"ออกไปจากโกดังของฉันเดี๋ยวนี้ ก่อนที่เครื่องพ่นปุ๋ยในมือฉันจะเปลี่ยนเป้าหมายจากกองดินมาเป็นหน้าพวกแก!"
เสียงของลินินกังวานใสแต่เด็ดขาดราวกับคมมีดที่กรีดลงบนความเงียบงัน เธอไม่ได้ก้าวถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว มือเรียวที่เปื้อนคราบดินจากการทำงานตลอดทั้งวันกำด้ามจับเครื่องพ่นปุ๋ยแน่น ดวงตาคู่สวยดั่งกวางป่าจ้องมองกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดกากีที่รุกรานเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัว
"คุณลินิน อย่าทำอะไรที่มันจะส่งผลเสียต่ออนาคตเลยครับ" หนึ่งในชายกลุ่มนั้นแสยะยิ้มพลางก้าวเข้ามาใกล้ "คุณศิลา วิศวกรคนใหม่ของเราสั่งมาว่า พื้นที่นี้มีคำสั่งเวนคืนเพื่อสร้างโรงงานแปรรูปพืชผลของตระกูลพงศกร ถ้าคุณขัดขืน เราก็คงต้องใช้กำลังตามหน้าที่"
ลินินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย้ยหยันจนอีกฝ่ายชะงัก "หน้าที่? หรือแค่เครื่องมือของสุนัขรับใช้ที่อยากเลียแข้งเลียขาเจ้านายใหม่จนลืมไปว่าที่ดินผืนนี้มีโฉนดชื่อใครอยู่บนนั้น"
"ปากจัดเหมือนเดิมเลยนะ"
เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังแทรกขึ้นจากด้านหลังของกลุ่มคนเหล่านั้น ชายร่างสูงในชุดช็อปวิศวกรสีเข้มก้าวออกมาจากเงามืดของโกดัง ใบหน้าคมคายนั้นเรียบเฉยไร้อารมณ์ ทว่าดวงตาสีเทาเข้มกลับฉายแววคุกคามอย่างเงียบเชียบ เขาคือ 'ศิลา' วิศวกรหนุ่มที่ใครๆ ต่างร่ำลือว่าเลือดเย็นพอๆ กับหินที่เขาใช้ทดสอบโครงสร้างอาคาร
ลินินหรี่ตาลง ปลายเท้าของเธอขยับจัดระเบียบการยืนเพื่อเตรียมพร้อม "ในที่สุดตัวการใหญ่ก็โผล่หัวออกมาสักทีนะคะ คุณวิศวกรผู้สูงส่ง... มาทำอะไรที่โกดังเก็บปุ๋ยของคนงานตัวเล็กๆ อย่างฉันล่ะคะ หรือว่าที่นี่มีโครงสร้างเหล็กที่น่าสนใจกว่าจรรยาบรรณวิชาชีพของคุณ?"
ศิลาหยุดยืนอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆ ผสมกับกลิ่นดินหอมสดชื่นจากตัวของลินินปะทะเข้าจมูก เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาสั่นไหวไปชั่ววูบเมื่อเห็นคราบดินบนแก้มเนียนของหญิงสาวที่ขัดกับชุดผ้ากันเปื้อนเปื้อนฝุ่นของเธอ
"ผมไม่ได้มาเพื่อสนทนาเรื่องจรรยาบรรณ" ศิลาตอบพลางกวาดสายตามองไปรอบโกดังที่เต็มไปด้วยกระสอบปุ๋ยสูตรพิเศษที่ลินินคิดค้นขึ้นเอง "ผมมาเพื่อบอกว่า พรุ่งนี้เวลาเก้าโมงเช้า รถเกรดดินจะเริ่มทำงาน หากคุณยังไม่ย้ายของออกไป สิ่งของทุกชิ้นในนี้จะถูกฝังอยู่ใต้ฐานรากของโรงงาน... และผมไม่รับประกันความเสียหาย"
ลินินก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาจนปลายจมูกแทบจะแตะกัน ความสูงของเธอที่น้อยกว่าไม่ได้ทำให้เธอดูด้อยค่าลงเลยแม้แต่น้อย เธอกระซิบด้วยน้ำเสียงที่สั่นระริกด้วยความโกรธปนท้าทาย
"คุณศิลาคะ ถ้าคุณแน่จริง ก็ลองสั่งให้รถเกรดดินของคุณเหยียบที่นี่ดูสิคะ แล้วเราจะได้เห็นกันว่าวิศวกรอย่างคุณ จะมีความสามารถพอที่จะรับมือกับ 'พิษ' ที่ฉันโรยไว้รอบพื้นที่นี้หรือเปล่า... เชื่อเถอะค่ะว่ามันอาจจะรุนแรงกว่าคำสั่งจากตระกูลพงศกรหลายเท่านัก"
