นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับแห่งหุบเขา•ตอนที่ 3

แขกไม่ได้รับเชิญ

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
"ถ้าพวกคุณคิดจะเอาดินร่วนปนทรายแปลงนี้ไปถมซีเมนต์ทำลานจอดรถของโรงงานอุตสาหกรรมละก็... เชิญไสก้นกลับไปตั้งแต่ตอนนี้เลยจะดีกว่าค่ะ เพราะต่อให้เอาโฉนดมาแลกด้วยทองคำเท่าภูเขา ฉันก็ไม่มีวันขาย" เสียงใสแต่เด็ดขาดราวกับคมกรรไกรตัดผ่านความเงียบของผืนดิน ไร่ออร์แกニックที่เคยสงบสุขในยามบ่ายกลับมีแขกไม่ได้รับเชิญกลุ่มใหญ่เข้ามาเหยียบย่ำอย่างไร้มมารยาท ลินินยืนกอดอกพิงเสากระท่อมไม้ไผ่นิ่งสนิท ดวงตาคมกริบกวาดมองกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดยูนิฟอร์มวิศวกรและสวมหมวกนิรภัยสีเหลืองสะท้อนแสง โดยมีร่างสูงโปร่งของใครบางคนก้าวล้ำนำหน้าออกมาจากกลุ่มหมอกฝุ่นที่ล้อไปกับล้อรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อ ศิลา... วิศวกรหนุ่มผู้ได้รับมอบหมายให้มาสำรวจพื้นที่โครงการมูลค่าหลายร้อยล้าน ถอดหมวกนิรภัยออกเผยให้เห็นเรือนผมชื้นเหงื่อและดวงตาคมปลาบที่จ้องมองเจ้าของบ้านอย่างพิจารณา เขาไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองต่อคำพูดเผ็ดร้อนเมื่อครู่ ตรงกันข้าม มุมปากหยักลึกกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ราวกับกำลังสนุกสนานกับการได้เห็นอดีตคุณหนูเอาแต่ใจ แปลงโฉมมาเป็นเกษตรกรสาวมือเปื้อนโคลนที่ดุร้ายยิ่งกว่าแม่เสือหวงลูก "คุณลินินสินะครับ... ผมชื่อศิลา เป็นหัวหน้าทีมสำรวจภาคสนามของบริษัท เค.เอส. เอ็นจิเนียริ่ง" น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมกับก้าวเข้ามาใกล้รั้วไม้ไผ่สานเตี้ยๆ ที่กั้นอาณาเขตแปลงผักสลัดไฮโดรโปนิกส์กับแปลงดินอินทรีย์ "ผมเกรงว่าคุณจะเข้าใจวัตถุประสงค์ของเราคลาดเคลื่อนไปหน่อย เราไม่ได้มาเพื่อทำลายธรรมชาติ แต่เรามาเพื่อ... พัฒนา" "พัฒนาจนธรรมชาติพินาศน่ะหรือคะ?" ลินินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาส3คู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร หญิงสาวก้าวเท้าส้นผ้าใบเหยียบย่ำลงบนพื้นดินสีดำสนิทที่เธอเพิ่งพรวนด้วยหยาดเหงื่อ กลิ่นไอของดินชื้นและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของใบโหระพาป่าลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศ "ฉันไม่ใช่คนโง่ที่จะไม่รู้ว่าใต้ผืนดินตรงนี้มันอุดมสมบูรณ์แค่ไหน และพวกคุณไม่ได้มาแค่สำรวจดินธรรมดาแน่ๆ โครงการสร้างโรงงานแปรรูปอาหารกึ่งสำเร็จรูปของพวกคุณ มันบังหน้าแปลงกว้านซื้อที่ดินเพื่อกักตุนทรัพยากรน้ำใต้ดินต่างหากล่ะคะ" คำพูดที่แทงใจดำทำเอาทีมงานวิศวกรด้านหลังถึงกับหน้าถอดสี หลายคนหันไปมองหน้ากันด้วยความตกใจ เพราะข้อมูลเรื่องแหล่งน้ำใต้ดินนั้นเป็นความลับระดับสุดยอดของบริษัท ที่แม้แต่ชาวบ้านในละแวกนี้ก็ยังไม่มีใครล่วงรู้ ศิลาหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาครุ่นคิดที่ล้ำลึก เขาจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าใหม่อีกครั้ง หญิงสาวในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวพับศอก กางเกงยีนส์ลุยสวน และผ้าพันคอลายสก็อตผูกหลวมๆ เผยให้เห็นผิวขาวเนียนที่ตัดกับความเขียวขจีของแปลงผัก เธอไม่ได้ดูเหมือนชาวบ้านธรรมดา และแน่นอนว่าเธอไม่ใช่คนที่จะยอมจำนนต่ออำนาจเงินหรืออำนาจรัฐง่ายๆ "คุณรู้เรื่องแหล่งน้ำใต้ดินได้ยังไง?" ศิลาถามเสียงต่ำลง ก้าวประชิดรั้วไม้ไผ่เข้ามาอีกก้าวหนึ่ง จนกลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นแดดและกลิ่นฝุ่นจางๆ ปะทะเข้ากับจมูกของลินิน "เรื่องนั้นมันไม่ใช่ธุระอะไรที่คุณต้องรู้ค่ะ สิ่งที่คุณควรใส่ใจในตอนนี้คือ ประตูทางออกอยู่ข้างหลัง กรุณาไสหัวออกไปจากที่ดินของฉัน