เสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่กรีดแทรกเข้ามาในความเงียบงันของห้องสอบสวน ไม่ได้สร้างความขบขันให้แก่ผู้ใดเลยสักคนตรงกันข้าม มันกลับทำให้อากาศรอบกายราวกับถูกดูดออกไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความกดดันที่บีบกระชับจนทรวงอกไหวสะท้าน
พิรุณไม่ได้ขยับตัว เขายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังสีเข้ม แผ่นหลังตั้งตรงราวกับเสาเข็มที่ตอกลงบนพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองซองเอกสารสีน้ำตาลในมือของแพทย์นิติเวชสาวด้วยความนิ่งสนิท ทว่ากรามที่ขบเข้าหากันจนสันนูนขึ้นมานั้น ฟ้องชัดถึงคลื่นอารมณ์ที่กำลังปั่นป่วนอยู่เบื้องหลังท่าทีเยือกเย็น
"คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่ พาย" น้ำเสียงของทนายความหนุ่มราบเรียบ ทว่าเจือไปด้วยกระแสเสียงอันตรายที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล
พายเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่สวยที่ฉายแววคมปลาบ เธอวางซองเอกสารลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวไม้ดังชัดเจนในความเงียบ ก่อนจะทิ้งน้ำหนักตัวพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายๆ ทว่าแฝงไว้ด้วยความระแวดระวังขั้นสุด
"เกมเหรอคะ?" พายทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เฉียบคมราวกับใบมีดที่อาบยาพิษ "ฉันคิดว่าตัวเองกำลังทำหน้าที่ของแพทย์นิติเวชที่ซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพต่างหาก ทนายพิรุณ... ในเมื่อหลักฐานชิ้นก่อนหน้านี้ที่คุณพยายามปิดบัง มันชี้ชัดว่าฆาตกรไม่ได้มีแค่คนเดียวบนโลกใบนี้"
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองประจันหน้ากันอย่างดุเดือด ความเงียบงันที่คั่นกลางไม่ได้แปลว่าความสงบ หากแต่มันคือแรงเหวี่ยงก่อนที่พายุลูกใหญ่จะโหมกระหน่ำ ทั้งพิรุณและพายต่างก็เป็นผู้เชี่ยวชาญในเกมแห่งเหตุผลและการหักล้าง พวกเขาเคยยืนอยู่บนฝั่งเดียวกัน ก่อนที่เส้นทางชีวิตและคดีฆาตกรรมอำพรางปริศนาจะผลักให้ทั้งคู่มายืนอยู่คนละฟากฝั่งของความยุติธรรม
พิรุณแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสสีเข้มหรี่ลงเล็กน้อยขณะจ้องมองอดีคนรักที่ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดว่ารู้จักเธอดีที่สุด ทว่าในยามนี้ เธอกลับกลายเป็นปริศนาที่ซับซ้อนและน่าหลงใหลที่สุดในคราวเดียวกัน
"ความซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพของคุณกำลังทำให้คดีนี้พังไม่เป็นท่า" พิรุณโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แขนสองข้างวางประสานกันบนโต๊ะ สายตาจดจ้องทะลุผ่านเลนส์แว่นไปยังนัยน์ตาของหญิงสาว "คุณรู้ดีว่าถ้าหลักฐานชิ้นนั้นหลุดออกไปถึงมืออัยการ รูปคดีทั้งหมดจะพลิกผัน และคนที่อยู่เบื้องหลังตัวจริงจะไหวตัวทัน... หรือว่านั่นคือสิ่งที่คุณต้องการกันแน่ พาย? ต้องการลากฉันลงไปในหลุมพรางที่คุณขุดไว้ตั้งแต่แรก"
คำกล่าวหาที่เต็มไปด้วย Subtext ทางจิตวิทยาไม่ได้ทำให้พายสะท้านสะเทือน เธอกลับยกมือขึ้นกอดอก รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นบนเรียวปากสีพีชอย่างไม่ปิดบัง
"ถ้าฉันอยากลากคุณลงไปจริงๆ ฉันคงไม่มานั่งเสียเวลาต่อปากต่อคำกับทนายมือหนึ่งผู้ไร้หัวใจอย่างคุณหรอกค่ะ" พายตอบกลับทันควัน น้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง "แต่เพราะฉันรู้ว่า... ถ้าเรายังมัวแต่เล่นเกมซ่อนหาเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของลูกความคุณ เหยื่อรายต่อไปอาจไม่ใช่ใครอื่น ไกลตัวเราเลยก็ได้"
คำพูดนั้นทำให้พิรุณชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาเรียบสนิทดังเดิม ความเงียบโรยตัวลงมาอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่แทรกซึมไปถึงไขกระดูก
