นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับแห่งหุบเขา•ตอนที่ 7

ฝนแรกแห่งฤดูกาล

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
"เจอตัวแล้วยัยตัวดี... ไหนล่ะวะ ของที่แกซ่อนไว้!" เสียงตะคอกแหบพร่าพร้อมแรงกระชากที่หัวไหล่เกือบทำให้ลินินเซถลา หากสัญชาตญาณของการเอาชีวิตรอดในร่างอดีตนางร้ายจะไม่ไวกว่า มือเรียวที่เปื้อนคราบดินปุ๋ยหมักคว้าเข้าที่ด้ามเสียมเหล็กกล้าข้างกายได้อย่างแม่นยำ เธอบิดข้อมือตวัดคมโลหะขึ้นตั้งรับในองศาที่เป็นต่อทันที ดวงตากลมโตฉายแววเยียบเย็นจนผู้บุกรุกถึงกับชะงักฝีเท้า ทว่า... ยังไม่ทันที่ลินินจะได้ตอกกลับไอ้พวกอันธพาลรับจ้างที่ส่งมาโดยญาติผู้พี่ใจทมิฬ ท้องฟ้าที่โปร่งใสอยู่เมื่อครู่กลับคำรามก้องอย่างเกรี้ยวกราด หยาดฝนเม็ดใหญ่โตเท่าเหรียญบาทก็ร่วงเผาะลงมากระทบใบตองตึงเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับสวรรค์จงใจเปิดม่านมหาสมุทรเทน้ำลงมาอย่างไรอย่างนั้น ฟ้าร้องเปรี้ยงปร้างจนประสาทหูอื้ออึง ฝนแรกแห่งฤดูกาลกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา เพียงไม่ถึงอึดใจ พื้นดินรอบแปลงเกษตรอินทรีย์ของเธอก็กลายเป็นโคลนตมลื่นไถล พวกมันสบถเสียงดังด้วยความหัวเสียเมื่อของที่ตามหาถูกความชุ่มฉ่ำกลืนกิน และความหนาแน่นของม่านน้ำทำให้ทัศนวิสัยมืดมัวจนมองแทบไม่เห็นทาง ก่อนจะพากันวิ่งหนีหายลับไปกับความมืดและสายฝน ลินินผ่อนลมหายใจยาวเหยียด หยาดฝนผสมเม็ดเหงื่อไหลย้อยลงตามกรอบหน้าคมคาย เธอปาดมันออกลวกៗ ก่อนจะหันมาจัดการเก็บเครื่องมือเกษตรเข้าที่ แต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะผลักประตูกระท่อมไม้ไผ่ให้ปิดสนิท เงาร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งก็พุ่งเข้ามาหลบใต้ชายคาแคบๆ เสียก่อน กลิ่นอายเฉพาะตัวที่คุ้นเคยปะปนมากับกลิ่นไอดินและสายฝน ศิลา... วิศวกรหนุ่มผู้กุมความลับแห่งหุบเขา ยืนหอบหายใจรดต้นคอ เสื้อเชิ้ตสีเข้มแนบชิดไปกับแผงอกกว้างหยาดน้ำฝนหยดติ๋มจากปลายผมหยักศกตกลงบนลาดไหล่หนา ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นที่ขึ้นฝ้าจางๆ มองตรงมาที่เธอด้วยประกายความห่วงใยที่ปิดไม่มิด "คุณ... มาทำอะไรที่นี่ท่ามกลางพายุแบบนี้คะ?" ลินินเอ่ยถาม น้ำเสียงเจือความระแวดระวังเล็กน้อย แม้ลึกๆ จะคุ้นชินกับการมีเขาเข้ามาป้วนเปี้ยนในชีวิตช่วงนี้แล้วก็ตาม ศิลาไม่ตอบคำถามในทันที เขาก้าวเข้ามาในพื้นที่แคบๆ ของกระท่อมจนบรรยากาศรอบตัวดูคับแคบลงถนัดตา ร่างสูงใหญ่ขยับถอยห่างออกเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เธอลำบากใจ แต่สายตากลับกวาดสำรวจร่องรอยเปื้อนโคลนตามเนื้อตัวและรอยช้ำจางๆ ที่ต้นแขนของหญิงสาวอย่างละเอียดถี่ถ้วน "ผมได้ยินเสียงเอะอะจากทางนี้... และผมรู้ว่าพวกมันยังไม่เลิกรา" น้ำเสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มเจือความกรุ่นโกรธอย่างเห็นได้ชัด เขากัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน "คุณน่าจะบอกผมเรื่องที่พวกมันส่งคนมาป่วนสวนของคุณ" "นี่มันเรื่องของฉันค่ะ คุณศิลา" ลินินเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยจ้องตอบอย่างไม่ยอมแพ้ "อีกอย่าง ฉันจัดการเองได้ ไม่จำเป็นต้องรบกวนวิศวกรผู้สูงศักดิ์อย่างคุณหรอกค่ะ" คำพูดประชดประชันนั้นไม่ได้ทำให้ศิลาโกรธเคือง ตรงกันข้าม มุมปากหยักลึกกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างระอาใจ เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออีกก้าวโดยไม่มีทีท่าจะถอย ถอดเสื้อแจ็คเก็ตกันน้ำที่เปียกชุ่มออกแล้วคลุมทับลงบนไหล่บางของเธออย่างถือวิสาสะ ความอุ่นจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนลินินเผลอสะดุ้ง "จัดการเองได้? จนเกือบโดนมันลากตัวไปเนี่ยนะ ลินิน..." ศิลาโน้มใบหน้าลงมาหา กระซิบเสียงพร่าชิดริมหูจนลมหายใจร้อนผ่าวปะปนกับไอเย็นของฝนภายนอก "เลิกทำเป็นเก่งสักวันเถอะน่า... ผมเป็นห่วงจนแทบจะบ้าอยู่แล้ว รู้ตัวบ้างไหม" คำว่า 'เป็นห่วง' ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ ท่ามกลางเสียงฟ้าคำรามและสายฝนที่ยังคงเทกระหน่ำไม่ขาดสาย หัวใจที่เคยด้านชาและระแวดระวังภัยของอดีטนางร้ายกระตุกวูบอย่างแรง ลินินเงยหน้าขึ้นสบตาคู่คมที่สะท้อนภาพความจริงจังและความลึกซึ้งบางอย่างที่เธอพยายามหลบ1เลี่ยงมาตลอด ภายในกระท่อมหลังน้อย กลิ่นหอมจางๆ ของชาสมุนไพรที่เธอต้มทิ้งไว้บนเตาถ่านเริ่มส่งกลิ่นกรุ่นผสมผสานไปกับกลิ่นไอดิน ความเงียบงันก่อตัวขึ้นชั่วขณะ มีเพียงเสียงฝนที่ซัดสาดหลังคาแป้นเกล็ดดังซ่าๆ เป็นฉากหลัง ศิลายื่นมือหนาออกไปหมายจะปัดปอยผมที่เปียกชื้นออกจากหน้าผากมนของเธออย่างทะนุถนอม นิ้วมือหยาบกร้านจากการทำงานหนักสัมผัสโดนผิวแก้มเนียนแผ่วเบา ทำเอาลินินถึงกับลมหายใจสะดุด สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ ทว่าในวินาทีที่ปลายนิ้วของเขากำลังจะเกลี่ยไล้ริมฝีปากของเธออย่างลืมตัว เสียงเคาะประตูดังปังๆ ขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงตะโกนแหบเครือจากด้านนอกที่ทำให้เลือดในกายของลินินเย็นเฉียบลงทันที "คุณลินินครับ! แย่แล้วครับ... แปลงสมุนไพรล็อตส่งออกทางทิศเหนือ ถูกคนร้ายวางเพลิงเผาจนวอดวายหมดแล้วครับ!" ศิลาชักมือกลับทันที ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์ด้วยความเหี้ยมเกราะในเสี้ยววินาที ลินินหน้าซีดเผือด เธอผละจากอ้อมกอดอุ่นของชายหนุ่มแล้วผลักประตูเปิดออกเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายภายนอก แสงไฟสีแดงฉานจากเปลวเพลิงที่กำลังลุกลามท่ามกลางสายฝนสาดส่องกระทบใบหน้าของหญิงสาวที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น ทว่าก่อนที่เธอจะก้าวเท้าออกจากชายคา ศิลาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักแน่นแต่มั่นคงราวกับภูผา "อย่าเพิ่งบุ่มบ่าม ลินิน..." ศิลาเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน ดวงตาสีเข้มหรี่ลงมองฝ่านม่านฝนไปยังเงาร่างของใครบางคนที่ยืนถือคบเพลิงยิ้มเยาะเย้ยอยู่ไกลๆ "ดูนั่นสิ... คนที่สั่งการเรื่องนี้ตัวจริง ไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้นหรอกนะ" ลินินขมวดคิ้วมุ่น หันขวับกลับมามองหน้าชายหนุ่มทันที "คุณหมายความว่ายังไง?" ศิลายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความลับอันตรายที่เธอยังไม่เคยล่วงรู้มาก่อน "เพราะไอ้คนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด... กำลังนั่งจิบชาอุ่นๆ รอฟังข่าวความพินาศของคุณอยู่ในเรือนใหญ่ตระกูลใหญ่ต่างหากล่ะ... และบังเอิญว่า... ผมรู้ด้วยว่ามันเก็บเอกสารลับบัญชีส่วยนั่นไว้ที่ไหน" --- *ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความมุ่งมั่นของลินินนะคะ* — **กุหลาบหนามเงิน**
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับแห่งหุบเขา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%