พ่อครัวนรกเปิดร้านข้าวผัดในดันเจี้ยนเกรด S•ตอนที่ 1

ยินดีต้อนรับสู่ภัตตาคารชั้นที่ 99

ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
กลิ่นคาวเลือดของราชาออร์คยังคงลอยอวลอยู่ในโพรงจมูก ตัดสลับกับกลิ่นอับชื้นของหินอัคนีอายุนับพันปี เรนก้มมองคราบสีเข้มบนผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดของตนเอง นัยน์ตาสสีนิลกวาดมองซากอารยธรรมที่พังทลายรอบตัว ดันเจี้ยนเกรด S ชั้นที่ 99 ไม่ใช่สถานที่ที่สิ่งมีชีวิตควรจะมายืนหายใจอยู่—โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่ออาวุธในมือของเขาไม่ใช่ดาบเวทมนตร์หรือคทาศักดิ์สิทธิ์ แต่เป็นกระทะเหล็กหล่อขึ้นรูปพิเศษที่มีรอยบุบจากการฟาดกบาลมอนสเตอร์ "เจ้าเด็กนี่... ยังมีชีวิตอยู่สินะ" เสียงแหบพร่าแต่น่าฟังดังขึ้นจากมุมมืดของซากเสาหิน เอลาร่า อาจารย์สาวลึกลับผู้สวมชุดคลุมนักเวทสีนิลขาดวิ่น เธอกำลังใช้ไม้เท้าพยุงร่างที่เต็มไปด้วยบาดแผลทรุดลงนั่งพิงกำแพง เลือดสีแดงสดไหลซึมผ่านรอยขาดของอาภรณ์ แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าบาดแผลภายนอก คือมานาในตัวเธอที่เหือดแห้งจนถึงขีดวิกฤต เรนไม่ได้ตอบทันที เขาย่อตัวลง ควาญหาสิ่งของบางอย่างในกระเป๋าคาดเอวหนหนังมอนสเตอร์ นิ้วเรียวยาวหยิบหอมหัวใหญ่ลูกหนึ่งขึ้นมาพิจารณาอย่างเงียบๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ "อาจารย์ครับ ถ้าท่านยังฝืนใช้เวทมนตร์บทนั้นอีกรอบ วิญญาณของท่านคงไม่ได้ไปเกิดใหม่ แต่คงจะสลายกลายเป็นปุ๋ยให้รากเห็ดเรืองแสงแถวนี้แน่ๆ" เรนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่แฝงความห่วงใยที่ถูกกลบเกลื่อนด้วยท่าทีสุขุม เอลาร่าแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ดวงตาคมกริบใต้ฮู้ดมองศิษย์เอกด้วยความรู้สึกซับซ้อน "ปากคอเราะร้ายนักนะเรน... ในสถานการณ์ที่กิลด์ใหญ่อันดับหนึ่งถอยทัพหนีตาย และพวกเราติดอยู่ในเขตแดนปิดตายชั้นที่ 99 เจ้ายังมีอารมณ์มาห่วงเรื่องปุ๋ยเห็ดเรืองแสงอีกงั้นหรือ?" "ผมไม่ได้เป็นห่วงเห็ดครับ ผมเป็นห่วงกระทะของผมต่างหาก" เรนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดฝุ่นตามเนื้อตัวอย่างใจเย็น ก่อนจะยกกระทะเหล็กขึ้นเคาะกับฝ่ามือดัง *กริ๊ง* "แล้วก็... ผมเตือนหลายครั้งแล้วนะว่าอย่าไปรับข้อเสนอลงดันเจี้ยนเกรด S กับพวกกิลด์โล่เหล็กนั่น ข้อมูลบิดเบือนสิ้นดี บอกว่ามีแค่ก๊وبลินกลายพันธุ์ แต่พอลุยเข้ามาจริงๆ กลับกลายเป็นรังเพาะพันธุ์ของราชาออร์คคลั่ง เสียเวลาทำมาหากินหมด" โลกใบนี้ขับเคลื่อนด้วย 'ระบบดันเจี้ยน' และ 'ฮันเตอร์' ผู้คนนับล้านต่างไขว่คว้าหาพลัง ชื่อเสียง และเงินตราจากการพิชิตหอคอยมอนสเตอร์ ทว่า สำหรับเรนแล้ว... ดันเจี้ยนไม่ได้มีไว้เพื่อกวาดล้าง แต่มันคือคลังวัตถุดิบอาหารชั้นยอดที่รอการแปรรูป *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยดังขึ้นในหัวของเรน พร้อมกับหน้าต่างสีฟ้าโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ [ระบบภัตตาคารต่างมิติ (Dungeon Gourmet System) ทำงานสมบูรณ์] [สถานะปัจจุบัน: ติดอยู่ในดันเจี้ยนเกรด S (ชั้นที่ 99 - เขตแดนอาถรรพ์)] [เงื่อนไขการหลบหนี: จัดตั้ง 'ร้านอาหารชั่วคราว' และรังสรรค์เมนูที่สามารถสยบความหิวโหยของจิตวิญญาณแห่งความมืดได้สำเร็จ] [บทลงโทษกรณีล้มเหลว: วิญญาณของเชฟและผู้ช่วยจะถูกผนึกไว้ในกระทะเหล็กชั่วนิรันดร์] [ของรางวัลภารกิจ: ปลดล็อกสูตรลับ 'ข้าวผัดไข่มังกรอัคนี' และสิทธิ์ในการเคลื่อนย้ายร้านค้าระดับ SSS] เรนกวาดสายตาอ่านข้อความเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว สมองอันรอบคอบของเขาประมวลผลสถานการณ์ทั้งหมดภายในเวลาไม่ถึงสามวินาที ไม่มีอาการตื่นตระหนก