เมื่อเห็นว่าการต่อรองด้วยคำพูดคงไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีไปกว่านี้ พิรุณจึงตัดสินใจเปลี่ยนกลยุทธ์ เขาผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ ปรับน้ำเสียงให้กลับมาเป็นมืออาชีพที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นเช่นเดิม
"ตกลงกันให้ดีพาย... คุณมีอะไรอยู่ในมือกันแน่ ที่กล้าเอาชื่อเสียงและหน้าที่การงานมาเดิมพันกับคดีนี้"
พายไม่ตอบคำถามในทันที เธอเอื้อมมือไปหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะเลื่อนมันข้ามโต๊ะไปให้อีกฝ่ายอย่างช้าๆ ราวกับกำลังส่งระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำงานได้ทุกเมื่อ
"ไม่ใช่เอกสารในซองนี้หรอกค่ะที่เราควรคุยกัน..." พายกล่าวเสียงเบา ดวงตาจับจ้องปฏิกิริยาของชายหนุ่มอย่างไม่กะพริบ "แต่อย่างที่ฉันบอก... เงื่อนงำใหม่ไม่ได้อยู่ในสำนวนคดี มันอยู่ในที่ที่คุณคาดไม่ถึงที่สุดต่างหาก"
พิรุณขมวดคิ้วมุ่น เขามองซองเอกสารตรงหน้าสลับกับใบหน้าเรียบเฉยของหญิงสาว ก่อนจะตัดสินใจดึงซิปล็อคหรือเปิดปากซองออกเพื่อดูสิ่งที่อยู่ภายใน ทว่า... สิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับไม่ใช่เอกสารทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างที่เขาคาดคิด
มันคือสมุดบันทึกเล่มเล็ก ปกหนังสีดำสนิทที่ผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชน ขอบกระดาษเหลืองกรอบตามกาลเวลา และที่สำคัญที่สุด... หน้ากระดาษทุกหน้าเต็มไปด้วยตัวเลขและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ที่ถูกเขียนขึ้นด้วยรหัสลับ ซึ่งมีเพียงคนไม่กี่คนในองค์กรลับอดีตเท่านั้นที่ล่วงรู้
มือหนาที่ถือสมุดบันทึกชะงักค้างกลางอากาศ ลมหายใจของทนายความหนุ่มสะดุดกึก ความทรงจำในวัยเด็กที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ด้วยเหตุผลและกฎหมาย กลับพรั่งพรูขึ้นมาในสมองราวกับเขื่อนแตก สมุดบันทึกเล่มนี้... เป็นของใครบางคนที่เขาคิดว่าตายไปพร้อมกับเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งนั้นแล้ว
"คุณ... ไปได้สมุดเล่มนี้มาจากไหน" พิรุณเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว น้ำเสียงที่เคยเยือกเย็นกลับสั่นเครือเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ความตื่นตระหนกฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่นั้นเป็นครั้งแรก
พายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เสื้อกาวน์สีขาวปลิวไหวตามจังหวะการเคลื่อนไหว เธอมองชายหนุ่มด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ทั้งเห็นอกเห็นใจและระแวดระวังในคราวเดียวกัน
"หอพักเก่าของคุณ... พิรุณ" พายเอ่ยชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในความรู้สึกของคนฟัง "และฉันเกรงว่า... เจ้าของเดิมของมันกำลังรอต้อนรับเราอยู่ที่นั่นในเวลานี้"
สิ้นคำพูดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเป็นจังหวะก็ดังแว่วมาจากทางเดินด้านนอก ความมืดมิดที่โรยตัวลงมาพร้อมกับยามวิกาลทำให้บรรยากาศรอบตัววังเวงขึ้นเป็นทวีคูณ ประตูห้องสอบสวนถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงธรณีประตู บดบังแสงไฟจากทางเดินจนมิด
พิรุณและพายหันขวับไปมองพร้อมกัน หัวใจของทั้งคู่เต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่ต่างกันสุดขั้ว เมื่อบุคคลที่ไม่คาดฝันว่าจะได้พบเจอในสถานที่และเวลานี้ ปรากฏตัวขึ้นพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่สลักลึกอยู่บนใบหน้า
"สวัสดี... ทนายพิรุณ คุณหมอพาย ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ"
แสงดาวพร่างพราวขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในความมืดนี้ด้วยกันนะคะ
ขอหย่าให้จบ แต่ดันติดกับคุณหมอสายโหด•ตอนที่ 15
เงื่อนงำใหม่ในหอพัก
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าให้จบ แต่ดันติดกับคุณหมอสายโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!