เสียงกระดาษแผ่นบางกระทบกันเบาๆ ในความเงียบสงัดของห้องทำงานยามวิกาล คือเสียงเดียวที่ดังแข่งกับเสียงจิ้งหรีดเรไรรอบตัวบ้านสวน
ลินินกลั้นหายใจ ปลายเรียวนิ้วที่สวมถุงมือผ้าฝ้ายบางเฉียบพลิกแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้มแผ่นแล้วแผ่นเล่า ดวงตาคู่คมกวาดมองตัวเลขงบประมาณ พิกัดแผนที่เขตหวงห้าม และลายเซ็นกำกับของ ‘ศิลา’ วิศวกรหนุ่มผู้กุมความลับทั้งหมดของหุบเขาแห่งนี้ไว้ในกำมือ
เอกสารลับชุดนี้ไม่ควรมาอยู่บนโต๊ะทำงานไม้สักเก่าๆ ของเธอในยามตีสอง หากไม่ใช่เพราะความบังเอิญที่เธอสังเกตเห็นพิรุธบางอย่างระหว่างการประชุมร่วมกับคณะกรรมการพัฒนาชุมชนเมื่อช่วงบ่าย ศิลาจงใจปกปิดข้อมูลบางส่วน... ข้อมูลเกี่ยวกับชั้นดินแร่ธาตุหายากที่ซ่อนอยู่ใต้แปลงเกษตรอินทรีย์ที่เธอกำลังทุ่มเทแรงกายแรงใจฟื้นฟู
"คุณกำลังซ่อนอะไรไว้อยู่กันแน่นะ ศิลา..."
ลินินพึมพำกับตัวเองเบาๆ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลงบนกระดาษแผ่นสำคัญ แผนผังโครงการก่อสร้างระบุชัดเจนว่า แปลงปลูกสมุนไพรและโรงเรือนเกษตรอัจฉริยะของเธอ ถูกขีดเส้นใต้ด้วยหมึกสีแดงให้กลายเป็น "พื้นที่เตรียมเวนคืนเพื่อการขยายเขตอุตสาหกรรม" ในอีกสามเดือนข้างหน้า
นั่นหมายความว่า หยาดเหงื่อแรงงานทุกหยดที่เธอใช้พลิกฟื้นดินแห้งแล้งให้กลายเป็นแปลงเกษตรสีเขียวขจี กำลังจะถูกทำลายด้วยอุ้งมือของทุนใหญ่ โดยมีศิลา... ผู้ชายที่คอยส่งยอบอุ่นและช่วยเธอยกกระสอบปุ๋ยอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เป็นคนถือมีดเงื้อมือรอจังหวะแทงข้างหลังอย่างเลือดเย็น
ความโกรธเกรี้ยววับขึ้นในดวงตากลมโต แต่เพียงชั่วพริบตาเดียว ลินินก็สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ ในร่างเก่าของนางร้ายผู้พ่ายแพ้ เธออาจจะกรีดร้อง อาละวาด และทำลายข้าวของให้พังกันไปข้าง แต่นี่คือชีวิตใหม่... ชีวิตที่เธอเรียนรู้แล้วว่า "ความเงียบ" และ "หลักฐาน" มีคมพาดผ่านบาดลึกยิ่งกว่าปลายดาบ
เธอรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดโหมดถ่ายภาพไร้เสียง บันทึกหน้าเอกสารสำคัญทุกหน้าเก็บไว้เป็นหลักฐานมัดตัว ก่อนจะบรรจงจัดเรียงแฟ้มเอกสารทั้งหมดกลับคืนสู่ตำแหน่งเดิมอย่างแนบเนียน ราวกับว่าไม่เคยมีใครแตะต้องมันมาก่อน
ทว่า ในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวถอยหลังเพื่อหลบออกทางหน้าต่างบานเกล็ด เสียงกุกกักจากระเบียงด้านนอกก็ดังขึ้น
*กริ๊ก...*
เสียงบิดลูกบิดประตูห้องทำงานดังแผ่วเบา แต่ชัดเจนพอกระชากหัวใจของลินินให้กระตุกวูบ ร่างบางชะงักกุน สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องเตือนภัย เธอกวาดสายตาหาที่ซ่อนอย่างรวดเร็ว แต่ห้องทำงานแคบๆ แห่งนี้มีเพียงตู้หนังสือไม้สักทึบและผ้าม่านผืนยาวเท่านั้น
ประตูกลอนถูกผลักเปิดออกอย่างเชื่องช้า พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของศิลาที่ก้าวเข้ามาในความมืด เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรี บนใบหน้าคมคายไม่มีร่องรอยง่วงงุนแม้แต่น้อย มีเพียงแววตานิ่งสนิทที่ยากจะคาดเดาความรู้สึก ทว่ากลับแฝงประกายคมกริบดุจสัตว์ป่าล่าเหยื่อ
ศิลากวาดสายตาสำรวจรอบห้องช้าๆ ก่อนที่ฝ่าเท้าหนาจะก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงาน ห่างจากจุดที่ลินินซ่อนตัวอยู่หลังผ้าม่านเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นหอมจางๆ ของสนและกลิ่นอายฝนยามค่ำคืนจากตัวเขาลอยแตะจมูก ปลุกเร้าความตึงเครียดในอากาศให้พุ่งสูงขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก
"ดึกดื่นป่านนี้แล้ว... ทำไมแมวขโมยตัวน้อยถึงยังไม่อนนอนอีกนะ"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ น้ำเสียงไม่ได้เจือความโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเย้าหยวนและอันตรายที่ทำเอาแผ่นหลังของลินินเย็นวาบ
ลินินเม้มริมฝีปากแน่น มือเรียวที่กำโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เธอรู้ทันทีว่า... ตัวเองติดกับดักเข้าให้อย่างจังแล้ว เอกสารชุดนั้นไม่ใช่ความบังเอิญที่วางไว้ แต่เป็นเหยื่อล่อที่ศิลาจงใจวางไว้ต้อนเธอให้จนมุมตั้งแต่แรก!
หัวใจของเธอดังก้องราวกับเสียงกลองศึก ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ ศิลากลับค่อยๆ เอื้อมมือหนาออกไปแตะลงบนผ้าม่านผืนที่เธอยืนหลบซ่อนอยู่ ปลายนิ้วแข็งแรงค่อยๆ ใช้นิ้วเกี่ยวชายผ้าให้เปิดออกทีละน้อย เผยให้เห็นดวงตาคู่สวยที่จ้องมองกลับมาอย่างไม่ยอมแพ้
--------------------------------------------------
*ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและตื่นเต้นไปกับเกมหมากนี้ของลินินนะคะ* — **กุหลาบหนามเงิน**
นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับแห่งหุบเขา•ตอนที่ 10
ร่องรอยในเอกสาร
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับแห่งหุบเขา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!