"ถ้าคิดจะมาเล่นเกมตื้นๆ แบบนี้ กลับไปตั้งบริษัทใหม่แล้วค่อยมาคุยกับผมดีกว่าครับ... ธันวา"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย็นชาจนติดลบดังขึ้นท่ามกลางความมืดสลัวของห้องทำงาน ร่างเงาสูงโปร่งของธันวาที่ก้าวเข้ามาเมื่อครู่ไม่ได้ทำให้บรรยากาศน่ากลัวขึ้นเลยสักนิดในสายตาของอคิน กลับกัน มันยิ่งจุดชนวนความอึดอัดให้พ่นพิษใส่กันจนแทบหายใจไม่ออก พายที่ยืนอยู่ใกล้โต๊ะทำงานถึงกับผ่อนลมหายใจยาวเหยียดออกมาเบาๆ เขาไม่ได้ตกใจกลัวการปรากฏตัวของธันวา แต่เบื่อหน่ายกับสงครามประสาทที่มักจะเกิดขึ้นในเวลาวิกาลแบบนี้มากกว่า
"ใจเย็นน่า อคิน นายยังหัวร้อนง่ายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ ตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัยแล้ว" ธันวาหัวነในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้แสงไฟสลัวจากหน้าจอคอมพิวเตอร์มากขึ้น เผยให้เห็นรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความเจ้าเล่ห์ "ฉันก็แค่แวะเอาเอกสารสรุปผลประเมินที่นายทำตกไว้ในห้องประชุมใหญ่มาคืน... เผื่อว่าพรุ่งนี้เช้าทีมของนายจะใช้มันแหกหน้าฉันอีกรอบไง"
"วางไว้ตรงนั้นแหละ แล้วก็นะ..." อคินปรายตาคมกริบมองแฟ้มเอกสารในมืออีกฝ่าย น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึก "ของสำคัญระดับนี้ ถ้าคุณยังสะเพร่าทำหล่นเรี่ยราดอีก ผมเกรงว่าบริษัทของคุณควรทบทวนมาตรฐานการทำงานใหม่ทั้งหมด มากกว่าจะมานั่งห่วงผลงานของผม"
พายแอบลอบยิ้มมุมปากกับคำพูดเชือดเฉือนแบบไม่ไว้หน้าของหัวหน้าทีมตัวเอง ยอมรับเลยว่าในมุมนี้ อคินมีความน่ากลัวบางอย่างที่ชวนให้ใจเต้นแรง... ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความเฉียบขาดที่ทรงเสน่ห์อย่างประหลาด
"ปากร้ายไม่เปลี่ยน... สงสัยมีคนช่วยขัดเกลาฝีปากให้ดีขึ้นสินะ" ธันวาหันมาสบตาพายด้วยแววตากรุ้มกริ่ม พลางเอ่ยแซόด้วยน้ำเสียงเจือความเย้าแหย่ "ว่าไหมครับคุณพาย ช่วงนี้ทำงานร่วมกับคนคลั่งระเบียบอย่างอคิน หูชาไปบ้างหรือยัง?"
"ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะคุณธันวา แต่หูฉันยังปกติดีค่ะ..." พายสวนกลับทันควัน รอยยิ้มหวานหยดที่ส่งไปให้ไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยสักนิด "ส่วนเรื่องงาน... ฉันว่าคุณเอาเวลาไปเช็คสติปัญญาของทีมตัวเองก่อนจะมาใส่ใจทีมเรา จะมีประโยชน์กับบริษัทมากกว่าเยอะค่ะ"
ธันวาหัวเราะหึๆ ในลำคออย่างไม่ยี่ห้อ เขาวางแฟ้มเอกสารกระแทកโต๊ะทำงานของอคินเบาๆ ก่อนจะหันหลังเดินกลับออกไป พร้อมทิ้งท้ายด้วยประโยคที่จงใจให้สะกิดใจ "ระวังตัวไว้เถอะอคิน คนที่มั่นใจนักหนาว่าควบคุมทุกอย่างได้... มักจะพ่ายแพ้ให้กับสิ่งที่ตัวเองคาดไม่ถึงมากที่สุด"
ประตูห้องปิดลงพร้อมกับความเงียบงันที่กลับคืนมาอีกครั้ง
อคินยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตาคมกริบจ้องมองแฟ้มเอกสารบนโต๊ะโดยไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูป บรรยากาศรอบตัวเขากลับมาตึงเครียดอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มีความคุกรุ่นบางอย่างที่แปลกออกไป พายแอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของหัวหน้าหนุ่มที่สันกรามขบเข้าหากันแน่นด้วยความขัดแย้งภายใน
"หัวหน้า..." พายเอ่ยเรียกเสียงเบา เมื่อเห็นว่าอคินนิ่งเงียบผิดปกติ
"กลับบ้านไปซะพาย ดึกมากแล้ว" อคินตอบกลับทันทีโดยไม่หันมามอง น้ำเสียงห้วนสั้นราวกับต้องการไล่ให้พ้นสายตา ทว่าจังหวะที่พายหมุนตัวหยิบกระเป๋าเตรียมเดินออกจากห้อง อคินกลับเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เบากว่าเดิมจนแทบกระซิบ "เดี๋ยวก่อน..."
