กลิ่นอายความอับชื้นของห้องเก็บเวชภัณฑ์ชั้นใต้ดินโรงพยาบาล ผสมผสานกับกลิ่นฉุนของน้ำยาฆ่าเชื้อฟีนอลจนแสบจมูก เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบกระทบพื้นกระเบื้องยางดังสะท้อนก้องกังวาน พิรุณขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจับจ้องหน้าจอแท็บเล็ตในมือซึ่งแสดงผลไฟล์บันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดแบบเรียลไทม์ ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าคือเหตุผลที่ทำให้ทนายความผู้สุขุมเยือกเย็นคนนี้ยอมละingข้อจำกัดทางกฎหมายทุกประการเพื่อพุ่งตัวมาที่นี่
ร่างโปร่งระหงของพายในชุดกราวน์สีขาวยืนนิ่งอยู่หน้าตู้เก็บสารเคมีควบคุมพิเศษ แสงไฟนีออนกระพริบติดๆ ดับๆ ส่องสะท้อนใบหน้าด้านข้างที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด เธอกำลังใช้ปลายคีมสแตนเลสคีบวัตถุชิ้นสุดท้ายออกจากช่องระบายอากาศ—เนื้อเยื่อผิวหนังชิ้นเล็กๆ ที่ติดอยู่กับคราบเลือดแห้งกรัง ซึ่งเป็นหลักฐานชิ้นเอกที่จะมัดตัวฆาตกรต่อเนื่องในคดีสะเทือนขวัญได้อย่างดิ้นไม่หลุด
"อย่าขยับ"
เสียงทุ้มต่ำตึงเครียดของพิรุณดังขึ้นจากความมืดตรงทางเดินด้านหลัง พายชะงักมือเล็กน้อย เธอลดคีมลงช้าๆ ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับอดีตคนรัก ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้ฉายแววหวาดกลัว แต่เต็มไปด้วยความระแวดระวังอย่างที่เธอชอบทำเวลาเผชิญหน้ากับเคสชันสูตรพลิกศพที่ยากจะคาดเดา
"คุณมาช้าไปนิดเดียวค่ะพิรุณ..." พายเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงร่องรอยความเหนื่อยล้า "ถ้าคุณมัวแต่รอบ2คอกับขั้นตอนการขอหมายศาล เราคงไม่ได้เห็นชิ้นส่วนนี้แน่นอน... และบางที คนที่อยู่เบื้องหลังความเน่าเฟะทั้งหมดนี้ อาจจะลอยนวลไปไกลจนข้ามประเทศแล้ว"
"ผมเตือนคุณแล้วว่าอย่าทำอะไรโดยพลการ พาย!" พิรุณก้าวฉับๆ เข้ามาประชิด ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกาย กลิ่นน้ำหอมกลิ่นโปรดของเธอที่เจือจางอยู่ในอากาศยิ่งทำให้ประสาทสัมผัสของเขาตึงเครียด "คุณกำลังเล่นกับใคร คุณรู้ตัวบ้างไหม? คนระดับนั้นไม่ได้ฆ่าคนเพื่อความสะใจ แต่มันทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้าเพื่อความอยู่รอด และคุณกำลังเอาชีวิตตัวเองมาทิ้งไว้ตรงนี้เพื่อเอกสารแผ่นเดียวเนี่ยนะ!"
"เอกสารแผ่นเดียวที่ว่า มันคือความยุติธรรมที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมโรงพยาบาลแห่งนี้มาสามปีเต็มนะคะ!" พายสวนกลับทันควัน นัยน์ตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยความดื้อรั้นที่เขาคุ้นเคยดี "คุณอาจจะชินกับการใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อช่วยให้คนผิดลอยนวล หรือปกป้องผลประโยชน์ของพวกคนรวย แต่มันไม่ใช่ฉัน... ฉันเป็นแพทย์นิติเวช หน้าที่ของฉันคือการพูดแทนคนที่ตายไปแล้ว และถ้าฉันต้องแลกด้วยอะไรก็ตามเพื่อให้ความจริงปรากฏ ฉันก็ยินดี!"
