ขอหย่าให้จบ แต่ดันติดกับคุณหมอสายโหด•ตอนที่ 13

ความขัดแย้งในหน้าที่

ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
กลิ่นอายความอับชื้นของคลังเก็บเวชภัณฑ์ร้างผสมผสานเข้ากับกลิ่นสนิมเหล็ก จังหวะรองเท้าหนังที่กระทบพื้นคอนกรีตเปลือยเปล่าดังสะท้อนก้องกังวาน ราวกับเข็มนาฬิกากำลังนับถอยหลังสู่จุดระเบิดของความอดทนที่ถูกสะสมมาเนิ่นนาน “คุณกำลังทำลายหลักฐานสำคัญในคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง, แพทย์หญิงพาย” เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง พิรุณก้าวออกมาจากเงาของชั้นวางเอกสารเหล็กขึ้นสนิม ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเทาเข้มไร้รอยยับตัดกับบรรยากาศเสื่อมโทรมรอบตัว ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาคู่นั้นกวาดมองเอกสารบันทึกการผ่าศพฉบับจริงในมืออดีตภรรยาด้วยความหมายที่อ่านไม่ออก พายไม่ได้สะดุ้งตกใจ เธอเพียงแต่เงยหน้าขึ้นช้าๆ ปล่อยให้ปอยผมสีเข้มที่หลุดลุ่ยข้างกรอบหน้าคลอเคลียกับพวงแก้มซีดเซียว แววตานิ่งสงบแต่ดุดันในแบบฉบับของแพทย์นิติเวชผู้ผ่านซากศพมานับร้อยตอบกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว “ถ้าฉันไม่ทำลายขั้นตอนขยะของตำรวจน้ำดีอย่างคุณ ป่านนี้ฆาตกรตัวจริงคงนั่งจิบกาแฟสบายใจอยู่ที่ไหนสักแห่งแล้วค่ะ, ทนายพิรุณ” น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีดโกนที่อาบยาพิษ “คุณก็รู้ว่าสำนักงานอัยการกำลังพยายามปิดคดีนี้โดยเร็วที่สุดเพื่อรักษาภาพลักษณ์องค์กร ทำไมคะ? กลัวว่าความจริงจะไปเหยียบตาปลาผู้ทรงอิทธิพลคนไหนเข้าหรือไง” พิรุณแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีบนมุมปากหยักลึก เขาเดินเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว ช่องว่างระหว่างคนทั้งสองแคบลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและแรงกดดันทางจิตวิทยาที่ดึงดูดและผลักไสในเวลาเดียวกัน “คุณใช้อารมณ์นำเหตุผลอีกแล้ว พาย” พิรุณโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าแต่เต็มไปด้วยอำนาจครอบงำ “การที่คุณแอบลักลอบเข้ามาในสถานที่เกิดเหตุนอกเวลาทำการ แบบไม่มีหมายศาล มันไม่ได้เรียกว่าการแสวงหาความยุติธรรม... มันเรียกว่าการทำลายรูปคดี และถ้าหลักฐานชิ้นนี้หลุดรอดไปถึงมือสื่อ คุณกับฉันต่างหากที่จะกลายเป็นผู้ต้องหาข้อหาสมรู้ร่วมคิด” พายตวัดสายตากลับมาสบตาเขาตรงๆ ระยะห่างระหว่างจมูกของทั้งคู่แทบจะชนกัน หัวใจของเธอกระตุกวูบไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความคุ้นเคยอันตรายที่ยังมีอิทธิพลเหนือความรู้สึกเสมอมา “ถ้าความยุติธรรมมันหาไม่ได้จากห้องพิจารณาคดีที่มีคุณนั่งไขว้ห้างถือคัมภีร์กฎหมาย ฉันก็จำเป็นต้องสร้างความยุติธรรมด้วยมือของฉันเองค่ะ” เธอกล่าวกลั้วหัวเราะอย่างเย้ยหยัน “จำไม่ได้หรือคะว่าเราหย่ากันเพราะอะไร... เพราะฉันไม่เคยยอมจำนนต่อระบบเน่าเฟะที่คุณพยายามปกป้องยังไงล่ะ” บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองอัดแน่นไปด้วยประจุไฟฟ้าแห่งความขัดแย้ง