พายชะงักเท้า หันกลับมาเลิกคิ้วมอง "คะ?"
อคินถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เหมือนคนกำลังพยายามแบกรับก้อนหินหนักอึ้งไว้บนบ่า ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวในระยะที่ใกล้เกินความจำเป็น ดวงตาคู่คมที่มักจะมองคนอื่นด้วยความเย่อหยิ่งและถือดี กลับฉายแววความสับสนบางอย่างที่พายไม่เคยเห็นมาก่อน มันเป็นแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามมากมายแต่ไม่มีคำตอบ
"นาย..." อคินหยุดพูดไปชั่วขณะ ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นราวกับกำลังชั่งน้ำหนักบางอย่างในใจ นิ้วเรียวเคาะลงบนโต๊ะทำงานเป็นจังหวะช้าๆ สะท้อนถึงความฟุ้งซ่านที่เจ้าตัวพยายามควบคุม "นายคิดว่า... ฉันเป็นคนใจร้ายขนาดนั้นเลยเหรอวะพาย"
คำถามนั้นหลุดออกมาจากปากของคนที่ขึ้นชื่อว่าปากร้ายที่สุดในบริษัท ทำเอาพายถึงกับกะพริบตาปริบๆ ความงุนงงเข้ามาแทนที่ความตึงเครียดเมื่อครู่ทันที นี่อคิน... กำลังเก็บบทสนทนาไร้สาระของธันวามาใส่ใจอยู่หรือไง?
"ทำไมอยู่ๆ ถึงถามแบบนี้ล่ะคะ?" พายถามกลับด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะนิดๆ แกล้งเอียงคอมองคนที่กำลังทำหน้าเคร่งเครียด "ปกติหัวหน้าไม่เห็นเคยสนใจว่าใครจะมองว่าใจร้ายยังไงนี่คะ หรือว่าคำพูดของธันวาเมื่อกี้มันจี๊ดใจหัวหน้าเข้าแล้ว?"
"เปล่า..." อคินปฏิเสธเสียงแข็งทันควัน ทว่าใบหูสองข้างกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดในความสลัวของห้อง แม้เจ้าตัวจะพยายามเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนความพิรุธ แต่พายที่ยืนอยู่ใกล้แค่เอื้อมกลับมองเห็นมันได้อย่างชัดเจนทุกกระเบียดนิ้ว
*ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้เวลาเขินแล้วดูตลกเป็นบ้า* พายคิดในใจ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากทันที ความสนุกสนานเริ่มเข้ามาแทนที่ความเหนื่อยล้าจากการทำงานตลอดทั้งวัน
"อ๋อ... หรือว่าที่เงียบไปเมื่อกี้ เพราะกำลังคิดว่าตัวเองเผลอใจร้ายใส่ฉันบ่อยเกินไปเหรอคะ?" พายแกล้งขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ประจำตัวของนายเอกลอยแตะจมูกอคินจนคนตัวโตกว่าต้องผะหนีด้วยความประหม่า อคินผถอยหลังไปก้าวหนึ่งจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน ไม่มีทางหนีไปไหนได้อีกแล้ว
"พาย ถอยไปอุดปากตัวเองแล้วกลับบ้านไปซะ อย่ามาทำตัวรุ่มร่ามกับหัวหน้า" อคินพยายามใช้เสียงดุกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก หัวใจดวงโตเต้นแรงผิดจังหวะจนน่าหงุดหงิด มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความปั่นป่วนที่เขาควบคุมไม่ได้เลยสักนิด ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่การยืนใกล้เด็กดื้อคนนี้ทำให้เขาเสียศูนย์ได้ง่ายดายขนาดนี้?
