เสียงหอบหายใจของสายฝนที่กระหน่ำซัดสาดเข้าใส่กระจกหน้าต่างบานใหญ่ของห้องตรวจชันสูตรเก่าแก่ในโรงพยาบาลประจำอำเภอ ดังระรัวราวกับเสียงกลองศึกที่เร่งเร้าจังหวะหัวใจให้เต้นผิดเพี้ยน พิรุณขยับกรอบแว่นสายตาด้วยปลายนิ้วที่ยังคงชื้นเหงื่อ แม้เครื่องปรับอากาศภายในห้องจะทำงานอย่างเต็มกำลัง ทว่าความหนบอ้าวของบรรยากาศภายนอกกลับแทรกซึมเข้ามาจนความอึดอัดก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง
เอกสารสำนวนคดีชันสูตรพลิกศพกองโตถูกผลักไปกองรวมกันที่มุมโต๊ะด้วยแรงกระแทกเบาๆ จากฝ่ามือของพาย แพทย์นิติเวชสาวปราดเปรื่องผู้กำลังยืนกอดอกพิงขอบเคาน์เตอร์สแตนเลส ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบหน้าม้าที่ชื้นปอยผมเพราะละอองฝนไม่ได้ทอดมองมาที่ตัวกระดาษ หากแต่จดจ้องตรงไปยังใบหน้าด้านข้างของทนายความหนุ่มอัจฉริยะผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นดั่งน้ำแข็ง
"คุณกำลังเล่นเกมที่อันตรายเกินไป พิรุณ" เสียงหวานที่เจือความแห้งผากเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ "การดึงหลักฐานชิ้นนั้นออกจากสำนวนของอัยการ ไม่ได้ช่วยปกป้องความยุติธรรม แต่มันกำลังทำให้คุณกลายเป็นแพะรับบาปที่สมบูรณ์แบบที่สุดในสายตาของพวกมัน"
พิรุณไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนา เขาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันที่มุมปากปรากฏขึ้นชั่วเสี้ยววินาทีก่อนจะเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย
"คุณเป็นแพทย์นิติเวช พาย หน้าที่ของคุณคือการอ่านรอยช้ำบนร่างไร้วิญญาณ ไม่ใช่มานั่งวิเคราะห์เกมกฎหมายที่ใหญ่เกินกว่าห้องผ่าตัดศพของคุณจะรับไหว" น้ำเสียงของเขาราบเรียบ ไร้ซึ่งความปรานี ทว่ากลับแฝงรอยร้าวลึกที่ยากจะปิดบัง "ปล่อยให้ผมจัดการเรื่องนี้เอง นั่นคือเหตุผลที่เราหย่าขาดกัน... เพื่อไม่ให้ชีวิตพังๆ ของผมต้องลากคุณลงมาจมปลักในโคลนตม"
พายก้าวเท้าเข้ามาประชิด ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดลงจนแทบสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกาย ท่ามกลางเสียงฟ้าคำรามที่สะท้อนก้องกังวานจากภายนอก เธอยื่นมือเรียวบางออกไปคว้าข้อมือหนาที่กำลังถือปากกาหมึกซึมของเขาไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้มากพอที่จะทำร้าย แต่หนักหน่วงพอที่จะบังคับให้เขาก้มลงสบตา
"คุณคิดว่าฉันอยากเข้ามาเกี่ยวพันกับเรื่องบ้าๆ นี่นักหรือไง!" พายเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาสั่นระริกด้วยอารมณ์ที่อัดอั้นมานานนับปี "คุณคิดว่าการเห็นอดีตสามีตัวเองเดินเข้าสู่หลุมพรางที่ขุดไว้โดยไม่สามารถแม้แต่จะเตือนอะไรได้ มันง่ายดายสำหรับฉันนักใช่ไหมพิรุณ! คุณมันคนเห็นแก่ตัว... ปากแข็ง เย็นชา และไม่เคยคิดจะแบ่งปันความเจ็บปวดให้ใครร่วมแบกรับเลยสักครั้ง!"
