ขอหย่าให้จบ แต่ดันติดกับคุณหมอสายโหด•ตอนที่ 22

จุดร่วมของความเจ็บปวด

ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินร้างเคล้ากันจนน่าสะอิดสะเอียน เสียงหยดน้ำจากท่อประปาที่ผุกร่อนดัง “ติ๊ด... ติ๊ด...” เป็นจังหวะเดียวกับเสียงลมหายใจที่กระชั้นถี่ของพิรุณ ทนายความหนุ่มผู้เคยเยือกเย็นและไร้ช่องโหว่ บัดนี้กลับยืนนิ่งค้างอยู่เบื้องหน้ากองเอกสารเก่าคร่ำครึและภาพถ่ายโพลารอยด์นับร้อยที่ถูกแปะไว้บนผนังปูนเปลือย ประโยคสุดท้ายจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งดับมืดลงยังคงก้องกังวานในโสตประสาท *‘เกมจบแล้ว... คุณหมอ ทนายความ และศพที่ห้า กำลังรอต้อนรับพวกคุณอยู่ในนรก’* พายก้าวเท้าเข้ามาในความมืดโดยมีเพียงแสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือส่องนำทาง ร่างเพรียวในชุดเสื้อคลุมกันหนาวสีเข้มหยุดยืนเคียงข้างเขา ดวงตาสีเข้มใต้กรอบแว่นใสไม่ได้กวาดมองไปที่ภาพถ่ายสยดสยองเหล่านั้น แต่กลับจดจ้องแผ่นหลังกว้างที่กำลังสั่นเทาเล็กน้อย—ร่องรอยความเปราะบางที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนตลอดหลายปีที่รู้จักกัน “คุณไม่ได้มาที่นี่ครั้งแรกสินะคะ... พิรุณ” น้ำเสียงของพายราบเรียบแต่มั่นคงพอที่จะกรีดแทรกความเงียบงันในห้องแคบๆ นี้ได้ พิรุณไม่หันกลับมามอง เขายังคงจ้องมองภาพถ่ายเด็กชายวัยแปดขวบคนหนึ่งที่ถูกตรึงไว้ด้วยหมุดเหล็ก ภาพนั้นเก่าจนซีดจาง แต่รอยยิ้มของเด็กในภาพกลับชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน นิ้วเรียวยาวของทนายความหนุ่มกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว “คุณรู้อะไรไหม พาย...” เสียงของเขาแหบพร่าและต่ำลึก ผผิดไปจากน้ำเสียงเฉียบคมเวลาอยู่ในศาล “ผมเคยคิดมาตลอดว่า กฎหมายและความยุติธรรมคือเกราะคุ้มกันเดียวที่มนุษย์เราสร้างขึ้นเพื่อไม่ให้สัตว์ป่าในตัวมันตื่นขึ้นมา” พายก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นอายเฉพาะตัวของเขา—กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับความเย็นเยียบของค่ำคืน—ลอยมาแตะจมูก เธอยืนนิ่งเว้นระยะห่างที่พอเหมาะในเชิงวิชาชีพ แต่สายตากลับเต็มไปด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ “แต่เกราะนั้นมันปกป้องคนที่คุณรักไม่ได้... ใช่ไหมคะ” พายต่อประโยคให้ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว พิรุณแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันสิ้นดี เขายอมหันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาคมกริบที่มักจะใช้กดดันคู่ความในชั้นศาลเวลานี้กลับแดงก่ำและเต็มไปด้วยร่องรอยของความเจ็บปวดที่ถูกกัก The ghosts of the past ที่เขาพยายามฝังกลบมาตลอดชีวิตกำลังลุกขึ้นมาหายใจรดต้นคอพวกเขาอีกครั้ง “เด็กผู้ชายคนนั้นในรูป...” พิรุณพยักเพยิดไปทางผนัง “ไม่ใช่ใครอื่นไกลหรอก... คือพี่ชายแท้ๆ ของผมเอง และคนที่ฆ่าเขาก็คือผู้พิพากษาที่นั่งบัลลังก์ตัดสินคดีทุจริตในอีกสิบปีต่อมา... โดยที่กฎหมายบอกว่า ‘หลักฐานไม่เพียงพอ’” ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดน้ำที่ยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างไร้ความปรานี พายสูดหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมความสั่นไหวในอก เธอกวาดสายตาสำรวจร่องรอยบนผนังอย่างรวดเร็ว