"ถ้าท่านขยับเข้ามาใกล้กว่านี้อีกเพียงคืบเดียว ข้าเกรงว่ากลิ่นเหล้าหมักผลไม้ของข้าจะทำให้ท่านเมาไปเสียก่อนนะเจ้าคะ คุณวิศวกร"
เสียงกระซิบเจือรอยยิ้มเย้าแหย่ดังขึ้นแข่งกับเสียงดนตรีพื้นบ้านที่บรรเลงเคล้าคลอไปกับเสียงหัวهลเราะของผู้คนในงานเทศกาลประจำปี ลินินไม่ได้ถอยหนีวงแขนแกร่งที่ฉวยโอกาสรวบเอวเธอไว้หลวมๆ เพื่อหลบเลี่ยงฝูงชนที่กำลังเบียดเสียดกันเข้ามาดูการแสดงเชิดสิงโต เธอกลับเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนานท่ามกลางแสงไฟจากโคมกระดาษนับร้อยดวงที่แขวนเรียงราย
ศิลาชะงักไปเล็กน้อย ภายใต้แสงสีส้มอุ่นของโคมไฟ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเคร่งขรึมอยู่หน้าโต๊ะวางแผนงานและแบบแปลนก่อสร้าง กลับเจือด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนจนแทบผิดคาด ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองภรรยาในนามที่ตอนนี้กลายเป็นคู่ชีวิตในทุกย่างก้าวอย่างไม่อาจละสายตา เขากระชับผ้าคลุมไหล่ทอจากฝ้ายธรรมชาติที่เธอเพิ่งออกแบบลายปักเองให้แน่นขึ้นอีกนิด เพื่อป้องกันลมหนาวจากหุบเขาที่เริ่มพัดโชยยามค่ำคืน
"ข้าไม่ได้เมาเพราะฤทธิ์สุราหรอกลินิน..." ศิลาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ชิดริมหูเธอจนลมหายใจอุ่นๆ ปะทะเข้ากับใบหูขาวผ่อง "แต่ข้ากำลังจะเมาบรรยากาศ... และเมาคนข้างกายข้าต่างหาก"
ลินินกลั้วหัวเราะในลำคอเบาๆ หญิงสาวค้อนให้เขาค้อนหนึ่งอย่างหมั่นไส้ แต่ไม่ได้ปฏิเสธสัมผัสอบอุ่นที่อีกฝ่ายจงใจมอบให้ ความตึงเครียดจากปัญหาการฮุบที่ดินของพวกตระกูลใหญ่และการตรวจสอบโครงการโรงงานที่ถ่วงเวลามานานแรมเดือน ราวกับถูกปัดเป่าให้จางหายไปจนหมดสิ้นในค่ำคืนนี้ งานเทศกาลเก็บเกี่ยวประจำปีของหมู่บ้านหุบเขาเมฆหมอกไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ แต่มันคือเครื่องพิสูจน์ว่า อาณาจักรเกษตรกรรมผสมผสานที่เธอกำลังสร้างขึ้นด้วยหยาดเหงื่อและมันสมอง กำลังเบ่งบานและหยั่งรากลึกอย่างมั่นคง
"ถ้าเช่นนั้น เชิญท่านเดินนำทางไปแผงลอยของกลุ่มแม่บ้านหน่อยเถอะค่ะ ข้าได้ยินมาว่าปีนี้ยายทับimทำขนมเปี๊ยะไส้มันสำปะหลังเชื่อมน้ำผึ้งป่าสูตรพิเศษมาจำหน่ายด้วย หากช้ากว่านี้ เกรงว่าพวกพ่อค้าคนกลางจากในเมืองคงกว้านซื้อไปหมดเสียก่อนแน่ๆ"
ลินินเปลี่ยนเรื่องด้วยความรวดเร็ว มือเรียวบางดึงแขนเสื้อของวิศวกรหนุ่มให้ก้าวเดินไปข้างMหน้าท่ามกลางแผงลอยที่ละลานตาไปด้วยสินค้าพื้นบ้าน กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารปิ้งย่าง กลิ่นหอมหวานของน้ำตาลเคี่ยว และเสียงหัวเราะรื่นเริงของเด็กๆ ทำให้บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยชีวิตชีวา
ตลอดสองข้างทาง มีชาวบ้านและเกษตรกรที่เคยได้รับความช่วยเหลือเรื่องการปรับปรุงดินและเมล็ดพันธุ์พืชจากลินิน ต่างพากันส่งเสียงทักทายและยื่นของฝากเล็กๆ น้อยๆ มาให้ด้วยความจริงใจ บางคนยื่นผลไม้ป่าลูกโต บางคนยื่นดอกไม้ป่าสีสวย ศิลาทำหน้าที่เป็นบุรุษผู้คอยรับของทั้งหมดนั้นด้วยความเต็มใจ รอยยิ้มและท่าทีที่ผ่อนคลายผิดจากวิศวกรผู้เย็นชาในวันวาน ทำให้แม่ค้าหลายคนถึงกับเอ่ยปากแซวว่า ภรรยาเก่งกาจเช่นนี้ สามีย่อมต้องยอมสยบให้อย่างแน่นอน
"เจ้าดูมีความสุขเสียจริงนะกับการเดินตลาดแบบนี้" ศิลาเอ่ยขึ้นขณะที่พวกเขายืนรอขนมเปี๊ยะร้อนๆ จากเตา สายตาของเขายังคงจับจ้องใบพรรณหน้าใสที่สะท้อนแสงไฟวับแวม
"ทำไมจะไม่สุขล่ะคะ?" ลินินหันมามองเขา ดวงตาสุกใสเป็นประกาย "ท่านก็รู้ว่ากว่าเราจะยื้อแย่งผืนดินตรงนั้นกลับคืนมาได้ และกว่าต้นกล้าล็อตแรกจะเติบโตจนออกผลผลิต มันต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและกลยุทธ์มากมายแค่ไหน การได้เห็นผลงานของตัวเองเบ่งบาน และเห็นรอยยิ้มของคนในหมู่บ้าน... มันคือกำไรชีวิตที่เงินทองมากมายก็ซื้อไม่ได้หรอกนะคะ"
