำบางอย่างที่เก็บไว้ก้นบึ้งของหัวใจ ทว่าก่อนที่คำสารภาพนั้นจะหลุดรอดออกมา เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของอคินก็แผדเสียงดังทำลายบรรยากาศโรแมนติกพังทลายในพริบตา อคินขมวดคิ้วอย่างขัดใจ สบถในลำคอเบาๆ ก่อนจะผละออกห่างอย่างจำใจเพื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ทว่าเพียงแค่กวาดสายตาผ่านชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอสมาร์ทโฟน ร่างกายของอคินก็ชะงักนิ่งค้างไปทันที สีหน้าที่เคยอบอุ่นและลุ่มลึกเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและตึงเครียดขึ้นมาอย่างฉับพลัน พายสังเกตเห็นความผิดปกติจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย "ใครโทรมาเหรอคะ ดึกดื่นขนาดนี้" อคินเงยหน้าขึ้นสบตากับพาย ชั่วขณะนั้นแววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความลังเลและความลับบางอย่างที่ไม่อยากให้เธอรู้... และก่อนที่พายจะได้ทันตั้งตัว อคินก็กดรับสายพร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของพายหยุดหมุนทันที "ฉันกำลังไป... รออยู่ที่เดิมนะ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนที่สิบสามนี้ด้วยกันนะคะ พุดดิ้งคาราเมลสัญญาว่าปมต่อจากนี้จะแซ่บและฟินจนหยุดอ่านไม่ได้แน่นอนค่ะ!
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายสายที่ผมโทรหา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%