เสียงเคาะตะหลิวเหล็กกระทบกับกระทะเหล็กหล่อดัง *กริ้ง-กรง* เป็นจังหวะจะโคน ท่ามกลางบรรยากาศอับชื้นและกลิ่นอายคาวเลือดของดันเจี้ยนชั้นที่สิบแปด—เขตแดนรกร้างที่ฮันเตอร์ระดับ A หลายคนยังต้องเดินด้วยความระมัดระวัง แต่สำหรับเรนแล้ว สถานที่แห่งนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด มันคือห้องครัวขนาดใหญ่ที่รอการวัตถุดิบชั้นดีก็เท่านั้น
"อุณหภูมิของเตาไฟเวทมนตร์ตอนนี้อยู่ที่สองร้อยแปดสิบองศาเซลเซียส... เปลวไฟสีฟ้าครามกำลังเสถียรพอดี"
เรนพึมพำกับตัวเอง ดวงตาภายใต้กรอบแว่นใสจ้องมองเมล็ดข้าวหอมมะลิที่ผ่านการหุงด้วยน้ำซุปกระดูกมอนสเตอร์จนขึ้นเงา เม็ดข้าวแต่ละเม็ดร่วนซุย ไม่เกาะติดกันเป็นก้อน มันคือพื้นฐานสำคัญที่สุดของข้าวผัดระดับปรมาจารย์ที่เขาฝึกฝนมานับครั้งไม่ถ้วน
ทว่า บรรยากาศอันสงบสุขในร้านอาหารชั่วคราวริมผนังถ้ำ กลับถูกแผดเผาด้วยแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านเข้ามาจากทางเดินมืดทึบเบื้องหน้า
*[คำเตือนระบบ: ตรวจพบตัวตนระดับภัยพิบัติ 'ราชันย์ผู้ลืมเลือน' กำลังเข้าใกล้ในระยะประชิด]*
*[ภารกิจลับระดับ SSS: 'มื้ออาหารแห่งการพิพากษา' ถูกเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติ]*
หน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงกระพริบเตือนเป็นสีแดงฉาน เรนไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนก เขายังคงใช้มือซ้ายถือกระทะสบัดเมล็ดข้าวให้ลอยคว้างกลางอากาศอย่างแม่นยำ เมล็ดข้าวสีทองสอดประสานกับไข่ไก่สีส้มสดที่เคลือบเคลือบผิวอย่างทั่วถึง กลิ่นหอมฟุ้งของกระเทียมเจียวกับน้ำมันหมูป่าดันเจี้ยนเริ่มระเหยขึ้นสู่บรรยากาศ ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของเขาไม่ใช่ระบบแจ้งเตือนอันตราย แต่เป็นเงาร่างหนึ่งที่กำลังเดินฝ่าความมืดเข้ามาต่างหาก
“กลิ่นนี่มัน...”
เสียงหวานใสแต่แหบพร่าดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงัน
เอลาร่า จอมเวทสาวแห่งหอคอยดารา ผู้มีฉายาว่า 'หัตถ์อัคคีทำลายล้าง' ก้าวเท้าเข้ามาในเขตแสงไฟของร้าน เธอยืนพิงเสาหินด้วยท่าทางหมดเรี่ยวแรง เสื้อคลุมสีดำสนิทของเธอขาดวิ่น เผยให้เห็นรอยแผลจากการต่อสู้กับมอนสเตอร์ระดับบอส แววตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและความระแวดระวัง บัดนี้กลับถูกสะกดด้วยภาพของกระทะเหล็กที่กำลังลุกโชนไปด้วยเปลวไฟสีส้ม
“คุณฮันเตอร์... ร้านนี้ปิดบริการชั่วคราวนะครับ หากต้องการความช่วยเหลือ กรุณารอสักครู่” เรนกล่าวด้วยน้ำสุภาพ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้า แม้ว่าเหงื่อกาฬจะเริ่มซึมตามไรผม เนื่องจากแรงกดดันจากพลังเวทของหญิงสาวตรงหน้ากำลังทำให้ผนังถ้ำรอบตัวสั่นสะเทือน
เอลาร่าไม่ได้สนใจคำเตือนของเชฟหนุ่ม สายตาของเธอกวาดมองไปที่จานกระเบื้องสีขาวบนโต๊ะไม้ ซึ่งมีข้าวผัดไข่ร้อนๆ วางอยู่ ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมเย้ายวนที่เข้าจู่สมองส่วนการรับรู้ของเธอโดยตรง ท้องของเภาส่งเสียงร้องโครกครากออกมาอย่างน่าอาย เธอไม่ได้กินอาหารที่มีรสชาติมานานนับสัปดาห์ เนื่องจากการติดอยู่ในเขาวงกตมิติซ้อนทับ
“เจ้า... ทำอะไรลงไป?” เอลาร่าเอ่ยเสียงสั่น มือเรียวยาวสั่นเทาเล็กน้อยขณะกำไม้เท้าเวทมนตร์แน่น “กลิ่นนี่มันไม่ใช่เวทมนตร์สะกดจิต... แต่มันคืออะไรกันแน่ ทำไมมันถึงทำให้มานาในร่างกายของข้ารู้สึกปั่นป่วนจนสงบลงได้?”
