นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับแห่งหุบเขา•ตอนที่ 19

ความสำเร็จที่สั่นคลอน

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
เสียงก๊องแก๊งของโลหะที่กระทบกันดังสนั่นลั่นโรงเรือนแปรรูปสมุนไพร ไม่ได้มาจากเครื่องจักรกลทันสมัย หากแต่เป็นเสียงทัพพีทองเหลืองที่กระทบกับขอบหม้อเคี่ยวเคี่ยวสารสกัดชาดอกไม้หิมะอย่างเป็นจังหวะ ลินินระบายยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก เธอก้าวขึ้นไปยืนเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่กำลังเดินถือเครื่องมือเข้ามาด้วยท่าทีคุกคาม พร้อมกับยกถาดน้ำชาสมุนไพรสูตรพิเศษของหุบเขาขึ้นจิบรสชาติท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่จ้องมองมาอย่างระทึกใจ "ผลการตรวจสอบสารเคมีตกค้าง... เป็นศูนย์ค่ะท่านหัวหน้า!" เสียงประกาศกร้าวของเจ้าหน้าที่ภาคสนามดังขึ้น ทำเอาสีหน้าที่เคยเปี่ยมด้วยความมั่นใจของกลุ่มคนจากสภาอุตสาหกรรมเกษตรถึงกับถอดสี ลินินค่อยๆ วางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้ไผ่ขัดเงา เสียงกระทบเบาๆ นั้นกลับดังสะท้อนก้องในความเงียบงันที่เข้าปกคลุมพื้นที่ เธอมองหน้าคู่กรณีด้วยแววตานิ่งสงบ แต่ล้ำลึกเกินกว่าที่ใครจะคาดเดา "ตรวจสอบละเอียดถี่ถ้วนดีแล้วใช่ไหมคะ หรือจะต้องให้ดิฉันเปิดบัญชีสต็อกวัตถุดิบย้อนหลังสามปีให้พวกท่านตรวจดูอีกรอบ เพื่อความโปร่งใสแบบที่พวกท่านเรียกร้องกันแน่ล่ะคะ?" น้ำเสียงหวานใสแต่เฉียบคมราายใบมีดอาบยาพิษถูกเอ่ยขึ้นเบาๆ ทว่ากลับสร้างความหนาวเยือกให้กับแผ่นหลังของคนฟังได้อย่างน่าประหลาด การตรวจสอบในวันนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ลินินรู้ดีว่าความสำเร็จระดับประวัติศาสตร์ที่ยอดขายชาสมุนไพรและพืชผลออร์แกนิกของหุบเขาก้าวกระโดดขึ้นถึงสามร้อยเปอร์เซ็นต์ในไตรมาสเดียว ย่อมดึงดูดสายตาของพวกสุนัขป่าหิวกระหายที่จ้องจะฮุบส่วนแบ่งเข้ามา การที่สินค้าล็อตใหญ่ถูกจองหมดเกลี้ยงโดยพ่อค้าจากเมืองหลวงและตลาดมืดระดับบน ย่อมทำให้ตระกูลใหญ่ที่เคยผูกขาดตลาดเกษตรกรรมรู้สึกเหมือนมีหนามยอกอก "คุณลินินช่างรอบคอบเสียจริง..." เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นพร้อมกับการก้าวเข้ามาของศิลา ร่างสูงใหญ่ในชุดทำงานของวิศวกรที่เปรอะเปื้อนฝุ่นดินและคราบน้ำมันเล็กน้อยดูทรงพลังและน่าเกรงขามยิ่งกว่าเดิม เขาเดินตรงเข้ามาเคียงข้างภรรยา สายตาคมกราบกวาดมองกลุ่มเจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้วยรัศมีกดดันที่ทำให้อีกฝ่ายต้องก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว มือหนายื่นไปหยิบผ้าขนับผืนสะอาดมาซับเหงื่อให้ลินินอย่างทะนุถนอม ท่าทีสนิทสนมและปกป้องอย่างออกนอกหน้าทำให้บรรยากาศรอบตัวยิ่งร้อนระอุ "ถ้าไม่มีธุระอะไรอื่นแล้ว เชิญกลับออกไปทางเดิมได้เลยค่ะ ทางเรายังมีงานที่ต้องสะสางอีกมาก ล็อตส่งออกพรุ่งนี้เช้าต้องไม่มีอะไรผิดพลาด" ลินินเอ่ยไล่อย่างไม่ไว้หน้า เจ้าหน้าที่กลุ่มนั้นกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากเก็บเครื่องมือแล้วเดินคอตกออกไปท่ามกลางเสียงซุบซิบของชาวบ้านที่มามุงดูเหตุการณ์ ทว่า... ชัยชนะในยกนี้ไม่ได้หมายความว่าศึกสงครามจะสิ้นสุดลง ตกดึก คืนนั้นลมหนาวพัดโชยกลิ่นอายดินชื้นเข้าสู่หน้าต่างห้องทำงาน ลินินกำลังก้มหน้าตรวจสอบบัญชีรายรับรายจ่ายภายใต้แสงเทียนสีส้มอุ่น ศิลายืนอยู่เบื้องหลัง มือหนานวดคลึงเบาๆ ที่ลาดไหล่บอบบางเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดให้กับเธอ "พวกมันไม่หยุดแค่นี้แน่ค่ะศิลา ยอดขายที่พุ่งสูงจนน่าตกใจแบบนี้ กำลังทำให้หุ้นในมือของตระกูลเก่าแก่พวกนั้นร่วงกวาดพื้น พวกเขาไม่มีทางยอมให้ผู้หญิงตัวคนเดียวกับอดีตวิศวกรตกอับอย่างเราผูกขาดเส้นทางเศรษฐกิจของภูมิภาคนี้หรอก" ลินินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่เต็มไปด้วยการวิเคราะห์ที่เฉียบคม "ผมเตรียมการไว้หมดแล้ว..." ศោลาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหง "เส้นทางลำเลียงสินค้าสำรองผ่านทางอุโมงค์ลับใต้ภูเขาเสร็จสมบูรณ์แล้ว ต่อให้พวกมันปิดถนนสายหลัก หรือส่งคนมาตัดวงจรไฟฟ้าในหุบเขา สินค้าของเราก็จะยังคงเดินทางไปถึงมือลูกค้าตรงเวลาเสมอ ไม่มีใครทำลายหยาดเหงื่อที่คุณสร้างขึ้นมาได้หรอกลินิน" ลินินเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม รอยยิ้มพึงใจปรากฏขึ้นบนเรียวปากอิ่ม เธอรู้ดีว่าความสามารถของศิลานั้นเกินกว่าที่ใครประเมินไว้ เขามิใช่แค่วิศวกรผู้กุมความลับแห่งหุบเขา แต่คือเกราะเหล็กกล้าที่พร้อมจะปกป้องเธอจากทุกพายุร้าย แต่ทว่า... ในขณะที่ทั้งคู่กำลังวางแผนรับมือกับศึกธุรกิจที่กำลังจะโหมกระหน่ำ เสียงเคาะประตูรั้วบ้านด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างรัวเร็วและไร้ซึ่งมารยาท! ปัง! ปัง! ปัง! ศิลาขมวดคิ้วมุ่นทันที เขากวาดตามองภรรยาก่อนจะลุกขึ้นเต็มความสูง ลินินส่งสัญญาณมือห้ามปรามไม่ให้เขารีบร้อน เธอก้าวเดินไปหยิบตะเกียงน้ำมันขึ้นมาถือไว้ด้วยท่าทีนิ่งสงบ ฝีเท้าก้าวตรงไปยังประตูหน้าบ้านอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใด เมื่อบานประตูไม้สักถูกเปิดออก ภาพเบื้องหน้ากลับทำให้ลมหายใจของลินินสะดุดกึก ร่างของหญิงวัยกลางคนในชุดหรูหราเปียกปอนจากหยาดน้ำค้างยามดึกกำลังยืนหอบหายใจสะท้าน ดวงตาที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความแค้นจ้องมองตรงมาที่เธอ ใบหน้านั้นละม้ายคล้ายคลึงกับคนในตระกูลเดิมที่เธอตัดขาดไปแล้วอย่างสิ้นเชิง "นังตัวดี... แกกล้าดียังไงถึงทำให้ตระกูลของเราต้องอับอายขายขี้หน้าถึงเพียงนี้!" เสียงแหลมสูงตวาดลั่นท่ามกลางความมืดมิด ลินินหรี่ตาลง รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง... สตรีผู้นี้คือ "คุณหญิงนภา" ป้าสะใภ้ผู้เคยเหยียดยอดหยามเธอจนต้องตกอยู่ในจุดต่ำสุดของชีวิต และการที่นางมาปรากฏตัวถึงหน้าบ้านในยามวิกาลเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน ศิลาขยับเข้ามาประชิดเบื้องหลัง ล้อมรอบด้วยเงาสลัวของราตรี ทว่าก่อนที่ใครจะได้เอื้อnวาจาใดเพิ่มเติม เสียงกรีดร้องโหยหวนจากแปลงเกษตรแปลงที่สามของหุบเขาก็ดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบงัน พร้อมกับกลิ่นฉุนรุนแรงของควันไฟและสารเคมีบางชนิดที่ลอยตลบอบอวลเข้ามาแตะจมูก! ไฟ... แปลงเพาะปลูกสมุนไพรล้ำค่ากำลังลุกท่วมด้วยเปลวเพลิงสีแดงฉาน! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความเด็ดเดี่ยวของลินินในหุบเขานี้นะคะ
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับแห่งหุบเขา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%