“ถ้าคุณคิดจะใช้แผนตื้นๆ แบบนี้มาซื้อเวลา ฉันเกรงว่าวิศวกรผู้ปราดเปรื่องอย่างคุณคงต้องคำนวณตัวเลขใหม่ตั้งแต่บรรทัดแรกแล้วค่ะ คุณศิลา”
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราายปลายมีดผ่าตัดดังขึ้น ท่ามกลางเสียงเดือดพล่านของหม้อดินขนาดใหญ่บนเตาถ่าน กลิ่นหอมฉุยของสมุนไพรพื้นบ้านอย่างข่า ตะไคร้ และใบมะกรูดที่ลอยคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นไอดินหลังฝนตก ช่วยลดทอนความตึงเครียดในโรงเรือนเพาะชำชั่วคราวลงได้บ้าง แต่ไม่อาจกลบประกายตาสีเข้มที่กำลังมองตรงมายังร่างระหงของลินินได้เลย
หญิงสาวในชุดผ้าฝ้ายสีครามเปื้อนคราบดินจางๆ ปรายตามองชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกพิงเสาไม้ไผ่ ดวงตาคมกริบของศิลาไม่ได้มองไปที่แปลงเกษตรออร์แกนิกที่เธอกำลังทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างขึ้น แต่มันกลับหยุดนิ่งอยู่ที่ปลายนิ้วเรียวสวยที่กำลังบรรจงคัดแยกเมล็ดพันธุ์ผักด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ศิลาได้รับมอบหมายให้มาสำรวจพื้นที่บริเวณนี้เพื่อเตรียมประเมินความเป็นไปได้ในการเวนคืนที่ดินไปสร้างโรงงานอุตสาหกรรมตามคำสั่งเบื้องบน แต่ยิ่งเขาใช้เวลาคลุกคลีอยู่ใกล้ชิดกับลินินมากเท่าไหร่ แผนการที่เคยคิดว่าไร้ช่องโหว่ก็เริ่มสั่นคลอนทีละน้อย จากผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียง “นางร้าย” เจ้าอารมณ์และเอาแต่ใจตามคำบอกเล่าของคนในตระกูล กลับกลายเป็นหญิงสาวผู้มีความเด็ดเดี่ยว แววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น และมันสมองที่เฉียบแหลมในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างน่าทึ่ง
“ผมไม่ได้มาเพื่อซื้อเวลา ลินิน” ศิลาขยับตัวเล็กน้อย น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความเหนื่อยล้าจากการลุยงานกลางแดดมาทั้งวัน “แต่ผมกำลังประเมินว่า... ระหว่างโปรเจกต์มูลค่าหลายล้านที่ผมต้องรับผิดชอบ กับแปลงเกษตรที่ไม่มีใครเชื่อมั่นว่าจะรอดพ้นฤดูแล้งนี้ได้ อย่างไหนมันมีความหมายมากกว่ากันแน่”
ลินินหยุดมือจากการคัดเมล็ดพันธุ์ เธอนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ปล่อยให้ความเงียบงันระหว่างเขาทั้งสองทำหน้าที่สื่อสารความนัย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด
“ความหมายหรือคะ? สำหรับคนอย่างคุณ มันคงเป็นตัวเลขในบัญชีและรายงานที่สวยงามบนโต๊ะทำงานสินะคะ แต่สำหรับฉัน... นี่คือชีวิต นี่คือแผ่นดินที่พวกคุณไม่มีวันเข้าใจคุณค่าของมันหรอกค่ะ”
คำพูดนั้นไม่ได้เจือไปด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับหนักแน่นและทิ่มแทงความรู้สึกของวิศวกรหนุ่มจนเขาต้องเป็นฝ่ายหลบสายตา ศิลากลืนก้อนความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีตื้นขึ้นมาในอกลงคอ ตั้งแต่เกิดมา เขายึดมั่นอยู่กับเหตุผล ตัวเลข และโครงสร้างทางวิศวกรรมที่ไม่เคยมีความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ทำไม... ยามที่ได้เห็นหยาดเหงื่อที่ไหลรินตามกรอบหน้าของลินิน ยามที่ได้ยินเสียงเถียงฉอดๆ อย่างไม่ยอมคนของเธอ หัวใจที่เคยด้านชาของเขาก กลับเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้
ชายหนุ่มถอนหายใจยาวนาน ยอมก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้เตาถ่านที่มีหม้อแกงเดือดปุดๆ มือหนาเอื้อมไปหยิบกระบวยไม้ไผ่ขึ้นมาถือไว้โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