เรนวางกระทะลงบนเตาอย่างนุ่มนวล เขาหยิบผ้าสะอาดมาเช็ดมือพลางมองสำรวจหญิงสาวตรงหน้าอย่างพิจารณา ระบบวิเคราะห์ของเขารันข้อมูลเบื้องหลังของเธอขึ้นมาทันที *'เอลาร่า, เลเวล 78, คลาส: จอมเวทอาคมโบราณ, สภาวะ: ขาดสารอาหารขั้นรุนแรง, พลังงานเวทตีกลับเนื่องจากความหิวโหย'*
“มันก็แค่ข้าวผัดไข่ธรรมดาๆ ครับ... แต่อาจจะพิเศษตรงที่ใช้ไข่ของราชินีมอนสเตอร์แอสแทรกซ์ และข้าวที่หุงด้วยน้ำซุปกระดูกมอนสเตอร์ธาตุแสง เพื่อปรับสมดุลมานาในร่างกายของผู้ทาน” เรนตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและเป็นกันเอง เขาเดินไปหยิบแก้วน้ำเย็นยื่นให้เธอ “เชิญนั่งก่อนครับ คุณดูเหมือนคนไม่ได้ทานอะไรมาหลายวันแล้วนะ”
เอลาร่ารับแก้วน้ำมาถือไว้โดยไม่รู้ตัว ความหิวกระหายบวกกับความเหนื่อยล้าทำให้เกราะป้องกันจิตใจของเธอลดลงไปครึ่งหนึ่ง เธอมองหน้าเชฟหนุ่มสลับกับจานข้าวผัดตรงหน้า ความสงสัยระคนหวาดระแวงยังคงฉายชัดในแววตา
“เจ้าเป็นใครกันแน่? ฮันเตอร์หน้าใหม่คนนี้ไม่น่าจะเปิดร้านอาหารกลางดันเจี้ยนชั้นลึกขนาดนี้ได้โดยไม่มีพลังคุ้มครอง... และที่สำคัญที่สุด เจ้าไม่กลัวข้าหรือไง?” เอลาร่าถามเสียงเข้ม พยายามรวบรวมพลังเวทที่เหลืออยู่เพื่อสร้างเกราะป้องกันรอบตัว
“ผมเป็นแค่พ่อค้าธรรมดาๆ คนหนึ่งครับ ชื่อเรน” เชฟหนุ่มโค้งตัวให้อย่างสุภาพตามวิสัยทัศน์ของสุภาพบุรุษ “ส่วนเรื่องความกลัว... ผมเชื่อว่ามอนสเตอร์ที่น่ากลัวที่สุดในดันเจี้ยนนี้ ไม่ใช่พวกอสูรกายร้อยตาข้างนอกนั่นหรอกครับ แต่เป็นความหิวโหยที่กัดกินจิตใจของฮันเตอร์ต่างหาก และสำหรับปัญหานั้น ผมมีความมั่นใจว่าผมสามารถจัดการมันได้ดีกว่าเวทมนตร์บทใดๆ ในโลกนี้เสียอีก”
คำพูดที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ทำให้เอลาร่าชะงักไปชั่วขณะ เธอจ้องมองรอยยิ้มที่จริงใจของเรน ความตึงเครียดในบรรยากาศเริ่มคลายตัวลงทีละน้อย ทว่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของทั้งคู่ก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
*โครมมม—!*
ผนังถ้ำด้านหลังร้านแตกละเอียด เศษหินและฝุ่นตลบอบอวล เงาร่างสีดำทมิฬขนาดมหึมาพร้อมดวงตาสสีแดงฉานนับร้อยคู่ปรากฏขึ้นจากความมืด มันคือ 'ราชันย์ผู้ลืมเลือน' และบริวารที่ตามรอยกลิ่นอายของข้าวผัดมาถึงที่นี่แล้ว!
เอลาร่าเบิกตากว้าง สัญชาตญาณการต่อสู้กรีดร้องเตือนภัย เธอยกไม้เท้าขึ้นเตรียมร่ายเวทบททำลายล้างสูงสุดทันที “ระวัง! มันคือภัยพิบัติระดับ S—!”
แต่ก่อนที่จอมเวทสาวจะได้ร่ายคาถาบทแรก เรนกลับเอื้อมมือไปคว้าจานข้าวผัดร้อนๆ ขึ้นมาด้วยมือเดียว ใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เล็กน้อยอย่างคนเหนือกว่า
“คุณเอลาร่าครับ... ช่วยรอสักครู่, การต่อสู้ในครัวของผม ไม่จำเป็นต้องใช้เวทมนตร์รุนแรงหรอกครับ” เรนกล่าวเบาๆ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับกองทัพมอนสเตอร์ระดับภัยพิบัติด้วยท่าทีสงบนิ่งยิ่งกว่าสายน้ำ
*[โปรดติดตามตอนต่อไป...]*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนพ่อค้าอาหารคนนี้เสมอนะครับ
พ่อครัวนรกเปิดร้านข้าวผัดในดันเจี้ยนเกรด S•ตอนที่ 3
ลูกค้าคนแรกที่ไม่ได้รับเชิญ
ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พ่อครัวนรกเปิดร้านข้าวผัดในดันเจี้ยนเกรด S นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!