"อุ๊ย หัวหน้าเขินเหรอคะเนี่ย หูแดงแจ๋เลยนะนั่น" พายแกล้งทักด้วยน้ำเสียงล้อเลียน ดวงตาสองข้างพราวระยับด้วยความสนุกสนานที่ได้เห็นคนมาดนิ่งสติหลุด "ไหนบอกว่าไม่แคร์ไงคะ หรือจริงๆ แล้วที่เงียบไปเมื่อกี้... กำลังคิดเรื่องของเราอยู่กันแน่?"
คำว่า *"เรื่องของเรา"* ลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ น้ำเสียงของพายไม่ได้จริงจังนัก แต่ทว่ามันกลับมีพลังประหลาดที่ทำให้อคินนิ่งงันไปทันที ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเขาทั้งคู่อีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัด... มันเป็นความเงียบที่ดังยิ่งกว่าคำด่า หรือคำสารภาพใดๆ ทั้งสิ้น
อคินก้มมองคนตรงหน้า แววตาคมกริบทอดมองริมฝีปากที่กำลังขยับพูดจายั่วโมโหเขาไม่หยุด ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วร่าง ความคิดที่เคยจัดระเบียบไว้อย่างดีพังทลายลงในพริบตาเดียว เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าตัวเองกำลังหงุดหงิดธันวา หงุดหงิดงาน หรือกำลังหงุดหงิดหัวใจตัวเองที่มันเอาแต่เรียกร้องอยากจะทำอะไรที่มากกว่าการยืนเถียงกันไปมาแบบนี้
"พาย..." อคินเอ่ยเรียกชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันทุ้มต่ำ แหบพร่า และเจือความรู้สึกบางอย่างที่หนักหน่วงจนพายต้องชะงักรอยยิ้มค้าง
มือหนาที่เคยหยิบจับแต่ปากกาและแฟ้มเอกสาร ค่อยๆ เอื้อมออกไปคว้าข้อแขนเรียวของพายไว้ด้วยแรงที่พอเหมาะ ไม่ได้รุนแรงแต่ก็ไม่ยอมให้ขยับหนีไปไหน ปลายนิ้วอุ่นจัดสัมผัสโดนผิวเนื้อจนพายสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสนุกสนานเมื่อครู่กระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
อคินก้าวเข้ามาประชิดตัวจนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ใกล้แค่ปลายจมูก ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของพายราวกับต้องการค้นหาคำตอบบางอย่างที่ซ่อนอยู่ข้างในนั้น ความซึนเดระที่เคยมีพังทลายลงไม่เป็นท่า เหลือเพียงความจริงดิบๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากร้ายมานาน
"ถ้าฉันบอกว่า..." อคินเว้นจังหวะหายใจ เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงถอนหายใจในความมืด "ไม่ได้คิดเรื่องของธันวา... แต่กำลังคิดว่าทำไมฉันถึงรู้สึกหงุดหงิดเวลาที่มีคนอื่นมองนาย... นายจะว่ายังไง?"
พายเบิกตากว้าง สมองประมวลผลคำพูดนั้นแทบไม่ทัน ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้าอย่างห้ามไม่อยู่ ความเงียบงันรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งไว้ชั่วขณะ เมื่ออคินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชนกัน และวินาทีนั้นเอง... เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของอคินก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบงันทั้งหมดลงอย่างไม่รู้กาลเทศะ!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินจิกหมอนด้วยกันนะคะ เดี๋ยวตอนหน้าเรามาลุ้นกันต่อค่ะ!
เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายสายที่ผมโทรหา•ตอนที่ 8
ความเงียบที่ดังกว่าคำด่า
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายสายที่ผมโทรหา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!