“ยินดีต้อนรับสู่ทีมนรกแตกครับ... ที่รักทุกคน”
เสียงทุ้มติดกวนประสาทของธันวาที่ลอยเคว้งมาจากตอนที่แล้ว ยังไม่ทันจะจางหายไปจากโสตประสาท บรรยากาศในห้องประชุมใหญ่ของบริษัทพาร์ทเนอร์ก็ดิ่งฮวบลงจนติดลบ กองเอกสารพรีเซนต์โปรเจกต์รีแบรนด์ดิ้งมูลค่าหลายสิบล้านถูกกางแผ่หราอยู่บนโต๊ะยาว แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าตัวเลขงบประมาณมหาศาล คือรอยยิ้มพริ้มเพราของธันวาที่จงใจเปิดแฟ้มหน้าสุดท้ายให้คณะกรรมการดู พร้อมกับข้อกล่าวหาชนิดที่เรียกว่า 'แทงข้างหลังมิดด้าม'
“ทางเราเพิ่งได้รับรายงานด่วนว่า ดีไซน์คอนเซปต์หลักที่ทีมของคุณอคินกำลังนำเสนออยู่นี้ มีความคล้ายคลึงกับผลงานประกวดระดับอินเตอร์เมื่อปีที่แล้วถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์... เกรงว่างานนี้ เราอาจจะมีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์นะคะ”
น้ำเสียงหวานเลี่ยนแต่เชือดเฉือนของตัวแทนฝั่งธันวาคมปากพูดออกมาราวกับห่วงใย แต่แววตากลับพราวระยับด้วยชัยชนะ อคินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาฉายแววคุกกรุ่นด้วยโทสะที่ถูกกดทับไว้ มือหนากำปากกาในมือจนข้อต่อนิ้วขาวซีด เขาไม่ใช่คนที่จะเสียอาการง่ายๆ แต่การถูกตลบหลังด้วยข้อหา 'ลอกเลียนแบบผลงาน' กลางที่ประชุมต่อหน้าผู้บริหารระดับสูงและสื่อมวลชนเช่นนี้ มันคือการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีทางวิชาชีพที่ยอมกันไม่ได้
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ เสียงกระซิบกระซาบของคณะกรรมการเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ อคินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ สมองกำลังประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางแก้เกม แต่ทว่า... หลักฐานดิจิทัลในเซิร์ฟเวอร์กลางกลับถูกล็อกสิทธิ์การเข้าถึงอย่างกะทันหัน ซึ่งเป็นฝีมือใครไปไม่ได้นอกจากเกลือเป็นหนอนที่ธันวาแอบส่งเข้ามาแทรกซึมในทีม
“คุณอคินคะ ทางเราคงต้องขอให้คุณอธิบายเรื่องนี้หน่อยค่ะ ไม่อย่างนั้นโปรเจกต์นี้คงต้องถูกระงับไว้ก่อน” ประธานกรรมการเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
ในวินาทีที่สถานการณ์กำลังจะดิ่งลงเหวและอคินกำลังจะอ้าปากรับผิดชอบเพื่อปกป้องลูกทีม มือเรียวบางแต่หนักแน่นข้างกายก็เอื้อมไปแตะท่อนแขนแกร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวของอคินไว้เบาๆ เป็นเชิงปราม พายไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเจ้าเล่ห์และมั่นอกมั่นใจอย่างที่ชอบทำเวลาจะหาเรื่องแกล้งเขา แต่ครั้งนี้... มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่พร้อมจะขย้ำศัตรูให้จมดิน
“ไม่ต้องห่วงค่ะท่านประธาน พอดีว่าทีมของเราเป็นพวก ‘ชอบทำงานล่วงหน้า’ และรอบคอบกว่าที่ใครบางคนคาดคิดไว้เยอะ”
พายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง น้ำเสียงใสเคลือบความเย่อหยิ่งเล็กๆ ดังสะท้อนก้องห้องประชุมอย่างชัดเจนเรียกทุกสายตาให้หันมามองเป็นตาเดียว อคินชำเลืองมองคนข้างกายด้วยความแปลกใจระคนโล่งอก ลึกๆ แล้วเขารู้ว่าพายมีดีกรีความแสบสันต์ระดับพริกสิบเม็ด แต่ไม่คิดว่าในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน เจ้าตัวจะเลือกใช้วิธี 'สวนกลับ' แบบตาต่อตาฟันต่อฟันได้อย่างเลือดเย็นขนาดนี้