อุดมการณ์ที่สวนทางกันแต่กลับดึงดูดกันอย่างรุนแรงราวกับแม่เหล็กต่างขั้ว พิรุณมองริมฝีปากที่ขยับโต้เถียงด้วยความดื้อรั้นนั้น สัญชาตญาณดิบในตัวสั่งให้เขาอยากหยุดคำพูดเชือดเฉือนเหล่านั้นด้วยวิธีที่รุนแรงกว่าคำพูด แต่ก่อนที่ปลายนิ้วเรียวของเขาจะได้เอื้อมไปสัมผัสกรอบหน้าของเธอเพื่อดึงสติ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังแทรกเข้ามาทำลายความเงียบงัน *ตึง! ตึง! ตึง!* เสียงรองเท้าคอมแบتกระทบพื้นปูนจากทางเดินด้านนอกดังใกล้เข้ามาทุกที พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำให้เลือดในกายของทั้งคู่เย็นเฉียบ “ตำรวจกองปราบ! ทุกคนอยู่ในความสงบ ห้ามขยับ!” ไฟฉายแรงสูงสาดส่องทะลุกระจกบานเกล็ดที่แตกละเอียดเข้ามาภายในห้อง แสงสีขาวนวลกวาดกราดไปทั่วบริเวณก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของทนายความหนุ่มและแพทย์นิติเวชสาวที่ยืนประชิดกันในมุมอับของห้องเก็บเวชภัณฑ์ พายขมวดคิ้วมุ่นโดยสัญชาตญาณ เธอหันไปมองหน้าพิรุณทันที ความตระหนักรู้บางอย่างแล่นริ้วขึ้นมาในสมอง “คุณ... ส่งข่าวให้พวกเขางั้นเหรอ?” พิรุณกัดกรามแน่น ดวงตาคู่คมฉายแววความไม่พอใจที่ไม่ได้มาจากแผนการของตนเอง เขาไม่ได้เป็นคนเรียกตำรวจเข้ามา เขารู้ดีว่าหากตำรวจเข้ามาแทรกแซงตอนนี้ หลักฐานชิ้นสำคัญที่เชื่อมโยงระหว่างรอยแผลเป็นบนศพกับตระกูลผู้มีอิทธิพลจะถูกยึดอายัดและถูกทำลายอย่างไร้ร่องรอยในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ “ไม่ใช่ผม” พิรุณตอบเสียงต่ำ ร่างสูงขยับตัวบังร่างของเธอไว้โดยอัตโนมัติ พลางคว้าสมุดบันทึกในมือพายมาซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อสูทด้านในอย่างรวดเร็วด้วยความว่องไวราวกับนักมายากล “มีคนอื่นรู้ว่าเราอยู่ที่นี่... และพวกมันไม่ได้มาเพื่อช่วยเรา” “สารวัตรธนา?” พายพึมพำชื่อนายตำรวจผู้ทรงอิทธิพลที่มักจะปิดคดีด้วยความเคลือบแคลงสงสัยเสมอ “ไม่เชิง...” พิรุณเอ่ยเสียงเครียด ขณะที่แสงไฟฉายเริ่มเข้ามาใกล้ประตูกระจกที่ถูกพังลง “แต่คนที่เดินนำหน้าตำรวจเข้ามาในตอนนี้... คือคนที่จ้างคุณให้มาผ่าศพนี้ตั้งแต่แรกต่างหาก” สิ้นคำพูดของพิรุณ ประตูเหล็กบานผุพังก็ถูกผลกระแทกจนเปิดอ้าออกอย่างไร้ความปรานี ร่างในเครื่องแบบเต็มยศก้าวเข้ามาพร้อมลูกน้องอีกสี่นาย แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของพายสะดุดกักค้างไม่ใช่เหล่าตำรวจติดอาวุธเหล่านั้น หากเป็นชายวัยกลางคนในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงที่ก้าวตามหลังมาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก—บุคคลที่ควรจะนอนอยู่บนเตียงคนไข้ในโรงพยาบาลเอกชนเมื่อสามชั่วโมงก่อน ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนานี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าให้จบ แต่ดันติดกับคุณหมอสายโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%