“คุณกำลังทำอะไร?” ลินินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความระแวง เมื่อเห็นร่างสูงเข้ามาประชิดตัวในระยะประชิด
“ช่วยงานไงครับ” ศิลาตอบหน้าตาเฉย ก่อนจะตักน้ำแกงขึ้นมาเป่าเบาๆ แล้วชิมรสชาติ “อืม... รสจัดจ้านดีนี่ ไม่เห็นจะหวานเหมือนหน้าตาเลยสักนิด”
“นี่คุณ!” ลินินตวัดสายตาค้อนใส่ ทว่าริมฝีปากกลับแอบอมยิ้มโดยไม่รู้ตัว ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักมาทั้งวันราวกับถูกปัดเป่าให้จางลงด้วยท่าทีเก้ๆ กังๆ แต่พยายามจะช่วยของชายหนุ่มตรงหน้า บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความเงียบสงบที่แปลกประหลาด มีเพียงเสียงฟืนปะทุในเตาและกลิ่นหอมของอาหารที่ช่วยกระชับพื้นที่ระหว่างคนทั้งคู่ให้แคบลงทีละน้อย
ศิลาแอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของหญิงสาวในแสงไฟสลัวจากกองเพลิง เขายอมรับกับตัวเองในใจเงียบๆ แล้วว่า กำแพงอคติที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเอง เริ่มพังทลายลงทีละน้อยด้วยความมุ่งมั่นและกลิ่นดินที่หอมกรุ่นจากผู้หญิงคนนี้
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายและหัวใจของทั้งสองเริ่มขยับเข้าหากัน ทันใดนั้น... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางเดินแคบๆ นอกโรงเรือน พร้อมกับเสียงตะโกนโกลาหลที่ทำลายความสงบสุขลงในพริบตา
“คุณลินิน! แย่แล้วครับ! คนจากบริษัทรับเหมาพาคนงานมาพังรั้วแปลงผักโซนเหนือแล้วครับ! พวกมันบอกว่าจะเข้ามาปักหมุดสำรวจพื้นที่วันนี้เลย ไม่รอคำสั่งแล้ว!”
เสียงตะโกนของคนงานในไร่ที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา ทำให้ลินินหน้าถอดสี รอยยิ้มเมื่อครู่อันตรธานหายไปในพริบตา ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างไม่เกรงกลัว
ศิลาขมวดคิ้วเข้ม ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นทันที เขารู้ดีว่าคำสั่งดังกล่าวยังไม่อนุญาตให้ดำเนินการในโซนนั้น แล้วเหตุใดจึงมีคำสั่งเร่งด่วนนี้ออกมาได้?
“อยู่ที่นี่ค่ะคุณศิลา ฉันจะไปดูเองว่าหมาตัวไหนมันกล้ามาเหยียบย่ำแปลงผักที่ฉันเหนื่อยยากสร้างมากับมือ!” ลินินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ก่อนจะก้าวเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มมองตามแผ่นหลังบางที่เต็มไปด้วยความฮึกเหิมนั้น หัวใจของเขากระตุกวูบด้วยความรู้สึกบางอย่างที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม เขาสลัดมาดวิศวกรผู้สุขุมนุ่มลึกทิ้งไปทันที ขายาวก้าวตามร่างบางไปติดๆ พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นจนคนฟังต้องหันมามอง
“หยุดก่อนลินิน... คุณไม่ได้ไปคนเดียวแน่ เพราะถ้าใครมันกล้าแตะต้องแปลงผักของคุณวันนี้ มันต้องก้าวข้ามศพผมไปก่อน!”
ลินินชะงักฝีเท้า หันกลับมามองสบตากับวิศวกรหนุ่มที่ยืนอยู่เคียงข้าง แววตาของเขาไม่มีความลังเลหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความเด็ดเดี่ยวและปกป้องที่ส่งตรงมาถึงเธออย่างชัดเจน
— *ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความมุ่งมั่นของลินินนะคะ* — **กุหลาบหนามเงิน**
นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับแห่งหุบเขา•ตอนที่ 8
กลิ่นดินที่คุ้นเคย
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับแห่งหุบเขา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!