ศิลาชะงัก ร่างสูงโปร่งยืนนิ่งค้างราวกับถูกสาป เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของลินินเพื่อหาความล้อเล่น แต่สิ่งที่เขาพบกลับเป็นความมุ่งมั่นที่หนักแน่นดุจหินผา เธอไม่ใช่นางร้ายจอมปลอมที่เขารู้จักในข่าวซุบซิบ แต่เป็นสตรีที่เปี่ยมไปด้วยกลยุทธ์และพร้อมจะเผาทำลายทุกอย่างหากต้องแลกกับความยุติธรรม
"คุณกล้าเดิมพันด้วยชีวิตเลยหรือไง" ศิลาถาม เสียงของเขาเบาลงจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ
"กับที่ดินผืนนี้ และกับศักดิ์ศรีที่ฉันกู้คืนมาได้... ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไร ฉันก็ไม่เคยกลัวค่ะ" ลินินแค่นยิ้มก่อนจะก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว เธอสะบัดหน้าไปยังประตูโกดังที่ถูกเปิดอ้าไว้ "กลับไปซะ ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจไม่ไล่พวกคุณด้วยคำพูด แต่ไล่ด้วย 'วิธีการ' ที่ฉันถนัดที่สุด"
ศิลานิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ เขาสั่งการให้ลูกน้องถอยออกไปโดยไม่ละสายตาจากหญิงสาวตรงหน้า เขาเดินหันหลังกลับไปที่รถกระบะคันหรูที่จอดรออยู่ แต่ก่อนจะก้าวขึ้นรถ เขาก็หยุดนิ่งและหันมามองที่หน้าต่างโกดังชั้นบนซึ่งลินินยืนมองอยู่
ทันใดนั้นเอง หญิงรับใช้ชราในชุดผ้าซิ่นเก่าคร่ำก้าวเข้ามาหาลินินด้วยสีหน้าตื่นตระหนก มือสั่นเทาของนางยื่นจดหมายฉบับหนึ่งให้ "คุณลินินเจ้าคะ... จดหมายจากสำนักงานที่ดิน... เขา... เขาบอกว่าโฉนดที่ดินของบ้านเราถูกระงับสิทธิ์ตั้งแต่เมื่อชั่วโมงที่แล้วเจ้าค่ะ!"
ลินินคว้าจดหมายมาอ่าน ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบที่น่าสะพรึงกลัว เธอหันกลับไปมองศิลาที่ยืนอยู่ข้างรถด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก... รอยยิ้มที่เผยให้เห็นว่าเขารู้เรื่องนี้มาโดยตลอด
"ช้าก่อนคุณศิลา!" ลินินตะโกนก้อง เสียงของเธอสั่นเครือแต่ยังคงความดุดัน
ศิลาหยุดกึก เขาหมุนตัวกลับมามองเธออีกครั้ง สายตาของเขาไม่ได้มีความเย็นชาอีกต่อไป แต่กลับมีความสับสนและความผิดบาปที่ฉายชัดอย่างปิดไม่มิด ลินินก้าวเท้าออกมาจากโกดัง เดินตรงดิ่งไปยังทิศทางของเขา มือเรียวคว้าคอเสื้อของวิศวกรหนุ่มแน่นจนเขาสะดุ้ง
"บอกฉันมา... ใครเป็นคนบงการเรื่องระงับสิทธิ์ที่ดิน... บอกมาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะทำให้คุณต้องเสียใจที่รับงานนี้ตั้งแต่ต้น!"
ขณะที่ศิลากำลังจะอ้าปากตอบ เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของเขาก็ดังขึ้น... เขาหยิบมันขึ้นมามองหน้าจอแล้วใบหน้าก็ซีดเผือดลงทันทีที่เห็นชื่อ 'คุณหญิงปรียา' ประธานใหญ่ตระกูลพงศกรที่กำลังสายตรงมาหาเขาในวินาทีที่วิกฤตที่สุด
เขากดรับและเปิดลำโพงให้ลินินได้ยินด้วยความเผลอไผล..."ว่ายังไงคะคุณศิลา จัดการยัยตัวร้ายนั่นเรียบร้อยแล้วหรือยัง หรือต้องให้ฉันส่งคนไปจัดการขั้นเด็ดขาดคืนนี้เลย?"
กุหลาบหนามเงินหวังว่าตอนที่สี่นี้จะทำให้รี้ดเดอร์ทุกท่านตื่นเต้นจนวางไม่ลงนะคะ ขอบคุณที่ติดตามเป็นกำลังใจให้กันเสมอค่ะ
นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับแห่งหุบเขา•ตอนที่ 4
สงครามน้ำลาย
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับแห่งหุบเขา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!