ศิลาพยักหน้ารับช้าๆ มือหนาทาบลงบนหลังมือของเธอที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ไผ่สัมผัสอบอุ่นส่งผ่านความรู้สึกนึกคิดที่ตรงกัน "ข้าเข้าใจแล้ว... ว่าทำไมเจ้าถึงไม่ยอมแพ้แม้แต่ตอนที่ถูกกดดันจากทุกสารทิศ เพราะหัวใจของเจ้าไม่ได้มองแค่ผลกำไร แต่มองเห็นอนาคตของที่นี่... และเจ้าก็ทำให้ข้าอยากจะปักหลักอยู่ที่นี่ตลอดไปเช่นกัน"
บรรยากาศรอบตัวราวกับเงียบงันลงชั่วขณะ แม้รอบกายจะเต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน แต่สายตาของคนทั้งคู่ที่ประสานกันนั้นกลับเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่ไม่อาจเอ่ยออกมาเป็นคำพูดทั้งหมด ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความจำเป็นและข้อตกลงผลประโยชน์ บัดนี้ได้ถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันด้วยความเข้าใจและหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน
"รับขนมร้อนๆ ได้แล้วจ้า! แม่ลินิน พ่อศิลา!" เสียงร้องทักของป้าทับทิมปลุกทั้งคู่ให้หลุดจากภวังค์ ลินินรีบดึงมือกลับด้วยความเขินอายเล็กน้อย ก่อนจะยื่นมือไปรับห่อใบตองที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วน้ำลาย
กลิ่นหอมหวานของน้ำผึ้งป่าผสมผสานกับความนุ่มละมุนของแป้งที่ห่อหุ้มมันสำปะหลังเชื่อม ลินินหยิบชิ้นเล็กๆ ขึ้นมาเป่าเบาๆ แล้วส่งเข้าปาก รสชาติที่กลมกล่อมกำลังพอดีทำให้ดวงตากลมโตหรี่ลงด้วยความพึงพอใจ "อืม... อร่อยมากจริงๆ ด้วยค่ะ ท่านต้องลองชิมดูนะ"
เธอใช้ไม้จิ้มชิ้นขนมยื่นไปตรงหน้าเขา ศิลาชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะโน้มตัวลงงับชิ้นขนมนั้นเข้าปากอย่างไม่ถือตัว ดวงตาคมพยักรับยอมรับในรสชาติ แต่สายตาของเขากลับไม่ได้มองที่ขนมในมือเลยแม้แต่น้อย
"อร่อยจริงอย่างที่เจ้าว่า..." ศิลาเอ่ยเสียงพร่า "แต่รสชาติคงจะดีกว่านี้อีกหลายเท่า ถ้าเราได้กลับไปชิมกันต่อที่เรือนพักของเราสองคน..."
ลินินยังไม่ทันได้เอ่ยปากต่อล้อต่อเถียงอะไร ทันใดนั้น เสียงเอะอะโهاโหลมาจากทางลานกลางหมู่บ้านก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ บรรยากาศรื่นเริงเมื่อครู่พลันสะดุดกงจักรความเงียบงัน ร่างของชายหนุ่มในชุดสูทสากลที่ดูแปลกแยกจากชาวบ้านกำลังเดินแหวกฝูงชนตรงเข้ามาหาพวกเขา ใบหน้านั้นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและรอยยิ้มเยือกเย็นที่ลินินจำได้แม่นยำ
"ไม่นึกเลยนะว่าคุณศิลา วิศวกรคนเก่งของบริษัท จะมาเดินลอยชายมีความสุขอยู่กับ 'อดีตสะใภ้ตัวแสบ' ที่นี่ ขณะที่โครงการมูลค่าหลายร้อยล้านกำลังจะพังไม่เป็นท่าเพราะเอกสารสำคัญหายไปอย่างไร้ร่องรอย!"
เสียงประกาศกร้าวของ 'ภาคิน' ทายาทตระกูลใหญ่ผู้เป็นคู่แข่งทางการค้าดังลั่น ท่ามกลางความตกตะลึงของชาวบ้านที่ต่างพากันหยุดมือและหันมามองเป็นตาเดียว ลินินหรี่ตาลงทันที รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไป เหลือเพียงแววตาดุจคมมีดที่พร้อมฟาดฟัน ขณะที่ศิลาก้าวขึ้นมาบังหน้าเธอไว้ครึ่งหนึ่ง มือแกร่งเอื้อมไปกุมมือเธอแน่นขึ้นโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด
รอยยิ้มของชัยชนะที่ภาคินวาดไว้บนใบหน้ายังไม่ทันจางหาย ศิลาก็หยิบซองเอกสารสีน้ำตาลกันน้ำออกจากกระเป๋าเสื้อโค้ทอย่างใจเย็น แล้วโยนมันลงตรงหน้าเท้าของอีกฝ่ายโดยไม่ลังเลแม้แต่นินเดียว
"คุณกำลังหาชิ้นนี้อยู่ใช่ไหมล่ะ... ภาคิน?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินเคียงข้างและตื่นเต้นไปกับทุกย่างก้าวของลินินนะคะ — **กุหลาบหนามเงิน**
นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับแห่งหุบเขา•ตอนที่ 11
ค่ำคืนใต้แสงดาว
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับแห่งหุบเขา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!