กลิ่นสนิมเหล็กและฟอร์มาลีนเจือจางในอากาศเย็นเฉียบของห้องชันสูตรยามวิกาล บีบรัดประสาทสัมผัสจนแทบหายใจไม่ออก ความมืดสนิทหลังตู้เก็บศพสแตนเลสขนาดยักษ์กลายเป็นพื้นที่จำกัดที่บีบให้ร่างกายของคนทั้งสองแนบชิดกันอย่างไร้ช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะต้นคอของพายไม่ได้มาจากความเสน่หา หากแต่เป็นความตึงเครียดระดับสูงสุดจากสถานการณ์ความเป็นความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทีละน้อย
พิรุณกดร่างของเธอให้แนบชิดกับแผ่นหลังเย็นเยียบของตู้เก็บศพ มือข้างหนึ่งปิดปากเธอสนิทเพื่อกลืนกั้นเสียงหอบสะท้าน ขณะที่มืออีกข้างสอดกระชับรอบเอวสอบเพื่อพยุงไม่ให้เข่าของเธอทรุดลงกับพื้น ปลายนิ้วเรียวยาวของพายจิกเกร็งลงบนต้นแขนของเขาแน่นจนเนื้อตัวสั่นเทา ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อเงาดำที่กำลังก้าวเข้ามาหลังบานประตู แต่เป็นเพราะสัมผัสอันคุ้นเคยที่ตอกย้ำว่า เขากำลังเอาชีวิตของตัวเองมาเสี่ยงอยู่ในสนามประลองที่อันตรายที่สุด
แกร๊ก... เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ จากกุญแจที่ไขเข้าสู่แม่กุญแจสำรอง ประตูห้องชันสูตรเปิดแง้มออกอย่างเชื่องช้า ราวกับผู้มาเยือนจงใจทรมานประสาทการรับรู้ของผู้ที่ซ่อนอยู่ภายใน
พิรุณเหลือบสายตาคมกริบลงมองคนในอ้อมแขน แววตาของทนายความหนุ่มปราศจากความลังเล มีเพียงความเด็ดเดี่ยวที่เยือกเย็นจนน่ากลัว เขาขยับริมฝีปากโดยไร้เสียง ประโยคคำสั่งสั้นๆ ที่อ่านได้จากริมฝีปากของเขาคือ *"อย่าส่งเสียงเด็ดขาด"*
ร่างสูงค่อยๆ ผละออกจากร่างของเธออย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ พิรุณไม่ได้เลือกที่จะหาทางหนีออกทางหน้าต่างระบายอากาศตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ทว่าเขากลับก้าวออกมาจากมุมมืดสู่แสงสลัวของหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ที่กะพริบไหวตรงทางเดินกลางห้องชันสูตรอย่างจงใจ
เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปูนซีเมนต์ขัดมันดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ พิรุณเลือกที่จะเปิดเผยตัวตนเพื่อดึงดูดความสนใจทั้งหมดมาที่เขา แทนที่จะปล่อยให้ฆาตกรค้นพบร่างของพาย
"นั่นใคร!" เสียงทุ้มต่ำตวาดก้อง กังวานไปทั่วห้องชันสูตร ทนายความหนุ่มยืนประจันหน้ากับเงาดำที่สวมฮู้ดสีดำสนิทอำพรางใบหน้า
เงาร่างนั้นชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่มุมปากภายใต้เงาฮู้ดจะยกย่องขึ้นอย่างเย้ยหยัน มือสวมถุงมือหนังสีดำยกขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นวัตถุโลหะสีดำเงางามสะท้อนแสงไฟ—ปืนพกติดกระบอกเก็บเสียง
"ฉลาดนักนะ ทนายพิรุณ... แต่ความอยากรู้อยากเห็นมันมักจะสั้นกว่าอายุขัยเสมอ" เสียงแหบพร่าเอ่ยลอดไรฟัน มันเป็นเสียงที่ดัดแปลงจนผิดเพศ แต่แฝงไว้ด้วยความเหี้ยมเกรียมที่คุ้นเคย
พิรุณไม่ได้ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว สายตาคู่คมกวาดมองสำรวจทุกรายละเอียดของคู่ต่อสู้—ส่วนสูง, การทิ้งน้ำหนักตัว, และรอยสักรูปงูพิษจางๆ ที่โผล่พ้นข้อมือเสื้อแจ็คเก็ตขึ้นมาเล็กน้อย ข้อมูลเหล่านี้ถูกประมวลผลอย่างรวดเร็วในสมองของอัจฉริยะผู้ผ่านคดีฆาตกรรมมานับไม่ถ้วน
"คุณไม่ได้ฆ่าแค่เหยื่อบนเตียงผ่าตัดพวกนั้น... แต่คุณกำลังพยายามกลบเกลื่อนร่องรอยของความผิดพลาดในอดีตที่โรงพยาบาลแห่งนี้พยายามปกปิดมาตลอดสิบปี" พิรุณเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียաբนิ่ง ทว่าแฝงการยั่วประสาทไว้อย่างแนบเนียน "คดีความของเด็กผู้หญิงคนนั้น... ทำให้คุณนอนไม่หลับใช่ไหมล่ะ?"
ร่างใต้ฮู้ดสะดุ้งเฮือก รังสีอำมหิตพวยพุ่งออกมาจากแววตาที่จ้องเขม็งผ่านความมืด ปืนในมือถูกยกขึ้นเล็งตรงกลางหน้าอกของพิรุณทันที ปลายนิ้วเริ่มออกแรงกดไก
"แกตาย!"