คำพูดที่พรั่งพรูออกมาเหมือนเขื่อนที่แตกทะลัก พิรุณชะงักงัน ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยเหตุผลและตรรกะอันแข็งกร้าวไหววูบลงชั่วขณะ เขาจ้องมองใบหน้าที่เปื้อนหยดน้ำตาบางเบาของหญิงสาวตรงหน้า ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วระยะเวลาหนึ่ง มีเพียงเสียงฝนที่ยังคงคำรามก้องเป็นฉากหลัง
"คุณไม่เข้าใจหรอก..." พิรุณกระซิบแผ่วเบา น้ำเสียงที่มักจะมั่นคงกลับสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้ "วันที่พ่อกับแม่ต้องตายในกองเพลิงเพราะคดีความที่ผมพยายามขุดคุ้ย... ผมยืนมองเปลวไฟนั้นโดยทำอะไรไม่ได้เลย พาย... ผมกลัว ความรู้สึกกลัวที่จะสูญเสียคนที่รักไปต่อหน้าต่อตาโดยที่ตัวเองไร้ความสามารถ มันกัดกินผมทุกวัน... และถ้าวันหนึ่งคนๆ นั้นคือคุณ..."
เขากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนความอ่อนแอที่ไม่อณุญาตให้ใครได้เห็น
พายชะงักไป ความโกรธเกรี้ยวที่เคยคุกรุ่นมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมากลางอก มือที่เคยจับข้อมือของเขาเปลี่ยนเป็นเลื่อนขึ้นมาสัมผัสกรอบหน้าคมสันที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้าอย่างแผ่วเบา
"คุณโง่มากนะพิรุณ..." เสียงของพายอ่อนโยนลงจนแทบกลายเป็นเสียงกระซิบ เธอลูบไล้ปลายนิ้วไปตามแนวสันกรามของชายหนุ่ม "คุณคิดว่าการผลักไสฉันออกไปจะทำให้ฉันปลอดภัยจากอันตรายพวกนั้นหรือไง... คุณต่างหากคือคนเดียวที่ฉันยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้ได้ความจริงกลับคืนมา"
แรงดึงดูดอันเงียบงันที่สั่งสมมาตลอดการปะทะทางอุดมการณ์ระเบิดออกในพื้นที่แคบๆ ระหว่างคนทั้งสอง พิรุณหลับตาลงรับสัมผัสที่อบอุ่นนั้น ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมไปโอบเอวบางเข้าหาตัวอย่างแนบแน่นอย่างไร้การป้องกันตัวจากกำแพงที่สร้างขึ้นมาตลอดหลายปี ริมฝีปากที่เคยใช้ถ้อยคำเชือดเฉือน บด3เบียดลงมาบนเรียวปากอิ่มของหญิงสาวอย่างเว้าวอนและโหยหา ท่ามกลางบรรยากาศที่บีบคั้นและสายฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดสาดราวกับโลกใบนี้เหลือเพียงแค่เราสองคน
ทว่า ในวินาทีที่ความรู้สึกทั้งหมดกำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เสียงฝีเท้ารelentless และหนักหน่วงคู่หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางเดินมืดสนิทด้านนอกห้องตรวจชันสูตร
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามด้วยเสียงบิดลูกบิดที่ถูกปลดล็อกอย่างไร้ความเกรงใจ ทั้งพิรุณและพายผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต พิรุณคว้าแฟ้มคดีขึ้นมาบังหน้าทันทีในขณะที่พายหันหลังกลับไปจัดเสื้อกาวน์สีขาวของตนเองให้เข้าที่ด้วยลมหายใจที่ยังหอบกระชั้น
ประตูกระจกบานเลื่อนถูกผลักเปิดออก เผยให้เห็นเงาร่างของชายสวมเสื้อโค้ทสีเข้มเปียกโชกไปด้วยหยดน้ำฝน เขาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ใต้แสงไฟสีเหลืองนวล พร้อมกับโยนแฟ้มเอกสารปกสีน้ำตาลเข้มเล่มหนึ่งลงบนโต๊ะตรงหน้าพิรุณ เสียงกระแทกหนักๆ เรียกความสนใจจากคนทั้งคู่ให้ก้มลงมอง
รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของแขกผู้มาเยือนยามที่เขาเอ่ยปากพูด
"ดูเหมือนว่าพวกคุณกำลังสนุกกันนะ... แต่เกรงว่าหลักฐานชิ้นใหม่ชิ้นนี้ จะทำให้ข้อหาฆาตกรรมอำพรางในมือของทนายพิรุณ กลายเป็นแค่เรื่องตลกไปเลยล่ะ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามความเข้มข้นนี้มาด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ขอหย่าให้จบ แต่ดันติดกับคุณหมอสายโหด•ตอนที่ 14
คืนฝนตกกับความจริงที่หลุดปาก
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าให้จบ แต่ดันติดกับคุณหมอสายโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!