เสียงหัวเราะนุ่มทุ้มในลำคอของธันวาที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องประชุมใหญ่ เปรียบเสมือนการจุดชนวนระเบิดเวลาที่อคินรอจังหวะเหยียบซ้ำอยู่พอดี
“บังเอิญจังนะครับที่คุณพายยังอยู่ดึกดื่นขนาดนี้ นึกว่าทีมดีไซน์จะปิดออฟฟิศหนีน้ำท่วมกันหมดแล้วเสียอีก” ธันวาเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยความสนิทสนมเกินเบอร์ ดวงตาเรียวรีคู่นั้นกวาดมองร่างโปร่งของพายตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความจงใจจะสำรวจ
พายขยับถอยหลังออกห่างจากรัศมีประชิดของอคินเมื่อครู่ทันที ใบหน้าหวานเชิดขึ้นเล็กน้อยตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว ปากเก่งๆ เตรียมจะพ่นคำตอบโต้กลับไปตามสไตล์คนไม่ยอมคน ทว่ายังไม่ทันที่กลีบปากสีระเรื่อจะได้ขยับ เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกจนติดจะหงุดหงิดของหัวหน้าทีมดีไซน์ก็แทรกขึ้นมาเสียก่อน
“ถ้าธันวาจะมาเพื่อตรวจงาน โปรเจกต์นี้เลยเวลาทำการมาสามชั่วโมงแล้ว แต่ถ้าจะมาเพื่อเสวนาเรื่องไม่เป็นเรื่อง... เกรงว่าออฟฟิศเราไม่ได้เปิดพื้นที่ไว้ให้คนว่างงานมาเดินเล่นค่ะ”
อคินก้าวเข้ามาขวางระหว่างพายกับธันวาไว้ครึ่งก้าว ไหล่กว้างแผ่รังสีความกดดันออกมาอย่างไม่ปิดบัง สายตาร้ายกาจคู่นั้นตวัดมองคู่แข่งทางธุรกิจราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ พายแอบเหลือบมองแผ่นหลังกว้างของคนปากร้ายด้วยความรู้สึกประหลาดในอก... รู้สึกเหมือนถูกปกป้อง ทั้งที่ปากก็ยังร้ายกาจไม่เปลี่ยน
ธันวาไหวไหล่เบาๆ อย่างไม่สะทกสะท้านกับวาจาเชือดเฉือนนั้น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ยิ่งแต้มลึกขึ้นที่มุมปาก “ใจร้อนเสียจริงนะอคิน ฉันก็แค่วิ่งลืมเอกสารสำคัญไว้บนโต๊ะทำงานโซนใกล้ๆ นี้ เลยแวะมาเอา... ว่าแต่คุณพายสนใจไปหาอะไรรองท้องกับผมหน่อยไหมครับ ข้างล่างฝนตกหนักมาก รถติดน่าดูเลยนะ”
“ขอบคุณสำหรับความหวังดีค่ะคุณธันวา พอดีฉันยังเคลียร์งานไม่เสร็จ และต่อให้เสร็จ... ฉันก็คงเลือกนอนตายคาโต๊ะดีกว่าออกไปไหนกับคุณ” พายสวนกลับทันควัน น้ำเสียงใสแจ๋วแต่เชือดเฉือนพอกันทำเอาธันวาชะงักไปเล็กน้อย ส่วนอคินที่ยืนอยู่ข้างๆ กลับเผลอกระตุกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจโดยไม่รู้ตัว
“ได้ยินชัดเจนแล้วใช่ไหมคะ เชิญคุณไปหาอะไรกินคนเดียวตามสบายเถอะค่ะ เอกสารอยู่ไหนก็รีบไปหาแล้วไสหัวกลับไปเสียที ประตูทางออกอยู่นั่น” อคินต่อยอดคำพูดของพายได้อย่างแสบสันต์ไม่แพ้กัน ก่อนจะยื่นมือไปคว้าข้อมือเรียวของคนปากเก่งให้ถอยร่นตามเข้ามาในโซนห้องทำงานส่วนตัว แล้วจัดการปิดประตูกระแทกใส่หน้าคู่แข่งแบบไม่ไว้หน้า
ปัง!
