ขอหย่าให้จบ แต่ดันติดกับคุณหมอสายโหด•ตอนที่ 2

เมื่ออดีตเดินเข้ามาในห้องสอบสวน

ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
กลิ่นอายของฟอร์มาลินและแอลกอฮอล์ล้างแผลคละคลุ้งหนาแน่นเสียจนเกือบจะจับต้องได้ มันไม่ใช่กลิ่นที่พิรุณรื่นรมย์นัก แต่ในฐานะทนายความมือหนึ่งผู้กุมชะตากรรมของลูกความในคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญแห่งปี เขามีทางเลือกไม่มากนัก นอกจากการก้าวเข้ามาสู่สถานที่ที่คนส่วนใหญ่พยายามหลีกหนีให้ไกลที่สุด—ห้องชันสูตรศพของสถาบันนิติเวชวิทยา เสียงรองเท้าหนังราคาแพงกระทบพื้นกระเบื้องยางดังสะท้อนก้องกังวานในความเงียบงัน บรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือกราวกับอุณหภูมิถูกลดทอนลงด้วยเจตนาบางอย่าง พิรุณปรายตามองร่างไร้วิญญาณบนเตียงสเตนเลสที่ถูกคลุมด้วยผ้าสีขาวสะอาดตา ก่อนที่สายตาคมกริบดั่งใบมีดจะเคลื่อนผ่านอุปกรณ์การแพทย์ระเกะระラระ และหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างเพรียวบางในชุดกราวน์สีขาวสะอาด ซึ่งกำลังง่วนอยู่กับการบันทึกข้อมูลลงในแท็บเล็ตด้วยท่าทางสมาธิสูง "ถ้าคุณคิดว่าจะมาใช้ความคุ้นเคยส่วนตัวเพื่อโน้มน้าวรายงานฉบับนี้ บอกได้เลยว่าคุณเสียเวลาเปล่าค่ะ ทนายพิรุณ" เสียงหวานใสแต่เย็นชาไร้รอยคลื่นอารมณ์ดังขึ้นโดยที่เจ้าของร่างยังไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง การเคลื่อนไหวของเธอนิ่งสนิท ทว่าเด็ดเดี่ยวในทุกวินาที พิรุณชะงักฝีเท้า หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอสะดุดกึกไปเสี้ยววินาที สุ้มเสียงนั้น... น้ำเสียงที่เขาไม่ได้ยินมานานกว่าสามปี น้ำเสียงที่เคยกระซิบคำว่ารักริมฝีปากในคืนวันที่ฝนพรำ แต่ในเวลานี้ มันกลับกลายเป็นคมดาบที่ซัดเข้าใส่กันอย่างไร้ความปรานี ร่างบางค่อยๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า แสงไฟนีออนสะท้อนกรอบแว่นสายตาบางเฉียบและดวงตากลมโตคู่คมที่ฉายแววเย่อหยิ่งท้าทาย พาย... อดีตภรรยาทางพฤตินัย หญิงสาวผู้เดินออกจากชีวิตของเขาไปในวันที่รอยร้าวระหว่างความยุติธรรมกับผลประโยชน์พังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า และในวันนี้ เธอกลับยืนอยู่ตรงหน้าเขาในฐานะ ‘แพทย์นิติเวชผู้รับผิดชอบคดี’ คดีเดียวกับที่เขากำลังพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อพลิกคำพิพากษา พิรุณหรี่ตาลงเล็กน้อย ซ่อนความไหววูบในแว่นตากรอบทองอย่างรวดเร็ว เขายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยັນชาตามวิสัยทัศน์ของทนายความผู้ไร้พ่าย "ผมไม่เคยคิดจะใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวกับใครอยู่แล้ว พาย... โดยเฉพาะกับคนที่ไม่แม้แต่จะหลงเหลือเยื่อใยอย่างคุณ" พายแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าแต่น่าฟัง เธอวางแท็บเล็ตในมือลงบนโต๊ะโลหะเสียงดังกระทบกันเบาๆ ก่อนจะก้าวเท้าเข้ามาช้าๆ จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงก้าวเดียว กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับกลิ่นเฉพาะตัวของห้องชันสูตรลอยแตะจมูก ปลุกเร้าความทรงจำที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ในส่วนลึกที่สุดของจิตใจ "เยื่อใยเหรอคะ?" พายทวนคำ นัยน์ตาคู่คมกวาดมองสำรวจชายหนุ่มตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาประเมินค่า "คุณต่างหากล่ะที่เอาความเย็นชามาเป็นเกราะกำบังเพื่อซ่อนความกลัว... กลัวว่าความจริงที่ฉันกำลังจะเปิดเผยในรายงานฉบับนี้ จะทำลายแผนการสกปรกที่คุณรับทำอยู่" พิรุณก้าวเข้าไปประชิดอีกนิด บีบพื้นที่ส่วนตัวของเธอจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่ปะทะกัน ความใกล้ชิดที่อันตรายนี้สร้างแรงดึงดูดประหลาดที่ไม่อาจปฏิเสธได้ แม้ว่าอุดมการณ์ของทั้งคู่จะยืนอยู่คนละฟากฝั่งของสนามรบก็ตาม "ระวังปากหน่อย พาย คุณกำลังพูดกับทนายความที่มีสิทธิฟ้องคุณข้อหาหมิ่นประมาทได้ทุกเมื่อ" พิรุณกระซิบเสียงต่ำพร่า ริมฝีปากหยักลึกอยู่ห่างจากริมฝีปากสีระเรื่อของเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร "เชิญเลยค่ะ" พายสวนกลับทันควันโดยไม่มีทีท่าสะท้อนความเกรงกลัวแม้แต่น้อย ดวงตาดำขลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไร้การหลบหลีก "ถ้าการฟ้องฉันมันช่วยปิดปากความจริงเรื่องรอยแผลที่ลำคอของศพไม่ได้... คุณก็ฟ้องฉันเลยสิคะ ทนายพิรุณ" คำพูดนั้นทำให้พิรุณชะงัก รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตา สมองอันปราดเปรื่องของนักกฎหมายหนุ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว รอยแผลที่ลำคอ? ในสำนวนตำรวจเบื้องต้นระบุชัดเจนว่าผู้ตายเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจเนื่องจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ไม่มีรายงานเรื่องรอยแผลปริก or ร่องรอยการฆาตกรรมอำพรางใดๆ ทั้งสิ้น "คุณหมายความว่ายังไง?" พิรุณถามเสียงเข้มขึ้น แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความจริงจัง พายยกยิ้มมุมปากอย่างผู้กำชัยชนะ เธอยื่นมือเรียวบางที่สวมถุงมือยางสีขาวแตะเบาๆ ที่อกเสื้อสูทราคาแพงของเขา ออกแรงผลักเบาๆ ให้ถอยห่างออกไปเพื่อคืนพื้นที่ส่วนตัว ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปยังเตียงชันสูตร พร้อมทั้งกระชากผ้าคลุมสีขาวออก เผยให้เห็นร่างไร้ชีวิตของผู้ชายวัยกลางคนที่มีร่องรอยเขียวช้ำทั่วร่าง "หมายความว่า... คดีที่คุณกำลังรับทำเพื่อช่วยให้ฆาตกรลอยนวล มันกำลังจะพังทลายลงด้วยมือของฉันเอง" พายกล่าวเสียงเรียบ นำนิ้วเรียวชี้ให้เห็นรอยช้ำสีม่วงคล้ำบริเวณกระดูกต้นคอที่ถูกซ่อนไว้ใต้ร่มผ้า "นี่ไม่ใช่รอยจากเข็มขัดนิรภัยอย่างที่สำนวนโง่ๆ ของตำรวจสรุปค่ะ ทนายพิรุณ แต่มันคือรอยนิ้วมือของคนที่จงใจ ‘บีบ’ ให้เขาตาย ก่อนจะจัดฉากให้รถพุ่งชนต้นไม้เพื่อกลบเกลื่อนร่องรอย" พิรุณก้าวเข้าไปยืนมองรอยแผลนั้นด้วยหัวใจที่เต้นระรัว ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะสัญชาตญาณบอกเขาว่า เกมนี้มันเพิ่งเริ่มต้นขึ้น และเขากำลังเล่นอยู่บนปากเหวที่ลึกชันกว่าที่คิด ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงกPริ๊งแหลมสูงของโทรศัพท์ภายในห้องชันสูตรก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ พายขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะหยิบหูโทรศัพท์ขึ้นแนบหู ฟังข้อความจากปลายสายเพียงไม่กี่วินาที สีหน้าที่เคยเรียบเฉยและมั่นอกมั่นใจของเธอกลับถอดสีลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนหวาดหวั่น เธอค่อยๆ วางหูโทรศัพท์ลงอย่างช้าๆ ราวกับมือของเธอกำลังสั่นเทา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับพิรุณอีกครั้งด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "มีอะไร?" พิรุณเอ่ยถาม น้ำเสียงเจือความระแวงอย่างปิดไม่มิด พายกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด ก่อนจะเอื้อนเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของทนายความหนุ่มเย็นเฉียบลงในชั่วพริบตา "เมื่อกี้... ตำรวจเพิ่งโทรมาแจ้งว่า รถตู้ขนย้ายหลักฐานชิ้นสำคัญจากที่เกิดเหตุ... ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมดระหว่างทาง และ..." พายหยุดหายใจไปชั่วขณะ "หัวหน้าทีมสืบสวนที่ดูแลคดีนี้ ถูกพบเป็นศพอยู่ในซากรถ... ด้วยร่องรอยการเสียชีวิตที่เหมือนกับศพนี้ทุกประการค่ะ" — แสงดาวพร่างพราว —
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าให้จบ แต่ดันติดกับคุณหมอสายโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%