ไม่มีเสียงสบถ มีเพียงรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก "ระบบนี่... เผด็จการเสียจริงนะว่าไหมครับ" เรนพึมพำเบาๆ "เจ้าพึมพำอะไรของเจ้าอีกแล้ว เรน?" เอลาร่าขมวดคิ้วมุ่น นางพยายามใช้ไม้เท้ายันกายลุกขึ้น แต่ความหิวโหยที่สะสมจากการต่อสู้มาราธอนสามวันสามคืนทำให้ท้องของนางส่งเสียงร้องโครกคราดออกมาอย่างชัดเจน ใบหน้าสวยคมของจอมเวทระดับสูงขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความอับอาย นางรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นทันที พยายามรักษามามาดอันน่าเกรงขามเอาไว้ แต่ความจริงคือ... ร่างกายของนางในตอนนี้ แทบจะไม่มีแรงแม้แต่จะร่ายเวทมนตร์ระดับศูนย์ด้วยซ้ำ เรนเหลือบมองอาจารย์สาวแวบหนึ่ง เขาเข้าใจปมในอดีตของนางดี เอลาร่าเคยสูญเสียครอบครัวและหมู่บ้านไปในภัยพิบัติดันเจี้ยนแตกทะลัก สิ่งนั้นฝังรากลึกกลายเป็นความกลัวต่อความหิวโหยและการสูญเสีย จนบางครั้งนางมักจะฝืนใช้พลังเกินขีดจำกัดเพื่อปกป้องผู้อื่นเสมอ "รอสักครู่ครับอาจารย์" เรนกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลผิดคาด เขานั่งลงยองๆ เปิดกระเป๋าเป้ใบเก่ง หยิบเตาแกะสลักเวทมนตร์ขนาดพกพา และถังแก๊สมานาขนาดเล็กออกมา จัดวางมันลงบนพื้นหินแกรนิตอย่างเป็นระเบียบ จากนั้นจึงหยิบวัตถุดิบที่เก็บเกี่ยวมาจากซากมอนสเตอร์ระหว่างทาง—ข้าวสารวิเศษเกรด A ที่ร่วงหล่นจากกระเป๋าของฮันเตอร์ผู้ล่วงลับ ไข่ของแย้หินอัคนี และต้นหอมป่าดันเจี้ยน "เจ้า... จะทำอะไรในสถานการณ์แบบนี้?" เอลาร่าถามด้วยความไม่เข้าใจ นางมองเตาแก๊สขนาดเล็กสลับกับใบหน้าของศิษย์หนุ่ม "ข้างนอกนั่น ฝูงมอนสเตอร์ระดับ A กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้เพราะกลิ่นเลือดของราชาออร์ค... พวกเรากำลังจะตายอยู่แล้วนะ!" "ในโลกนี้ ไม่มีปัญหาอะไรที่แก้ไม่ได้ด้วยอาหารจานเดียวหรอกครับอาจารย์" เรนตอบพร้อมกับจุดไฟสีฟ้าครามขึ้นที่หัวเตา เสียง *พรึบ* ดังขึ้นเบาๆ ท่ามกลางความมืดมิดของชั้นที่ 99 เรนหยิบกระทะเหล็กขึ้นมาตั้งไฟ ความร้อนเริ่มแผ่ซ่านขับไล่ไอเย็นยะเยือกของดันเจี้ยนออกไปทีละน้อย เขากวาดสายตามองวัตถุดิบในมือด้วยสมาธิที่แน่วแน่ แววตาของเชฟหนุ่มเปลี่ยนเป็นจริงจังและเฉียบคมราวกับนักรบในสนามรบ นี่ไม่ใช่แค่การทำอาหารประทังชีวิต... แต่มันคือการเปิดฉากสงครามครั้งใหม่ ระหว่าง 'ความหิวโหยของดันเจี้ยน' กับ 'ฝีมือระดับปรมาจารย์' ของเขาเอง *ซู่ซ่าส์!* เสียงน้ำมันหมูโบราณกระทบกับผิวเหล็ก-ร้อนจัดดังสนั่น กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วห้องโถงมืดทึบ ขับไล่บรรยากาศน่าสะพรึงกลัวให้เจือจางลงชั่วขณะ เอลาร่าเผลอสูดดมกลิ่นนั้นเข้าไปโดยไม่รู้ตัว นัยน์ตาสีมรกตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ทว่า ในวินาทีที่เรนกำลังจะตอกไข่ลงไปในกระทะนั้นเอง... พื้นดินเบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับมีบางสิ่งที่ใหญ่โตมหึมากำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน เสียงคำรามต่ำทุ้งที่สะั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณดังสะท้อนมาจากผนังหินเบื้องหลังพวกเขา *ก๊าซ...ซ...ซ...!* เงาสะท้อนขนาดมหึมาทาบทับลงบนแผ่นหลังของเรน ลมหายใจร้อนระอุกลิ่นกำมะถันโชยปะทะท้ายทอย พร้อมกับดวงตาสีแดงฉานคู่ใหญ่ที่ลืมตาขึ้นในความมืดมิด—มันจ้องมองตรงมาที่กระทะข้าวผัดในมือของเขาด้วยความกระหายเลือด! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาเปิดร้านอาหารในดันเจี้ยนด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พ่อครัวนรกเปิดร้านข้าวผัดในดันเจี้ยนเกรด S นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%