นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับแห่งหุบเขา•ตอนที่ 5

รอยร้าวในแผนการ

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
"คุณศิลาคะ ถ้ายังเงียบอยู่แบบนี้ ฉันจะถือว่าคุณตกลงเห็นชอบกับการตัดสินใจของฉัน แล้วพรุ่งนี้เช้า... ข่าวการตายของยัยนั่นจะขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นให้คุณได้เชยชม" เสียงปลายสายกร้าวร้าวและเย็นเยียบหลุดออกมาจากเครื่องมือสื่อสารที่วางอยู่บนโต๊ะไม้สักตัวเก่า กลิ่นกาแฟคั่วบดที่ลินินเพิ่งชงเสร็จยังคงหอมอบอวลอยู่รอบตัว ทว่าบรรยากาศภายในห้องทำงานกลับดูเหมือนจะกลายเป็นก้อนน้ำแข็งในทันที ศิลาไม่ได้ตอบโต้เขาทันที เขาเพียงแต่จ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ด้วยสายตาที่ลึกเกินกว่าใครจะอ่านออก มือหนาที่เปื้อนคราบดินจากการไปตรวจแปลงทดลองพืชสมุนไพรเมื่อครู่กำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ลินินที่ยืนอยู่ข้างกายเขาไม่แม้แต่จะกระพริบตา แววตาของหญิงสาวที่ผ่านความตายมาครั้งหนึ่งไม่ได้มีความหวาดกลัวต่อคำขู่เหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย "สายการผลิตที่โรงงานใหญ่... คุณเป็นคนเซ็นอนุมัติวัสดุโครงสร้างเองกับมือไม่ใช่หรือคะ" ลินินเอ่ยขึ้นเบาๆ น้ำเสียงราบเรียบราวกับกำลังคุยเรื่องสภาพอากาศ แต่ในดวงตาของเธอกลับฉายแววคมกริบดุจมีดโกน ศิลาหันมามองเธอ แววตาของเขาไหววูบ ความสับสนและโกรธแค้นสะท้อนอยู่ในนั้น เขาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดตัดสายทิ้งทันทีโดยไม่แม้แต่จะเอ่ยลา ก่อนจะโยนเครื่องมือสื่อสารนั้นลงบนกองเอกสารผังการก่อสร้างที่เขานำกลับมาตรวจสอบซ้ำเมื่อคืนนี้ "แผนผังนี้มันไม่ใช่สิ่งที่ผมทำลินิน" ศิลาเค้นเสียงออกมาจากลำคอ "วัสดุที่พวกมันระบุในบัญชี คือเหล็กเกรดต่ำที่เปราะหักง่าย แต่งบประมาณที่ถูกเบิกออกไปกลับสูงกว่าราคาตลาดเกือบสามเท่า และลายเซ็นที่ปรากฏในเอกสารชุดนี้... มันคือลายเซ็นของผมในวันที่ผมไม่มีทางจำได้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน" ลินินเดินเข้าไปใกล้เขา เธอวางมือลงบนแผ่นหลังกว้างที่กำลังสั่นเทาด้วยความกดดัน กลิ่นอายของดินและหญ้าคาที่ติดตัวเธอมาดูเหมือนจะเป็นสิ่งเดียวที่ดึงสติของวิศวกรหนุ่มให้กลับมาอยู่กับร่องกับรอย "คุณไม่ได้โดนแค่ปั่นหัว คุณกำลังถูกใช้เป็นแพะรับบาปในโครงการที่ออกแบบมาเพื่อถล่มหุบเขาแห่งนี้ให้กลายเป็นหลุมฝังศพของเกษตรกร" ลินินพูดพลางกวาดสายตามองเอกสารที่วางระเกะระกะ "พวกนั้นไม่ได้ต้องการโรงงาน พวกมันต้องการที่ดินผืนนี้เพื่อกลบฝังความผิดพลาดบางอย่างที่เกิดขึ้นจากการขุดเจาะผิดจุด" ศิลาหยิบปากกาหมึกซึมขึ้นมา เขาไล่นิ้วไปตามตัวเลขงบประมาณที่ซ่อนอยู่ในบรรทัดล่างสุดของเอกสาร ความผิดปกติที่เขาเคยละเลยเพราะความไว้ใจในระบบบริษัท บัดนี้มันแจ่มชัดจนน่าขนลุก ทุกอย่างถูกวางแผนมาอย่างแยบยล ตั้งแต่การดึงตัวเขามาดูแลโครงการ ไปจนถึงการโยนความผิดให้หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน "ผมเชื่อใจพวกเขาสุดหัวใจ ลินิน" ศิลาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่ตอนนี้เปรียบเสมือนแสงสว่างเดียวในความมืดมิดของเขา "ผมคิดว่าเรากำลังพัฒนาบ้านเกิด... แต่กลายเป็นว่าผมคือคนที่กำลังถือพลั่วขุดหลุมฝังอาชีพของพวกเราเอง" "ถ้าอย่างนั้นก็หยุดถือพลั่วแล้วหยิบอาวุธขึ้นมาสู้แทนสิคะ" ลินินยิ้มบางๆ แต่นัยน์ตาของเธอไม่มีความขบขัน "ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมสกปรก เราก็แค่ต้องทำพื้นที่ทำมาหากินของเราให้กลายเป็นป้อมปราการที่พวกมันไม่มีวันเจาะเข้ามาได้ ส่วนเรื่องลายเซ็น... เราต้องหาหลักฐานว่าพวกมันขโมยสิทธิ์การตัดสินใจของคุณไปตอนไหน" ในขณะที่ทั้งสองกำลังจมอยู่กับกองเอกสาร ความเงียบงันของยามค่ำคืนก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงรถยนต์ราคาแพงที่แล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านสวน แสงไฟหน้ารถสาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาเป็นลำกว้าง ศิลาลุกขึ้นยืนทันที สัญชาตญาณวิศวกรผู้เจนสนามบอกให้เขารู้ว่าผู้มาเยือนไม่ได้มาดี ลินินเดินไปที่หน้าต่าง แง้มผ้าม่านดูเงาร่างของผู้ที่ก้าวลงมาจากรถ บุรุษในชุดสูทสีเข้มที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด เขาเดินเข้ามาด้วยท่าทางโอหังเหมือนเจ้าของที่ดินผืนนี้ "นั่นไงคะ แขกไม่ได้รับเชิญ" ลินินเอ่ยพลางแค่นยิ้ม "ทนายความจากบริษัทใหญ่... ดูเหมือนพวกมันจะร้อนใจจนทนรอให้ถึงเช้าไม่ไหวแล้ว" ศิลาคว้ามือลินินไว้แน่น ก่อนจะเดินไปที่ประตูบ้าน เขารู้ดีว่าหากเปิดประตูนี้ออกไป ชีวิตที่เงียบสงบในหุบเขาจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป แต่นี่คือจุดเริ่มต้นที่เขาจะเลือกข้าง... ระหว่างความสะดวกสบายจากอำนาจมืด หรือความจริงที่โหดร้ายแต่โปร่งใสกับหญิงสาวที่เขารัก เสียงเคาะประตูที่รัวและหนักแน่นดังขึ้นสามครั้ง ก่อนที่ประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต ร่างสูงใหญ่ของชายคนหนึ่งก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปาก เขาไม่ได้มองศิลา แต่สายตาของเขากลับจับจ้องไปที่เอกสารกองโตบนโต๊ะทำงานที่ยังไม่ได้เก็บกวาด "คุณศิลา ดูเหมือนคุณจะทำอะไรที่ 'เกินหน้าที่' ไปหน่อยนะครับ" ชายแปลกหน้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไปด้วยคมมีด "ทางบริษัทเริ่มไม่ค่อยพอใจที่เห็นวิศวกรตัวดีไปคลุกคลีกับอดีตนางร้ายที่ไม่มีอะไรดีเลยนอกจากความขยันไร้สาระแบบนี้" ลินินก้าวออกมาข้างหน้า เธอก้าวเข้าหาชายคนนั้นด้วยท่าทีที่นิ่งสงบเกินคาด ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาคนฟังถึงกับชะงัก "นอกจากจะบุกรุกบ้านคนอื่นแล้ว คุณยังไม่รู้ตัวอีกเหรอคะว่าเอกสารฉบับที่คุณกำลังมองหาอยู่บนโต๊ะนั่น... มันคือตัวต้นฉบับที่จะมัดตัวพวกคุณทุกคนเข้าคุกภายในคืนนี้" ทนายความคนนั้นชะงักไปชั่วครู่ แววตาที่เคยเย่อหยิ่งแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเขาสังเกตเห็นว่าบนโต๊ะไม่ได้มีแค่เอกสาร แต่ยังมีเครื่องบันทึกเสียงขนาดเล็กที่กะพริบไฟสีแดงเตือนจังหวะการเต้นของหัวใจเขาที่กำลังรัวเร็ว "คุณคิดว่าแผนการต่ำช้าของพวกคุณจะปิดตายคนอย่างฉันได้งั้นเหรอคะ?" ลินินแค่นหัวเราะ ก่อนจะหยิบจดหมายฉบับหนึ่งขึ้นมาแสดง "คนอย่างฉัน... ก่อนจะตายเคยเป็นนางร้ายที่แย่งทุกอย่างมาได้ แต่ในชีวิตนี้ ฉันเลือกที่จะสร้างทุกอย่างขึ้นมาด้วยมือตัวเอง และใครที่คิดจะแตะต้องสิ่งที่ฉันสร้าง... มันผู้นั้นต้องชดใช้ให้สาสม" ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงรถอีกคันหนึ่งก็ดังขึ้นตามหลังมา ไม่ใช่รถของบริษัท แต่เป็นรถตำรวจสายตรวจท้องถิ่นที่ศิลาเป็นคนโทรเรียกทิ้งไว้ตั้งแต่นาทีที่รู้ตัวว่าถูกหักหลัง ความลับที่กุมไว้ถูกเปิดเผยเพียงบางส่วน แต่รอยร้าวในแผนการของศัตรูเริ่มแตกสลายออกเป็นเสี่ยงๆ กุหลาบหนามเงินหวังว่าตอนที่ 5 นี้จะทำให้รี้ดเดอร์ทุกท่านตื่นเต้นไปกับก้าวย่างของลินินและศิลานะคะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับแห่งหุบเขา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%