เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในร้านกาแฟสไตล์มินิมอลย่านอารีย์ แสงไฟสีส้มอบอุ่นจากหลอดไฟเอดิสันสะท้อนลงบนเรือนผมสีเข้มของคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวยาว ปลายนิ้วเรียวยาวไม่ได้กำลังจรดอยู่บนหน้าจอแท็บเล็ตเพื่อตรวจงานดีไซน์เหมือนอย่างเคย แต่กลับกำลังบรรจงคีบเศษอาหารเม็ดเล็กๆ ใส่ลงในชามกระดาษใบจิ๋วอย่างเบามือ
“กินช้าๆ หน่อยสىเจ้าตัวเล็ก เดี๋ยวก็สำลักหรอก”
เสียงทุ้มนุ่มที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของพายช่างแตกต่างจากยามที่เจ้าตัวยืนปะทะคารมกับเขาในห้องประชุมลิบลับ รอยยิ้มบางเบาที่ระบายอยู่บนใบหน้าเรียวสวยนั้นอ่อนโยนเสียจนคนแอบมองอย่างอคินถึงกับเผลอกลั้นหายใจ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอกลับกระตุกวูบอย่างไร้สาเหตุ
นึกไม่ถึงเลยนะคะว่า... คนปากเก่งที่ชอบเหวี่ยงใส่เขาจนตาเขียวปั๊ดในเวลางาน จะมีมุมที่ละมุนละไมยามอยู่กับลูกแมวจรจัดข้างถนนแบบนี้
อคินยืนพิงเสาปูนเปลือยอยู่มุมมึกห่างออกไปไม่ถึงสเกลห้าเมตร ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจับจ้องภาพตรงหน้าไม่วางตา เหตุการณ์เมื่อคืนที่ออฟฟิศยังคงวนเวียนอยู่ในหัว คำขู่เอาแต่ใจที่เขาพ่นใส่พายไปก่อนจะผละตัวออกมา มันควรจะทำให้คนดื้อรั้นอย่างพายหวาดกลัวหรือหัวเสียจนนอนไม่หลับ แต่ใครจะไปรู้ล่ะคะว่าพอเลิกงานปุ๊บ เจ้าตัวแสบประจำทีมดีไซน์จะแอบย่องมาให้อาหารแมวจรตัวผอมโซแถวนี้แทนที่จะรีบหนีกลับบ้านตามคำประกาศิตของเขา
พายในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอกกำลังยองๆ นั่งย่อตัวลงกับพื้นโดยไม่ห่วงภาพลักษณ์ไฮโซกราฟิกดีไซเนอร์ฝีมือพระกาฬเลยสักนิด มือเรียวยื่นไปเกาใต้คางเจ้าเหมียวสีส้มตัวมอมแมมที่ส่งเสียงร้องครางหง่าวอย่างออดอเซาะ บรรยากาศรอบตัวของพายในตอนนี้ช่างนุ่มฟูและดึงดูดสายตาเสียจนอคินละสายตาไม่ได้ มันเหมือนกับภาพวาดศิลปะชิ้นเอกที่ถูกซ่อนไว้ในมุมมืดของแกลเลอรี และเขาก็คือผู้โชคดีคนเดียวที่ได้ค้นพบความลับนี้
“มองอะไรอยู่เหรอครับคุณหัวหน้า?”
เสียงทักทายที่ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังทำเอาอคินสะดุ้งเล็กน้อย ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดทันทีเมื่อหันไปพบกับธันวา—คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจที่ยืนกอดอกยิ้มมุมปากส่งมาให้อย่างกวนประสาท ในมือของธันวาถือแก้วกาแฟเย็นสองแก้วท่าทางสบายอารมณ์
“ไม่ใช่เรื่องของคุณ ธันวา” อคินสวนกลับด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น สายตาคมปรายมองคู่ปรับเก่าอย่างไม่สบอารมณ์
“อ้าว... ก็เห็นยืนทำหน้าเครียดเป็นหุ่นยนต์อยู่ตรงนี้นานสองนาน นึกว่ากำลังใช้ความคิดเรื่องโปรเจกต์ใหญ่ซะอีก” ธันวาหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ ก่อนจะเบนสายตาเลยผ่านไหล่ของอคินไปยังเป้าหมายที่อีกฝ่ายกำลังแอบมองอยู่ “อุעם... นั่นมันน้องพายคนเก่งไม่ใช่เหรอครับ? ว่าแต่... หัวหน้าทีมสุดเนี๊ยบอย่างคุณแอบตามเด็กในสังกัดมาถึงข้างนอกนี่... หวงก้างหรือว่าห่วงหาละเนี่ย”
“หุบปากไปซะ ถ้าไม่อยากให้กาแฟในมือคุณมันหกเลอะเสื้อราคาแพงนั่น” อคินขู่ลอดไรฟัน นัยน์ตาดุคมวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ รังสีความกดดันแผ่ซ่านรอบตัวจนธันวาต้องยกมือขึ้นยอมแพ้เชิงทีเล่นทีจริง