บทสนทนาหยุดชะงักลงเมื่อแรงปะทะทางอุดมการณ์ระหว่างคนทั้งสองแผ่ซ่านจนแทบจะจุดประกายไฟได้ พิรุณมองผู้หญิงตรงหน้า—อดีตคนที่เขารักจนหมดหัวใจ และยังคงเป็นเพียงคนเดียวที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกที่เขาพยายามปิดตายมาตลอดหลายปี ความดื้อรั้นและความเด็ดเดี่ยวของเธอมันช่างน่าหลงใหล แต่ในขณะเดียวกันมันก็เปรียบเสมือนใบมีดโกนที่กรีดลึกลงบนหัวใจของเขาเอง
ก่อนที่พิรุณจะทันได้เอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดเพื่อดึงสติเธอ เสียงสัญญาณเตือนภัยอัคคีภัยก็กรีดร้องลั่นตึก ไฟฉุกเฉินสีแดงส้มสว่างวาบขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งโถงทางเดิน ระบบระบายอากาศด้านบนส่งเสียงหึ่งดังสนั่น ก่อนที่กลุ่มควันสีขาวพวยพุ่งออกมาจากช่องแอร์อย่างรวดเร็วผิดปกติ
"เกิดอะไรขึ้น..." พายขมวดคิ้วมุ่น หันขวับกลับไปมองตู้เก็บสารเคมี
เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่กำลังวิ่งตรงมาทางนี้ เสียงโลหะกระทบพื้นดังระรัวท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนภัยที่แสบแก้วหู มันไม่ใช่เสียงของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย แต่เป็นฝีเท้าที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างเป็นระบบ
"หลบไป!" พิรุณไม่รอช้า มือหนาคว้าข้อแขนเรียวของพายแล้วดึงร่างเธอเข้าหาตัวอย่างแรงจนเธอเซเข้าปะทะกับแผงอกกว้างของเขา แรงกระชากนั้นทำให้ชิ้นเนื้อเยื่อในขวดแก้วหลุดมือตกลงพื้นแตกกระจาย แต่ไม่มีเวลาให้เสียดายอีกต่อไปแล้ว
*เพล้ง!*
เศษแก้วกระจายเกลื่อน พร้อมกับที่ประตูกระจกนิรภัยของห้องแล็บถูกกระแทกอย่างแรงจากด้านนอก ร่างทึบตันในชุดคลุมสีดำสนิทและสวมหน้ากากอนามัยพรางใบหน้าปรากฏขึ้นที่กรอบประตู เงาสะท้อนจากแสงไฟฉุกเฉินเผยให้เห็นประกายวาววับของวัตถุโลหะสีเงินในมือของมัน
พิรุณผลักพายไปหลบด้านหลังตู้เหล็กทึบ พร้อมกับที่เขาชักปืนพกสั้นออกıมาจากซองพกซ่อนใต้สูทอย่างคล่องแคล่ว สายตาคมกริบหรี่ลงด้วยความระแวดระวัง อะดรีนาลีนในร่างกายพุ่งพล่านถึงขีดสุดเมื่อรู้ว่าพวกเขาตกอยู่ในหลุมพรางเสียแล้ว คนร้ายไม่ได้แค่แอบซ่อนอยู่ แต่มันรู้ตัวและจงใจต้อนพวกเขาให้มาจนมุมในจุดอับสายตา เพื่อทำลายหลักฐานทั้งหมดทิ้งในคราวเดียว
"แกเป็นใคร!" พิรุณตะโกนถามข้ามความโกลาหล น้ำเสียงเยียบเย็นดุจน้ำแข็งแห้ง
คนร้ายไม่ตอบคำถาม มันยกกระบอกปืนที่มีอุปกรณ์เก็บเสียงติดไว้ขึ้นเล็งตรงมาที่พวกเขาโดยไม่ลังเล แรงอัดจากกระสุนนัดแรกพุ่งเจาะทะลุกระจกตู้เก็บของด้านหลังจนแตกละเอียด เศษกระจกกระจายราวกับฝน
พายสูดหายใจเข้าลึก พยายามตั้งสติท่ามกลางเสียงปืนที่ดังแข่งกับสัญญาณเตือนภัย เธอก้มตัวต่ำลง สายตากวาดมองไปรอบห้องเพื่อหาทางหนีทีไล่ ทันใดนั้น สายตาก็เหลือบไปเห็นลิ้นชักลับใต้โต๊ะทำงานของหัวหน้าแผนกนิติเวช—ลิ้นชักที่ระบบล็อกอิเล็กทรอนิกส์ยังคงทำงานอยู่แม้ไฟจะดับ