ก่อนที่ฉันจะหยิบปืนลูกซองของคุณพ่อออกมาต้อนรับแขกไร้มารยาทพวกนี้" ลินินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดเดี่ยว มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบด้ามจอบที่พิงอยู่ข้างเสาขึ้นมาถือไว้เป็นเชิงขู่ ท่าทางเอาจริงเอาจังนั้นทำให้ลูกน้องของศิลาถึงกับผถอยกรูดด้วยความหวาดหวั่น ทว่าศิลากลับไม่สะท้านเลยสักนิด เขายังคงยืนนิ่งราวกับภูเขาหินผา ดวงตาคมกริบมองลึกลงไปในนัยน์ตาของอดีตนางร้ายผู้กลับใจ ค้นหาความหวาดกลัวแต่กลับพบเพียงความเด็ดเดี่ยวและประกายไฟแห่งการต่อสู้ที่ลุกโชน "คุณลินินใจร้อนเกินไปแล้วนะครับ" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฟัง ผิดกับสถานการณ์ตึงเครียดรอบตัว "ผมได้รับคำสั่งให้มาสำรวจพื้นที่จริง และผมก็เป็นคนประเภทที่... ถ้ายังไม่ได้ทำภารกิจให้ลุล่วง ก็ไม่มีวันกลับมือเปล่าเด็ดขาด" "งั้นก็เชิญยืนรอให้ถึงชาติหน้าได้เลยค่ะ เพราะพื้นที่ตรงนี้ไม่มีวันเป็นของคุณ" ลินินตวัดจอบปักลงบนพื้นดินตรงหน้าอย่างแรงเพื่อประกาศอาณาเขต ฝุ่นดินฟุ้งกระจายเล็กน้อยท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายที่เริ่มคล้อยต่ำ บรรยากาศรอบตัวราวกับมีกระแสไฟฟ้าสถิตแล่นพล่านระหว่างคนทั้งสอง ฝ่ายหนึ่งคือวิศวกรหนุ่มผู้กุมความลับอันดำมืดของหุบเขา อีกฝ่ายคือหญิงสาวผู้ถือครองอดีตและอนาคตของผืนดินนี้ไว้ในมือ ศิลาหัวเราะในลำคอบาเบาอย่างนึกขันและทึ่งในเวลาเดียวกัน เขาถอดหมวกนิรภัยออกแล้วใช้มือเสยผมชื้นเหงื่อลวกๆ เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่ชวนใจสั่น ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้รั้วไม้ไผ่กระซิบด้วยน้ำเสียงที่มีเพียงแค่เขากับเธอเท่านั้นที่ได้ยิน "ถ้าอย่างนั้น... ผมคงต้องขออนุญาตมา 'ศึกษาพื้นที่' แถวนี้บ่อยๆ ซะแล้วล่ะครับ เผื่อว่าผมอาจจะค้นพบความลับอย่างอื่นที่น่าสนใจยิ่งกว่าแหล่งน้ำใต้ดินซะอีก" พูดจบ วิศวกรหนุ่มก็ยอมผละถอยหลัง โบกมือให้ทีมงานถอยร่นขึ้นรถกระบะอย่างเป็นระเบียบ ทิ้งให้ลินินยืนกำด้ามจอบแน่นด้วยความโกรธปนความฉุนเฉียวที่วิ่งพล่านในอก ร่างสูงของศิลาขึ้นไปนั่งที่เบาะคนขับ ก่อนที่รถกระบะคันโตจะพ่นควันสีเทาจางๆ และแล่นหายลับไปตามทางลูกรัง ทิ้งไว้เพียงรอยล้อรถที่เหยียบย่ำแปลงหญ้าข้างทาง ลินินพ่นลมหายใจออกยาวเหยียดด้วยความเหนื่อยอ่อน เธอกำลังจะเดินกลับไปที่กระท่อมเพื่อจัดการกับผักสวนครัวที่ค้างคา ทว่าสายตากลับเหลือบไปเห็นวัตถุชิ้นเล็กๆ สีเงินวาววับตกอยู่บนพื้นดินใกล้กับจุดที่ศิลายืนคุยเมื่อครู่ เธอเดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมาด้วยความสงสัย นิ้วเรียวพลิกวัตถุชิ้นนั้นไปมา มันคือ "เข็มกลัดโลหะสลักตราสัญลักษณ์ลับ" รูปภูเขาสามยอดที่มีเฟืองจักรล้อมรอบ ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ประจำโครงการลับของบริษัทวิศวกรรมยักษ์ใหญ่ที่กำลังฮุบที่ดินทั้งหุบเขา... และที่สำคัญ บนตัวเข็มกลัดนั้นมีรอยขูดขีดเป็นตัวอักษรย่อบางอย่างที่เธอจำได้แม่นยำจากความทรงจำในชาติก่อน หัวใจของลินินกระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านจากปลายนิ้วลามขึ้นมาถึงสันหลัง เมื่อตระหนักได้ทันทีว่า... ศิลาไม่ได้บังเอิญผ่านมาสำรวจพื้นที่ และเขาอาจจะไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกับนายทุนชั่วที่ต้องการทำลายบ้านเกิดของเธอ! ทว่า ก่อนที่เธอจะได้คิดวิเคราะห์อะไรไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายด้วยความตกใจก็ดังขึ้นจากทางหลังบ้าน "ยัยลินิน! แย่แล้ว นกต่อจากตระกูลพงศกรมันพาคนมาบุกโกดังเก็บปุ๋ยของแกแล้ว!" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและส่งกำลังใจให้ลินินเสมอมานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับแห่งหุบเขา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%