แต่ทว่า... ความสนใจของพวกเขากลับต้องสะดุดกึก เมื่อเสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินเข้ามาใกล้จุดที่พายนั่งอยู่ พร้อมกับเสียงอุทานด้วยความตกใจของคนตัวเล็ก
“เฮ้ย! แกทำอะไรแมวฉันน่ะ!” เสียงตวาดแว้ดคุ้นหูดังขึ้น พายรีบผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตากลมโตตวัดมองผู้ชายแปลกหน้าท่าทางน่าสงสัยคนที่ถือไม้กวาดเก่าๆ เดินเข้ามาใกล้ลูกแมวตัวโปรดของเขา
“แมวจรจัดข้างถนน ใครๆ ก็ตีได้โว้ย มันมาคุ้ยขยะหน้าร้านฉันรกไปหมด!” เจ้าของร้านชำฝั่งตรงข้ามตวาดกลับเสียงดังลั่น พร้อมเงื้อมือถือไม้กวาดขึ้นทำท่าจะไล่ตีเจ้าเหมียว
พายหน้าตึงขึ้นมาทันที ความกลัวถูกแทนที่ด้วยความโกรธเกรี้ยวในเสี้ยววินาที ร่างเพรียว้าวุ่นก้าวเข้าไปยืนขวางหน้าลูกแมวตัวน้อยไว้ทันทีโดยไม่ลังเล “ถึงมันจะเป็นแมวจรแต่มันก็มีชีวิตนะเว้ย! จะมาทำร้ายสัตว์อ่อนแอแบบนี้มันทุเรศเกินไปหน่อยมั้งคุณ!”
“ปากดีนักนะไอ้หนุ่ม อยากลองดีกับฉันใช่ไหม!” เจ้าของร้านชำหน้าดำคร่ำเครียด เงื้อมือถือไม้กวาดพุ่งตรงเข้ามาหมายจะฟาดลงพื้นขู่เด็กหนุ่มปากกล้า
“พาย!”
อคินที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ไกลออกไป สติหลุดผึงทันทีเมื่อเห็นท่าไม่ดี ขายาวก้าวฉับๆ ด้วยความเร็วแสงราวกับติดสปริง ความเยือกเย็นและมาดนิ่งสุขุมที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบในการปกป้องคนดื้อรั้นที่ชอบหาเรื่องใส่ตัวไม่เว้นแต่ละวัน
แต่ก่อนที่อคินจะพุ่งเข้าไปถึงตัว เหตุการณ์กลับพลิกผันอย่างรวดเร็วเมื่อร่างของพายถูกกระชากถอยหลังไปหลบอยู่ด้านหลังของใครอีกคนหนึ่งอย่างทันท่วงที
“ใจเย็นๆ สิครับคุณลุง... เด็กมันไม่ได้ตั้งใจจะกวนประสาทหรอก พอดีมันเป็นคนรักสัตว์ขึ้นสมองน่ะครับ” ธันวาแทรกตัวเข้ามาประชิดเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็ว มือหนายกขึ้นห้ามปรามเจ้าของร้านชำด้วยรอยยิ้มการค้า ก่อนจะควักกระเป๋าเงินหยิบบัตรใบสีดำยื่นให้อย่างใจป้ำ “ค่าเสียหายทั้งหมด เดี๋ยวผมจัดการให้เองครับ ถือว่าทำบุญนะ”
เจ้าของร้านชำชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นท่าทีใจถึงและเงินสดในมือ ก่อนจะยอมลดไม้กวาดลงแล้วบ่นพึมพำเดินกลับเข้าร้านไป
บรรยากาศรอบตัวกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง แต่วินาทีนั้นเอง อคินที่เดินมาหยุดยืนประชิดตัวพายได้สำเร็จ กลับต้องขบกรามแน่นด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก
พายยังคงยืนอยู่ข้างหลังธันวา มือเรียวเอื้อมไปจับชายเสื้อของคู่แข่งทางธุรกิจเพื่อทรงตัวจากเหตุการณ์ตกใจเมื่อครู่ ภาพนั้นมันทิ่มแทงหัวใจของหัวหน้าทีมดีไซน์ผู้ซึมซะยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด ดวงตาคู่คมของอคินตวัดมองมือของพายที่กำเสื้อธันวาแน่น ก่อนจะเงยขึ้นสบตากับคนปากเก่งที่เพิ่งหายตกใจ
พายเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าถมึงทึงและแววตาวาวโรจน์ของอคินที่ยืนจ้องเขม็งอยู่ตรงหน้า หายใจเข้าออกหอบถี่ด้วยความระทึก
“ปล่อย...” อคินเอ่ยเสียงลอดไรฟันต่ำเตี้ย ทว่าเฉียบขาดและกดดันจนแทบหยุดหายใจ ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่มือของพายที่ยังจับเสื้อธันวาอยู่ “บอกให้ปล่อยไง... พาย”
พายชะงัก รีบชักมือกลับทันทีราวกับถูกไฟลวก ใบหน้าเรียวเชิดขึ้นตามสัญชาตญาณความพยศ แม้ในใจจะแอบหวั่นไหวกับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของหัวหน้าตัวเองก็ตาม “คุณ... มาทำอะไรที่นี่เนี่ย?”
