นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับแห่งหุบเขา•ตอนที่ 18

การประชันฝีมือ

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
เอกสารโครงการนิทรรศการเกษตรประจำปีถูกกระแทกลงบนโต๊ะไม้สักจนเกิดเสียงดังสนั่น ทว่าลินินกลับไม่แม้แต่จะปรายตาแล ใบหน้าเรียวสวยยังคงก้มลงจัดการกับเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดสีม่วงเข้มในตะกร้าสานอย่างใจเย็น ปลายเล็บเรียวสะอาดคลุกเคล้ากับผงแร่ธาตุธรรมชาติที่เธอคิดค้นขึ้นเองอย่างพิถีพิถัน บรรยากาศภายในห้องโถงจัดแสดงสินค้าเต็มไปด้วยแรงกดดันชนิดที่หากเป็นคนจิตใจไม่แข็งพอคงทรุดตัวลงไปกองกับพื้นแล้ว "ลินิน เธอคิดว่าการเอาพืชพันธุ์ประหลาดพวกนี้มาจัดแสดง จะช่วยกอบกู้ชื่อเสียงที่เน่าเฟะของตระกูลเราได้จริงๆ อย่างนั้นหรือ?" เสียงแหลมสูงของ "คุณหญิงรัตนา" แม่สามีผู้ไม่เคยลดละความพยายามที่จะเหยียบย่ำเธอดังขึ้น พร้อมกับสายตารังเกียจเดียดฉันท์ที่กวาดมองไปทั่วบูธนิทรรศการขนาดกะทัดรัดแต่โดดเด่นด้วยการจัดวางอย่างมีรสนิยม รอบตัวพวกเขามีกลุ่มผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นและคณะกรรมการตัดสินยืนล้อมวงด้วยท่าทีรอสมน้ำหน้า ลินินค่อยๆ เงยหน้าขึ้น รอยยิ้มบางเบาที่ระบายอยู่บนเรียวปากคู่นั้นไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่คมกริบดุจพญาเหยี่ยว เธอกวาดตามองคู่แข่งคนสำคัญอย่าง "คุณชายรังสิโรจน์" ทายาทกลุ่มทุนเกษตรกรรมใหญ่ที่ส่งยิ้มเยาะเย้ยมาให้จากบูธฝั่งตรงข้าม บูธของอีกฝ่ายอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีนำเข้าราคาแพงและพืชผลตัดแต่งพันธุกรรมที่ดูเงางามเกินจริง "ชื่อเสียงที่เน่าเฟะ... ดิฉันเกรงว่าคุณแม่จะใช้คำผิดนะคะ" ลินินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าทรงพลังจนผู้ฟังถึงกับชะงัก "สิ่งที่ตระกูลเราเคยสูญเสียไป ไม่ใช่เพราะพืชพันธุ์พวกนี้ แต่เป็นเพราะความโลภและความไร้วิสัยทัศน์ของคนบางกลุ่มต่างหากล่ะคะ" "เธอ!" คุณหญิงรัตนาหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัด กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ "สามีเธอมันก็แค่ไอ้วิศวกรตกอับที่ยอมทิ้งอนาคตมาขุดดินอยู่กับผู้หญิงไร้ค่าอย่างเธอ คิดว่าแค่เอาผักบ้านๆ พวกนี้มาตั้งโชว์ จะชนะโครงการนقภาคเหนือได้รึไง!" ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนแทบขาดผึ่ง ร่างสูงใหญ่ในชุดเชิ้ตพับแขนและกางเกงทำงานเนื้อหนาก็้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างภรรยาและแม่สามี "ศิลา" ไม่ได้กล่าวคำใด เขาเพียงแค่ยืนนิ่งเป็นเกราะกำบังที่มั่นคง แววตาดุคมกริบที่มองตรงไปยังคณะกรรมการและคู่แข่งทำเอาทุกคนถึงกับต้องหลบตา ความเงียบโรยตัวลงชั่วขณะเมื่อความกดดันจากบุคลิกนิ่งขรึมแต่ทรงอำนาจของวิศวกรหนุ่มแผ่ซ่าน "งานนิทรรศการนี้ไม่ได้วัดกันที่มูลค่าของเครื่องจักรนำเข้า... แต่่าวัดกันที่ความยั่งยืนของผืนดินและชีวิตของเกษตรกรตัวจริง" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และเปี่ยมด้วยความมั่นใจ เขาเอื้อมมือไปหยิบผลผลิต "มะเขือเทศราชินีสีทองคำ" ที่ลินินเพิ่งเก็บเกี่ยวสดๆ จากแปลงทดลองเมื่อเช้าส่งให้ประธานกรรมการ ประธานกรรมการรับผลผลิตนั้นมาพิจารณา สีหน้าที่เคยเบื่อหน่ายค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจ เมื่อกลิ่นหอมหวานสดชื่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเตะจมูก และเมื่อได้ทดลองผ่าพิสูจน์เนื้อสัมผัสภายใน ความเงียบสงบก็ถูกแทนที่ด้วยเสียงสูดปากด้วยความทึ่ง "นี่มัน... รสชาติแบบนี้มันคืออะไรกัน?" ประธานกรรมการอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง "ความหวานกลมกล่อมที่ไม่เหมือนมะเขือเทศทั่วไป แถมเนื้อสัมผัสยังแน่นและชุ่มฉ่ำอย่างไร้ที่ติ!" ลินินแย้มยิ้มอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า เธอก้าวออกมาข้างหน้า แววตาฉายประกายเจิดจ้าของนักธุรกิจหญิงผู้กุมอนาคต "สิ่งที่คุณท่านกำลังชิมอยู่คือผลลัพธ์จากการฟื้นฟูหน้าดินด้วยจุลินทรีย์ธรรมชาติที่เราวิจัยขึ้นมาเองค่ะ ไม่มีสารเคมีเจือปน และที่สำคัญ... มันใช้น้ำน้อยกว่าพืชปกติถึงครึ่งหนึ่ง" เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วบริเวณบูธ บรรดานักลงทุนอิสระและพ่อค้าคนกลางเริ่มเบนความสนใจจากบูธเทคโนโลยีราคาแพงมามุงที่บูธของลินินอย่างเนืองแน่น คุณหญิงรัตนาหน้าซีดเผือด ทำได้เพียงกัดริมฝีปากด้วยความแค้นเคือง ขณะที่คุณชายรังสิโรจน์เริ่มแสดงอาการร้อนรนอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นว่ากระแสลมกำลังเปลี่ยนทิศทาง ทว่า ในขณะที่ชัยชนะกำลังอยู่แค่เอื้อม เสียงประกาศจากระบบกระจายเสียงของงานก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ *"ประกาศจากกองอำนวยการ... ตรวจพบสารปนเปื้อนชนิดร้ายแรงในตัวอย่างดินและผลผลิตเกษตรของบูธหมายเลขเจ็ด (บูธของลินิน) ขอให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่ทันที!"* ความโกลาหลเกิดขึ้นในพริบตา ทุกสายตาหันขวับกลับมามองลินินและศิลาเป็นตาเดียว คุณหญิงรัตนาหัวเราะร่าออกมาทันทีด้วยความสะใจ ลินินหรี่ตาลงเล็กน้อย กวาดสายตาคมกริบไปยังร่างของใครบางคนที่กำลังเดินยิ้มเยาะหลบมุมออกไปจากฝูงชน ก่อนที่ความวุ่นวายจะบานปลาย ศิลากลับคว้ามือของลินินมากุมไว้แน่น ฝ่ามือหนาอบอุ่นส่งผ่านความเชื่อมั่นมาให้อย่างเต็มเปี่ยม เขากระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้นางร้ายกลับใจคนนี้รู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาด "อย่ากังวลไปเลยที่รัก... หลักฐานทั้งหมดที่พวกมันเตรียมมา พังทลายลงตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว" ลินินระบายยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก เธอก้าวขึ้นไปยืนเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่กำลังเดินถือเครื่องมือเข้ามาด้วยท่าทีคุกคาม พร้อมกับยกถาดน้ำชาสมุนไพรสูตรพิเศษของหุบเขาขึ้นจิบรสชาติท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่จ้องมองมาอย่างระทึกใจ ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "กุหลาบหนามเงิน" นะคะ
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับแห่งหุบเขา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%