ขอหย่าให้จบ แต่ดันติดกับคุณหมอสายโหด•ตอนที่ 5

หลักฐานชิ้นที่หนึ่ง

ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
กลิ่นแอลกอฮอล์และน้ำยาฆ่าเชื้อในห้องชันสูตรยามวิกาลไม่ได้ทำให้ประสาทสัมผัสของพิรุณทื่อลง ตรงกันข้าม... มันกลับปลุกสัญชาตญาณดิบให้ตื่นตัวราวกับสัตว์ป่าที่ถูกต้อนจนมุม เข็มกลัดเงินรูปดาวที่เปรอะเปื้อนคราบเลือดแห้งกรังนอนนิ่งอยู่บนถาดสแตนเลส สะท้อนแสงไฟนีออนสีขาวโพลนจนบาดตา สิบปี... ระยะเวลาสิบปีที่ฝังกลบความทรงจำอันบิดเบี้ยวเอาไว้ใต้ซากปรักหักพังของคดีอุบัติเหตุบนท้องถนน สิบปีที่เขาพยายามบอกตัวเองว่ามันเป็นเพียงความประมาทของผู้ขับขี่ แต่วัตถุชิ้นเล็กๆ ชิ้นนี้กลับกำลังหัวเราะเยาะความโง่เขลาของเขาในความเงียบงัน "คุณแน่ใจแค่ไหนว่าของชิ้นนี้เพิ่งถูกพบในแฟ้มคดีเก่าของพี่สาวคุณ?" เสียงของพายทำลายความเงียบขึ้น น้ำเสียงของแพทย์นิติเวชสาวราบเรียบและเย็นเยียบ แต่แววตาหลังกรอบแว่นโลหะกลับไหววับด้วยความระแวงระวัง เธอยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะชันสูตร ระยะห่างเพียงสองก้าวแต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนมีเหวทอดตัวคั่นกลางระหว่างคนทั้งสอง—อดีตสามีภรรยาที่กำลังจะเซ็นใบหย่า แต่กลับต้องมาติดอยู่ในวังวนปริศนาฆาตกรรมที่ถูกปัดฝุ่นขึ้นมาใหม่ พิรุณไม่ตอบในทันที นิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือยางยื่นออกไปแตะขอบถาดสแตนเลสอย่างระมัดระวัง หัวใจของทนายความหนุ่มเต้นระรัวด้วยจังหวะที่เขาเกลียดชังที่สุด... จังหวะแห่งความรู้สึกที่เหนือกว่าเหตุผล "มันไม่ได้อยู่ในแฟ้มคดี" พิรุณเอ่ยขึ้นในที่สุด เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน "ตำรวจปิดคดีไปแล้วตั้งแต่ศาลชั้นต้นตัดสินว่าเป็นอุบัติเหตุ... เข็มกลัดนี่ควรจะอยู่กับของกลางที่ถูกทำลายไปแล้วสิบปีที่แล้ว" "ถ้ามันถูกทำลายไปแล้ว แล้วไอ้ชิ้นที่อยู่ตรงหน้าเรานี่คืออะไร?" พายก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะอีกนิด ดวงตากลมโตจ้องมองใบหน้าด้านข้างของอดีสามีที่เกร็งแน่นจนเห็นสันราม "คุณรู้ดีกว่าใครพิรุณ... ว่าพี่สาวของคุณไม่ได้แค่หลับในแล้วตกหน้าผา เธอถูกบังคับให้ลงไปในจุดที่ไม่มีทางรอด และเข็มกลัดชิ้นนี้คือลายเซ็นของฆาตกรที่ตำรวจมองข้าม" ประโยคนั้นบาดลึกเข้าไปในโสตประสาท พิรุณเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ดวงตาคู่นคมกริบฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับมาเนิ่นนาน "คุณกำลังบอกว่าการแต่งงานของเรา การที่เราตกลงจะหย่ากันอย่างไร้เสียงรบกวน มันเป็นส่วนหนึ่งของแผนการบ้าๆ นี่ด้วยงั้นเหรอพาย? คุณดึงฉันเข้ามาในห้องชันสูตรนี่เพื่อจะรื้อฟื้นเรื่องเก่า หรือเพื่อจะตอกย้ำว่าฉันมันโง่แค่ไหนที่ปกป้องครอบครัวตัวเองไม่ได้?" "อย่าหลงประเด็นพิรุณ!" พายตบมือลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น ความอดทนของแพทย์สาวขาดผึ่ง "ฉันเป็นหมอนิติเวช หน้าที่ของฉันคือพูดความจริงจากศพ และศพเมื่อสิบปีที่แล้วของพี่สาวคุณมันส่งเสียงร้องตะโกนตั้งแต่ฉันพบรอยแผลที่ถูกอำพรางไว้ใต้รอยขีดข่วนจากการชน! ถ้าคุณยังมัวแต่ห่วงศักดิ์ศรีทนายความมือหนึ่งของคุณ จนลืมมองว่าใครคือคนที่ฆ่าคนในครอบครัวคุณ... งั้นเราก็ไม่ต้องหย่ากันหรอก เพราะคุณไม่สมควรมีชีวิตคู่กับใครทั้งนั้น!" คำพูดเชือดเฉือนพุ่งเข้าใส่ราวกับลูกศรอาบยาพิษ แต่ไม่มีใครหลบสายตา ความเงียบงันอันหนักอึ้งเข้าปกคลุมห้องสี่เหลี่ยมอีกครั้ง มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องปรับอากาศที่คอยเตือนว่าเวลาในโลกความเป็นจริงยังคงดำเนินไป พิรุณแค่นยิ้มหยันที่มุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและเย้ยหยันตัวเอง "ปากคอเราะร้ายไม่เปลี่ยนเลยนะพาย... สมแล้วที่เป็นแพทย์นิติเวชผู้ไม่เคยปรานีใคร แม้แต่ความรู้สึกของอดีสามีตัวเอง" "ความจริงไม่เคยปรานีใครอยู่แล้วค่ะพิรุณ" พายสวนกลับทันควัน น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อยแต่ยังคงความเฉียบคม "และถ้าคุณฉลาดพอ อย่างที่คุณชอบอวดอ้างต่อหน้าศาล คุณควรจะดูนี่ให้ดีๆ" เธอใช้ปลายแหนบสแตนเลสเขี่ยเข็มกลัดเงินรูปดาวพลิกกลับด้าน เผยให้เห็นรอยสลักตัวอักษรย่อเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ตรงมุมอับของขอบดาว—รอยสลักที่ถูกคราบเลือดกลบไว้จนแทบมองไม่เห็น **‘L.K. - 09’** พิรุณชะงัก ลลมหายใจของเขาติดขัดอยู่ในลำคอ รอยสลักนั้นไม่ใช่ของพี่สาวเขา... และมันไม่ใช่ของคนทั่วไป "ตัวย่อของค่ายทหารรับจ้าง 'Black Star' เมื่อสิบปีก่อน" พายกระซิบแผ่วเบา ร่างบางก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว สีหน้าเคร่งเครียด "หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ถูกยุบอย่างเงียบๆ หลังเกิดเหตุการณ์อื้อฉาวระดับประเทศ และคนที่มีอำนาจสั่งการหน่วยนั้นได้... คือสำนักงานกฎหมายที่คุณทำงานอยู่ตอนนี้ พิรุณ" บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที ราวกับอุณหภูมิลดฮวบลงจนถึงจุดเยือกแข็ง พิรุณหันขวับมามองหน้าอดีตภรรยา ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ข้อมูลนี้ไม่เคยอยู่ในสำนวนคดี ไม่เคยมีใครพูดถึง และมันคือรอยต่อจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่เชื่อมโยงการตายของพี่สาวเขากับบริษัทกฎหมายยักษ์ใหญ่ที่เขากำลังไต่เต้าขึ้นเป็นหุ้นส่วนใหญ่ ก่อนที่พิรุณจะทันได้เอ่ยปากแก้ข้อกล่าวหา เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่ทางเดินด้านนอก—เสียงฝีเท้าที่ไม่ได้มาจากการเดินตรวจเวรปกติ แต่เป็นจังหวะเร่งรีบและมั่นคงแบบคนฝึกยุทธวิธีมาอย่างโชกโชน พายหน้าถอดสีทันที เธอพุ่งไปปิดไฟห้องชันสูตรพรึบเดียว ความมืดมิดเข้าครอบคลุม มีเพียงแสงไฟสีส้มจากตึกด้านนอกที่สาดส่องเข้ามาผ่านกระจกฝ้า "มีคนรู้ว่าเราอยู่ที่นี่..." พายกระซิบเสียงสั่น มือเล็กคว้าแขนเสื้อสูทของพิรุณไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว "และพวกมันไม่ได้มาเพื่อเจรจา" พิรุณไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว เขาคว้าเข็มกลัดบนถาดสแตนเลสยัดใส่กระเป๋าเสื้อสูทของตัวเองอย่างรวดเร็ว ก่อนจะดึงร่างบางของแพทย์สาวให้หลบเข้าหลังตู้เก็บอุปกรณ์แพทย์ขนาดใหญ่ มืออีกข้างเอื้อมไปหยิบมีดผ่าตัดสแตนเลสยาวสิบเซนติเมตรขึ้นมาถือไว้มั่น เสียงล็อกเกอร์โลหะด้านนอกถูกกระชากเปิดออกดังโครมคราม ตามด้วยเสียงฝีเท้าที่หยุดกึกอยู่หน้าประตูกระจกฝ้าของห้องชันสูตร เงาร่างสูงใหญ่สามร่างทาบทับลงบนกระจก เงาเหล่านั้นหยุดนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่มือปริศนาจะบิดลูกบิดประตู—**และมันถูกเปิดออกอย่างไร้เสียงโดยผู้มาเยือนยามวิกาลที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของโรงพยาบาล** ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมไขปริศนาไปกับตัวละครนะคะ!
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าให้จบ แต่ดันติดกับคุณหมอสายโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%