“ผมควรจะเป็นฝ่ายถามคุณมากกว่า...” อคินก้าวเข้าไปประชิดตัวพายทีละก้าว จนแผ่นหลังบางเกือบจะติดกับกำแพงร้านกาแฟ ดวงตาคมก้มลงมองคนตัวเล็กกว่าด้วยความคาดคั้นที่ซ่อนความหวงแหนไว้อย่างมิดชิด “บอกให้อยู่เฉยๆ ที่ห้อง... แต่ดันถ่อมาให้อาหารแมวข้างถนนแถมยังเกือบโดนคนอื่นเอาไม้กวาดฟาดหัวเนี่ยนะ? สมองคุณทำด้วยอะไรฮึ... พาย”
“นี่! ผมจะไปไหนมันก็เรื่องของผมป่ะวะ อีกอย่างผมก็ไม่ได้ขอให้คุณตามมาสอดสักหน่อย!” พายสวนกลับทันควัน หน้าตาทะ้นทึนด้วยความไม่ยอมแพ้ ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันอย่างขัดใจ
“ใช่... คุณไม่ได้ขอ แต่ผมมาเอง” อคินโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน เสียงทุ้มต่ำพร่ากระซิบชิดริมหูของคนปากเก่งด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาหัวใจคนฟังกระตุกวูบ “และจำคำพูดของผมเมื่อคืนไว้ให้ดีนะพาย... ว่าคนดื้อรั้นที่ชอบฝ่าฝืนคำสั่งผมเนี่ย... คืนนี้เขาจะต้องโดน ‘ลงโทษ’ ยังไงบ้าง”
พายสะท้านเฮือก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นตระหนกเมื่อสบเข้ากับประกายตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักและดุดันในเวลาเดียวกัน ท่าทางคุกคามที่แนบชิดเกินความจำเป็นทำเอาคำเถียงร้อยแปดพันเก้าที่เตรียมไว้ติดอยู่ที่ลำพอยกเว้นเสียงหายใจติดขัด
“อ๊ะ! โทษทีนะที่ขัดจังหวะสวีท” เสียงกวนประสาทของธันวาแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศ ธันวายืนกอดอกมองภาพคนทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย “แต่ดูท่าทาง... น้องพายคงไม่ได้อยากโดนคุณลงโทษหรอกมั้งครับหัวหน้าอคิน... จริงไหมครับน้องพาย?”
พายเม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามด้วยความสับสนระหว่างความโกรธที่มีต่อธันวาและความรัญจวนใจที่อคินกำลังมอบให้ ทว่าก่อนที่พายจะได้ทันอ้าปากตอบโต้ข้อกล่าวหานั้น อคินกลับไม่ได้สนใจเสียงนกเสียงกาของคู่แข่งเลยแม้แต่น้อย
มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเรียวของพายทันที ออกแรงดึงเบาๆ แต่เด็ดขาดบังคับให้คนดื้อก้าวตามหลังตนเองโดยไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ
“กลับบ้าน... พาย” อคินเอ่ยเสียงเรียบแต่เฉียบขาด ขณะหันไปปรายตามองธันวาด้วยแววตานิ่งสนิท “ส่วนเรื่องโปรเจกต์พรุ่งนี้... เชิญคุณธันวาไปคุยกันที่ห้องประชุมบริษัทตามระเบียบเถอะครับ”
พายพยายามยื้อข้อมือตัวเองกลับเล็กน้อยแต่ก็สู้แรงอีกฝ่ายไม่ได้ ได้แต่กัดปากฮึดฮัดเดินตามแรงดึงของอคินไปอย่างเสียไม่ได้ ทว่าในจังหวะที่ก้าวผ่านประตูรถหรูที่อคินเปิดรอไว้อย่างจำยอมนั้นเอง อคินก็โน้มตัวลงมาใกล้ข้างใบหูของเขาอีกครั้ง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนขนลุกซู่
“เตรียมใจไว้ให้ดีนะพาย... เพราะต่อจากนี้...” อคินกระซิบด้วยน้ำเสียงพร่าสั่นที่เต็มไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า “คุณจะไม่มีวันได้หนีไปไหนจากสายตาผมอีกแล้ว”
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 4 ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะฟินและจิกหมอนไปกับความซึนคลั่งรักของบอสอคินกันถ้วนหน้า แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายสายที่ผมโทรหา•ตอนที่ 4
กาแฟหนึ่งแก้วกับความลับ
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายสายที่ผมโทรหา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!