พายที่แอบมองอยู่หลังตู้สแตนเลสหัวใจแทบหยุดเต้น สัญชาตญาณความเป็นแพทย์และอดีตคนรักกรีดร้องให้เธอพุ่งออกไปขวาง แต่สมองกลับสั่งการให้รวบรวมหลักฐานเพื่อการแก้แค้นที่เด็ดขาดกว่า
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่กระสุนกำลังจะพุ่งออกจากลำกล้อง พิรุณกลับไม่รอให้ชะตากรรมเป็นฝ่ายกำหนด เขาย่อตัวลงต่ำแล้วเตะกวาดขาโต๊ะเครื่องมือแพทย์สแตนเลสที่เต็มไปด้วยเครื่องมือผ่าตัดพุ่งเข้าใส่ร่างของฆาตกรอย่างแม่นยำ!
เพล้ง! เสียงเครื่องมือแพทย์กระจายเกลื่อนพื้น พร้อมกับร่างของฆาตกรที่เสียหลักเซถลาล้มลงกระแทกพื้น เสียงปืนลั่นไกดังขึ้นหนึ่งนัดเฉียดหัวไหล่ของพิรุณไปอย่างฉิวเฉียด ฝังหัวกระสุนทะลุกำแพงปูนจนฝุ่นตลบ
พิรุณไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ เขากระโจนเข้าประชิดตัว ใช้ทักษะการต่อสู้ระยะประชิดที่เรียนรู้มาเพื่อเอาตัวรอดในคดีอาชญากรรมรุนแรงล็อกแขนข้างที่ถือปืนไขว้หลังไว้แน่น แรงปะทะระหว่างชายฉกรรจ์ทั้งสองคนทำให้ขวดยาและเครื่องมือบนเคาน์เตอร์หล่นแตกกระจายเสียงดังสนั่น
"พาย! หนีไป!" พิรุณตะโกนลั่นห้อง ขณะที่พยายามกดร่างของฆาตกรตรึงไว้กับพื้น แต่แรงพละกำลังของอีกฝ่ายกลับมีมหาศาลราวกับคนคลั่งยา
พายเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ดวงตาคู่สวยประกายวาวโรจน์ด้วยความเด็ดเดี่ยว เธอไม่ได้หนีออกไปตามคำสั่ง แต่กลับก้าวออกจากที่ซ่อน พร้อมกับคว้าขวดแก้วบรรจุสารเคมีเข้มข้นที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมามั่น
ในจังหวะที่ฆาตกรกำลังจะพลิกตัวขึ้นมาคร่อมร่างของพิรุณและเงื้อมือเตรียมใช้มีดพับจ้วงแทงแผ่นหลังของเขา พายก็พุ่งเข้ามาประชิดแล้วเทสารเคมีกรดอ่อนลงบนใบหน้าใต้ฮู้ดนั้นเต็มแรง!
กรี๊ดดดดด! เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังลั่นห้องชันสูตร ร่างนั้นดิ้นพล่านทุรนทุรายจนหลุดจากการพันธนาการของพิรุณ ฆาตกรกุมใบหน้าของตัวเองวิ่งหนีเตลิดออกทางประตูฉุกเฉินอย่างไร้ทิศทาง ทิ้งรอยเลือดและคราบสารเคมีไว้เบื้องหลัง
ความเงียบสงบกลับมาเยือนห้องชันสูตรอีกครั้ง ทว่าเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและหยาดเหงื่อ
พิรุณหอบหายใจหนักหน่วง ร่างสูงทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นห้อง แขนข้างหนึ่งมีรอยแผลถลอกและคราบเลือดซึมออกมาเล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับพายที่ยืนอยู่ตรงหน้า แววตาของทั้งคู่เต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ ความห่วงใย และแรงดึงดูดที่ยากจะปฏิเสธ
พายก้าวเข้าไปใกล้ ช1ายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองเธอ แสงไฟสลัวสาดกระทบใบหน้าคมคายที่มีรอยเปื้อนฝุ่นดินและหยาดเหงื่อ
"คุณมันบ้าที่สุด พิรุณ..." พายพึมพำเสียงสั่น มือบางเอื้อมไปสัมผัสรอยแผลที่หัวไหล่ของเขาอย่างแผ่วเบา
พิรุณแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของอดีตคนรัก "ถ้าผมไม่ทำแบบนี้... คุณก็จะเป็นคนเดียวที่นอนอยู่บนเตียงผ่าตัดตัวยาวนั่น"
เขากระชากข้อมือเธอเบาๆ ดึงให้ร่างบางเซเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนอีกครั้ง กลิ่นกายของเธอผสมกับกลิ่นอายความตายในห้องนี้ช่างเป็นความตัณหาทางความคิดที่อันตรายเหลือเกิน
"แต่เกมนี้ยังไม่จบหรอกพาย..." พิรุณกระซิบชิดริมหูเธอ เสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนจนหัวใจของเธอเต้นระส่ำ "เพราะคนที่สั่งฆ่า ไม่ใช่แค่คนไข้สติแตกคนนั้นแน่..."
พูดจบ พิรุณก็ผละมือออกจากข้อมือเธอช้าๆ แล้วก้มลงหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งที่หล่นอยู่ใต้โต๊ะชันสูตรขึ้นมาท่ามกลางคราบเลือด
มันคือเข็มกลัดทองคำขาวสลักตรารูปงูเกลียว—สัญลักษณ์ของ "สมาคมแพทย์ลับ" ที่พายจำได้ขึ้นใจว่า มันเป็นเข็มกลัดประจำตัวของผู้อำนวยการโรงพยาบาลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเมืองนี้!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนานี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ขอหย่าให้จบ แต่ดันติดกับคุณหมอสายโหด•ตอนที่ 10
กับดักลวง
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าให้จบ แต่ดันติดกับคุณหมอสายโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!