เสียงประตูปิดสนิทตัดขาดโลกภายนอก ทว่าบรรยากาศภายในห้องกลับไม่ได้โปร่งโล่งขึ้นเลยสักนิด กลับกัน... พื้นที่ห้องทำงานขนาดกะทัดรัดที่เคยดูกว้างขวาง กลับแคบลงถนัดตาเมื่อเหลือพวกเขากำลังยืนประจันหน้ากันเพียงลำพัง
ด้านนอกหน้าต่างบานใหญ่กระจกใส ฝนห่าใหญ่ที่ตั้งเค้ามานานโหมกระหน่ำเทลงมาอย่างบ้าคลั่ง เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงปร้างสั่นสะเทือนกระจกตึกระฟ้า แสงไฟนีออนกะพริบไหวอยู่สองสามทึนก่อนจะดับสนิทลงในพริบตา ความมืดโรยตัวปกคลุมทั่วทั้งชั้นทันที มีเพียงแสงไฟสำรองฉุกเฉินสีส้มสลัวๆ ที่ติดขึ้นมาหยิบย่อยพอมองเห็นเงางาม
พายสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อไฟดับกะทันหัน ร่างโปร่งเผลอขยับเข้าไปใกล้ร่างสูงโดยสัญชาตญาณ ทว่าอคินไวพอกว่า มือหนาเอื้อมมาคว้าเอวบางไว้เพื่อพยุงไม่ให้เซไปชนกับมุมโต๊ะทำงาน
“ระวังหน่อยสิครับ เดินยังไงให้ชนโต๊ะ” น้ำเสียงดุๆ เจือความห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อนดังขึ้นเหนือศีรษะ
“ใครจะไปรู้ล่ะว่าไฟจะดับบ้าๆ แบบนี้... ปล่อยได้แล้วครับ หัวหน้าอคิน” พายเอ่ยเสียงลอดไรฟัน พยายามบิดเอวหนีจากอุ้งมือที่วางทาบอยู่บนเอวสอบอย่างถือวิสาสะ แต่ยิ่งดิ้น อคินก็ยิ่งออกแรงรั้งเข้าหาตัวแน่นขึ้นจนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับแผ่นหลังของเขา... ไม่สิ ตอนนี้พวกเขาหันหน้าเข้าหากันต่างหาก
ในแสงสลัวสีส้มสั่นไหว ดวงตากลมโตของพายสบเข้ากับดึงดูดลึกล้ำในนัยน์ตาคู่คมของอคินพอดี ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ใกล้ชิดทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้
“เมื่อกี้เก่งนักไม่ใช่เหรอ... ไปต่อปากต่อคำกับไอ้ธันวาทำไม รู้สึกสนุกมากหรือไงที่ทำตัวเป็นเป้าสายตาให้มันมองแทะโลม” อคินเปิดฉากคาดคั้น น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความหึงหวงที่เจ้าตัวคงไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเผลอแสดงมันออกมามากแค่ไหน
“ผมจะคุยกับใครมันก็เรื่องของผม หรือว่าหัวหน้าอคินหึงผม... อุ๊บ!”