“คุณหมายความว่ายังไงครับคุณพาย หลักฐานทุกอย่างในระบบตอนนี้ถูกบล็อกไว้หมดแล้วนะ” ธันวาขมวดคิ้วมุ่น รอยยิ้มมั่นใจเมื่อครู่เริ่มกระตุกเล็กน้อย
“นั่นสินะคะ ทำไมคุณธันวาถึงรู้ดีจังเลยล่ะคะว่าระบบถูกบล็อก หรือว่า... นั่งทางในมา หรือมีใครแอบส่งรหัสหลังบ้านให้กันแน่เอ่ย?” พายเอียงคอถามด้วยรอยยิ้มหวานหยด แต่คำพูดเชือดเฉือนทำเอาธันวาหน้าเสียไปชั่วขณะ
พายหยิบแท็บเล็ตส่วนตัวขึ้นมาเชื่อมต่อกับโปรเจกเตอร์กลางห้องอย่างไม่รีเวลารอ “อันที่จริง งานดีไซน์ชิ้นนี้พวกเราออกแบบสดๆ ร้อนๆ บนซอฟต์แวร์เวอร์ชันเบต้าที่ยังไม่ออกสู่สาธารณะเมื่อสามวันก่อน และที่สำคัญที่สุด...”
นิ้วเรียวกดคลิกหน้าจอ ข้อมูลโค้ดดิำและลายเส้นกระบวนการสร้างงานดีไซน์ตั้งแต่สเกตช์แรกจนถึงไฟล์สมบูรณ์ปรากฏขึ้นพร้อมกับ ‘ไทม์สแตมป์’ และพิกัดจีพีเอสที่ระบุเวลาอย่างชัดเจนว่าถูกสร้างขึ้นในห้องทำงานของอคิน โดยมีลายเซ็นดิจิทัลเข้ารหัสลับยืนยันความเป็นเจ้าของอย่างสมบูรณ์แบบ
“ไอ้ผลงานอินเตอร์ที่คุณธันวาอ้างถึงน่ะค่ะ... มันถูกปล่อยออกมาเมื่อวานนี้เองไม่ใช่เหรอคะ? ช้ากว่าต้นฉบับของพวกเราตั้งสองวัน แบบนี้เขาเรียกว่าใครก๊อปใครกันแน่คะคุณกรรมการขา ช่วยพิจารณาหน่อยนะคะ”
เสียงฮือฮาในห้องประชุมดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้กระแสความสนใจพุ่งเป้าไปที่ธันวาและทีมงานฝั่งตรงข้ามที่เริ่มมีเหงื่อกาฬซึมตามไรผม ธันวาอ้าปากพะงาบๆ พยายามจะแก้ตัว แต่เจอหลักฐานมัดตัวแน่นหนาแถมยังตอกหน้ากลับด้วยข้อมูลเชิงเทคนิคที่เถียงไม่ออก ทำให้ไปต่อไม่ถูก
อคินมองแผ่นหลังบางของคนที่ยืนหยัดปกป้องเขาอยู่ตรงหน้า หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความเครียด กลับเปลี่ยนจังหวะเป็นความรู้สึกอุ่นวาบที่แผ่ซ่านไปทั่วทรวงอก ผู้ชายคนนี้... ปากดี ดื้อรั้น ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แต่ในเวลาคับขัน กลับเป็นคนที่พึ่งพาได้และยืนหยัดเคียงข้างเขาอย่างไม่ลังเลเลยสักนิด
“การประชุมวันนี้คงได้ข้อสรุปแล้วสินะคะว่า ฝั่งไหนกันแน่ที่พยายามเล่นตุกติก” พายกอดอกเชิดหน้าขึ้นอย่างผู้ชนะ รอยยิ้มเยาะที่มุมปากช่างทรงเสน่ห์จนอคินเผลอมองค้างไปชั่วขณะ “ถ้าไม่มีอะไรจะแก้ตัวแล้ว ทางเราขอตัวไปเคลียร์งานต่อนะคะ พอดีหัวหน้าทีมของเรา... เขาหวงเวลาทำงานมากกว่าจะต้องมาเสียเวลากับเรื่องปาินิยายน้ำเน่าค่ะ”
พูดจบ พายก็หันมาคว้าข้อมือของอคินแล้วออกแรงดึงเบาๆ “ไปกันเถอะครับคุณอคิน นั่งมองหน้าคนขี้โกงมากๆ เดี๋ยวสายตาจะสั้นเอา”
อคินยอมปล่อยให้คนตัวเล็กกว่าจูงเดินออกมาจากห้องประชุม ท่ามกลางสายตาอึ้งกิมกี่ของทุกคน ทันทีที่ประตูห้องประชุมปิดลงและพวกเขาก้าวเข้ามาสู่พื้นที่ส่วนตัวในลิฟต์โดยสารความเร็วสูง บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ความเงียบสงบโอบล้อมคนทั้งคู่ไว้ อคินดันร่างของพายชิดกับผนังกระจกเย็นเฉียบของลิฟต์โดยสาร ดวงตาคมกริบจดจ้องใบหน้าเนียนใสที่เชิดขึ้นอย่างถือดี ร่างสูงก้มลงกระซิบชิดริมหูจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอขาว ทำเอาคนปากเก่งถึงกับสะดุ้งเฮือก
“เก่งนักนะ... ใครอนุญาตให้ไปประกาศตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของฉันกลางห้องประชุมแบบนั้นฮึ?”
พายเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามด้วยความตื่นตระหนก ไม่ใช่เพราะกลัวท่าทางคุกคามของอคิน แต่เป็นเพราะระยะห่างที่ใกล้จนเกินไปและแววตาระยิบยับที่ซ่อนความคลั่งรักไว้ไม่มิดของคนตรงข้ามต่างหาก
“ก็... ใครใช้ให้คุณทำหน้าเหมือนหมาหงอยโดนรังแกเล่า ผมก็แค่ช่วยตามหน้าที่หัวหน้าทีมกับลูกทีมแค่นั้นแหละ ปล่อยเลยนะ อคิน!” พายพยายามดันแผงอกแกร่งออก แต่มีหรือที่คนตัวโตกว่าจะยอมปล่อย
อคินไม่ตอบ แต่โน้มใบลงมาใกล้เรื่อยๆ จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนลุ่มลึกที่ทำเอาพายหายใจไม่ทั่วท้อง นิ้วเรียวของอคินเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากให้อย่างเบามือ ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาสติของพายกระเจิง
“หน้าที่ลูกทีมเหรอ... แต่เมื่อกี้ ฉันได้ยินเสียงหัวใจเธอดังกว่าเสียงประชุมซะอีกนะ พาย”
พายเบิกตากว้าง หน้าแดงซ่านลามไปถึงใบหู กำลังจะอ้าปากเถียงกลับตามนิสัยเดิม แต่อคินกลับยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากของเขาไว้เบาๆ เป็นเชิงห้าม พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่นานๆ ครั้งจะหลุดออกมาให้เห็น
“ขอบคุณนะ... สำหรับวันนี้” อคินกระซิบเสียงนุ่ม ทุ้มต่ำและบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจ “แต่เรื่องเมื่อกี้... เธอยังติดหนี้ฉันอยู่หนึ่งอย่าง”
“หนี้... หนี้อะไรอีกเล่า ผมช่วยคุณไว้นะ!” พายโวยวายเสียงหลง ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
ก่อนที่พายจะได้ต่อว่าอะไรไปมากกว่านั้น เสียงสัญญาณเตือนของลิฟต์ก็ดังขึ้นพร้อมกับประตูที่เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นพื้นที่สำนักงานชั้นใน แต่ทว่า... ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้ทั้งคู่ต้องชะงักกึก ร่างของใครบางคนที่ยืนรออยู่หน้าโต๊ะทำงานของอคิน พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบและเอกสารซองสีน้ำตาลในมือ ทำให้อคินต้องหรี่ตาลงด้วยความตกใจระคนสงสัย... บุคคลที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่ในเวลานี้ กลับมายืนรออยู่พร้อมกับความลับที่กำลังจะพังทุกอย่างลงในพริบตาเดียว!
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความหวานและส่งกำลังใจให้พุดดิ้งคาราเมลเสมอนะคะ*
เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายสายที่ผมโทรหา•ตอนที่ 10
จุดเปลี่ยนของความรู้สึก
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายสายที่ผมโทรหา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!