"พิรุณ... ทางนั้น!" พายกระซิบเสียงลอดไรฟัน พร้อมกับชี้มือไปที่โต๊ะทำงานตัวเก่า
พิรุณยิงสวนกลับไปสองนัดเพื่อกดดันให้คนร้ายต้องหลบวิถีกระสุน ก่อนจะคว้ามือบางของพายแล้ววิ่งฝ่ากลุ่มควันทึบตรงไปยังเป้าหมาย เสียงฝีเท้าของคนร้ายไล่หลังมาติดๆ พร้อมกับเสียงกระสุนที่เจาะฝังลงบนผนังปูนฉาบจนเศษปูนกระจายร่วงกราว
พิรุณใช้ไหล่กระแทกบานประตูห้องทำงานจนเปิดผางเข้าไปได้สำเร็จ เขาดึงพายเข้าไปด้านในแล้วใช้ตู้เอกสารขนาดใหญ่ล้มขวางประตูไว้เพื่อซื้อเวลา เสียงทุบประตูด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหว บ่งบอกว่าคนร้ายกำลังพยายามพังเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
"รีบหาอะไรก็ได้ที่เปิดลิ้นชักนั้นซะ!" พิรุณสั่งเสียงเฉียบขาด เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย
พายพยักหน้ารัว มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยแต่ยังคงความแม่นยำ เธอคว้าคีมผ่าตัดเหล็กยาวบนโต๊ะมางัดแงะช่องแผงวงจรของลิ้นชัก นิ้วเรียวพิมพ์รหัสผ่านชุดตัวเลขที่เธอแอบจำได้จากการสังเกตพฤติกรรมของหัวหน้าแผนกเมื่อสัปดาห์ก่อน—รหัสที่เกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมอำพรางคดีแรก
*ติ๊ด... แกร๊ก!*
เสียงระบบล็อกปลดปล่อยดังขึ้นเบาๆ พายรีบกระชากลิ้นชักออกทันที แสงไฟฉุกเฉินสาดส่องกระทบกับวัตถุชิ้นสุดท้ายที่นอนสงบนิ่งอยู่ภายใน... มันไม่ใช่กระดาษเอกสาร และไม่ใช่ชิ้นเนื้อเยื่อ แต่มันคือฮาร์ดดิสก์ขนาดพกพาตัวจิ๋ว ที่ติดป้ายเขียนด้วยลายมือหวัดๆ ว่า *"ต้นฉบับสำนวนคดีลับ - ปี 2021"*
พายหยิบมันขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น ดวงตาสองข้างเบิกกว้างขึ้นด้วยความโล่งอก ทว่าความดีใจนั้นอยู่ได้เพียงเสี้ยววินาที เมื่อจู่ๆ หน้าจอคอมพิวเตอร์เก่าๆ บนโต๊ะที่ควรจะดับสนิทไปแล้ว กลับสว่างวาบขึ้นมาเองโดยไม่มีการเชื่อมต่อกระแสไฟฟ้า
ข้อความตัวอักษรสีแดงฉานค่อยๆ พิมพ์ปรากฏขึ้นทีละตัวบนหน้าจอสีดำมืดสนิท ราวกับมีใครบางคนกำลังควบคุมมันจากที่ไกลแสนไกล—
*"พวกคุณมาช้าไป... และสิ่งที่พวกคุณถืออยู่ตอนนี้ คือบัตรผ่านเที่ยวเดียวสู่นรกค่ะ, คุณหมอ"*
พิรุณกระชากพายให้ถอยหลังติดกำแพงทันที ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องที่ตอนนี้กลับเงียบสงบลงอย่างประหลาด เสียงทุบประตูด้านนอกเงียบหายไปแล้ว เหลือเพียงเสียงหายใจหอบถี่ของคนทั้งสอง และเสียงหัวใจที่เต้นรัวระรัวในอกของพายราวกับกลองศึก
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนานี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ขอหย่าให้จบ แต่ดันติดกับคุณหมอสายโหด•ตอนที่ 12
หลักฐานที่หายไป
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าให้จบ แต่ดันติดกับคุณหมอสายโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!