พายตั้งใจจะพูดประชดตามนิสัยปากเก่ง แต่ยังไม่ทันขาดคำ นิ้วเรียวยาวของอคินก็ยกขึ้นมาแตะริมฝีปากอิ่มของเขาไว้เบาๆ เพื่อปิดกั้นคำพูดกวนประสาทนั้น สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วไล้ผ่านกลีบปากช้าๆ ทำเอาพายชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ
“ใช่... ผมหึง”
คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้การปรุงแต่งในความเงียบสงบ ท่ามกลางเสียงสายฝนที่สาดซัดกระหน่ำด้านนอก ทำเอาพายเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง อคินไม่เคยพูดจาตรงไปตรงมาแบบนี้มาก่อน ผู้ชายสายซึน ปากร้ายคนนั้นกำลังยอมจำนนต่อความรู้สึกของตัวเองต่อหน้าเขาอย่างหน้าตาเฉย
“คุณ... พูดอะไรออกมาเนี่ย” พายพยายามหลบสายตาร้อนแรงที่มองมา เขารู้สึกว่าใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ทั้งที่ในห้องนี้ค่อนข้างเย็น
“ผมพูดความจริง” อคินขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกโด่งเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะปนกันจนแยกไม่ออกว่าใครเป็นของใคร “รำคาญเวลาที่มีคนมองคุณด้วยสายตาแบบนั้น รำคาญเวลาที่คุณไปยิ้มแย้มใส่ไอ้ธันวา... และที่สำคัญที่สุด... ผมหงุดหงิดตัวเองที่เอาแต่สนใจคุณจนเสียศูนย์อยู่แบบนี้”
ประโยคยาวเหยียดที่พรั่งพรูออกมาจากปากคนที่ปกติสงวนคำพูด ยิ่งทำให้หัวใจของพายสั่นไหวรุนแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ความดื้อรั้นและท่าทีปากเก่งที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นแปลกประหลาดที่เข้ามาโอบกอดหัวใจไว้ท่ามกลางคืนฝนตก
“ปากร้ายอย่างคุณเนี่ยนะ... มาคลั่งรักอะไรตอนนี้” พายพึมพำเสียงเบาหวิว ดวงตาคู่สวยช้อนขึ้นมองสบตาคนตัวสูงอย่างมีความหมาย ความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา กำลังเรียกร้องให้พวกเขาข้ามเส้นแบ่งความสัมพันธ์อันตรายนี้ไป
อคินโน้มใบหน้าลงมาอีกนิด ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้ามาใกล้จนชิดกับมุมปากของพาย สัมผัสนุ่มนวลที่ค่อยๆ แนบชิดลงมาทำให้พายเผลอหลับตาลงรับสัมผัสนั้นด้วยความเต็มใจ หัวใจเต้นโครมครามราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างหู
ทว่า... ในจังหวะที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแนบสนิทกันอย่างสมบูรณ์ เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูของอคินที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานก็แผดเสียงกริ่งแหลมสูงดังขึ้นทำลายบรรยากาศโรแมนติกนั้นทันที!
อคินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดถึงขีดสุด เขาสบถเบาๆ ในลำคออย่างหัวเสียที่ถูกมารผจญขัดจังหวะสำคัญเข้าอีกรอบในคืนนี้ พายลืมตาขึ้นแล้วหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ แก้เก้อ ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงจัดด้วยความเขินอาย
อคินถอนหายใจยาวอย่างหัวเสีย ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาด้วยความหงุดหงิดตั้งใจจะกดตัดสายทิ้ง ทว่าทันทีที่ก้มมองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นในความมืด ดวงตาคมกริบก็ชะงักค้าง ร่างสูงนิ่งงันไปทันทีเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ
พายสังเกตเห็นความผิดปกติในแววตาของอีกฝ่าย จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัยระคนระแวง “ใครโทรมาดึกดื่นป่านนี้เหรอครับ... สีหน้าคุณดูไม่ค่อยดีเลย”
อคินเงີยหน้าขึ้นสบตาพาย ประกายในแววตาคู่นั้นไหววับด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่ยากจะคาดเดา ก่อนที่ริมฝีปากจะได้ขยับเอื้อนเอ่ยชื่อของคนที่โทรเข้ามา...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันจากด้านนอกห้องทำงาน พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ!
พายเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อร่างเงาสูงโปร่งของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาในห้องทำงานที่มืดสลัว พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทักทายพวกเขาทั้งคู่ในความมืดมิด...
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความหวานให้พุดดิ้งคาราเมลนะคะ เลิฟยูว์ค่ะ!
เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายสายที่ผมโทรหา•ตอนที่ 7
ฝนตกกับความใกล้ชิดที่ไม่ได้ตั้งใจ
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายสายที่ผมโทรหา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!