สมองส่วนวิเคราะห์ของแพทย์นิติเวชทำงานทันทีเพื่อเชื่อมโยงคดีฆาตกรรมต่อเนื่องห้าศพในปัจจุบันเข้ากับปมในอดีตของชายตรงหน้า “นี่คือเหตุผลที่คุณเลือกเรียนกฎหมาย และนี่คือเหตุผลที่คุณเกลียดความอยุติธรรมยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด...” พายก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอีกก้าว มือเรียวยื่นออกไปแตะเบาๆ ที่ท่อนแขนใต้เสื้อสูทเนื้อดีที่กำลังเกร็งเครียด “แต่คุณกำลังเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในเกมของฆาตกร พิรุณ เขากำลังต้อนคุณให้กลับมาเป็นเด็กชายคนเดิมที่ไร้ทางสู้ในห้องใต้ดินนี้” พิรุณก้มมองมือของพายที่สัมผัสแขนเขา ความอบอุ่นจากปลายนิ้วของเธอกำลังแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าเข้ามา ราวกับกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ที่ดึงเขากลับมาจากขอบเหวแห่งความมืด แต่มันยิ่งทำให้เขารู้สึกโกรธตัวเอง—โกรธที่เธอมองทะลุปรุโปร่ง โกรธที่เธอรู้จุดอ่อนที่สุดของเขา และโกรธที่แม้ในยามวิกฤตเช่นนี้ หัวใจเจ้ากรรมก็ยังคงโหยหาความปลอดภัยจากอดีตคนรักคนนี้ “แล้วคุณล่ะ พาย...” พิรุณพลิกข้อมือกลับมาเป็นฝ่ายกุมมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนเกือบเจ็บ แต่ไม่มีใครคิดจะดึงออก “คุณเอาตัวเข้ามาเสี่ยงในคดีนี้ทำไม? รู้ทั้งรู้ว่าไอ้ฆาตกรมันจ้องเล่นงานเราทั้งคู่... ทำไมถึงไม่ยอมถอยไปตั้งแต่แรก?” “เพราะฉันเป็นหมอนิติเวชค่ะ” พายสบตาเขาตรงๆ ไม่มีร่องรอยความหวาดกลัวในดวงตาสีเข้มคู่นั้น มีเพียงความดื้อรั้นและเด็ดเดี่ยวที่เขาเคยตกหลุมรักมาแล้วครั้งหนึ่ง “หน้าที่ของฉันคือการพูดแทนคนที่ไม่มีเสียงจะพูด... และถ้าความจริงมันจะแลกมาด้วยการต้องลงนรกไปกับคุณ ฉันก็คิดว่ามันเป็นการลงทุนที่คุ้มค่านะคะ” คำพูดนั้นทำเอาพิรุณถึงกับพูดไม่ออก ความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามกดทับไว้ใต้ซากปรักหักพังของจิตใจพังทลายลงในพริบตา ความดึงดูดระหว่างคนสองคนที่เต็มไปด้วยบาดแผลและเล่ห์เหลี่ยม ไม่ใช่ความโรแมนติกแบบเด็กสาว แต่เป็นแรงดึงดูดของสองดวงวิญญาณที่แตกสลายและเข้าใจความเจ็บปวดของกันและกันอย่างแท้จริง ก่อนที่ใครจะได้เอื้อnวาจาใดเพิ่มเติม เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังแว่วมาจากบันไดทางขึ้นห้องใต้ดิน... เสียงที่ไม่ได้มาคนเดียว แต่มีมากกว่าสองคู่ และกำลังมุ่งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ พิรุณดึงตัวพายเข้ามาหลบหลังเสาปูนทันที มือข้างหนึ่งควักปั๊มพกพาออกมาจากเสื้อสูทอย่างคล่องแคล่ว สายตาคมกริบกวาดมองทางหนีทีไล่ ขณะที่พายเองก็เตรียมพร้อมรับมือโดยการหยับอุปกรณ์โลหะชิ้นเล็กจากกระเป๋าเสื้อกาวน์ขึ้นมาถือไว้ในมือ แสงไฟฉายกราดส่องเข้ามาในความมืด พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้งต่ำที่คุ้นเคยดังลอดผ่านความอับชื้นเข้ามา “เยี่ยมมาก... ทนายความผู้ปราดเปรื่อง และแพทย์นิติเวชผู้ไม่กลัวตาย” เสียงปริศนาดังสะท้อนก้อง “ยินดีต้อนรับสู่ศพที่ห้า... ซึ่งก็คือพวกคุณเองในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า” พร้อมๆ กับสิ้นเสียงนั้น แสงไฟฉายสว่างจ้าก็สาดส่องตรงมาที่เสาปูนที่พวกเขากำลังซ่อนอยู่ เผยให้เห็นเงาร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับวัตถุโลหะสีดำเงาที่ยกขึ้นเล็งตรงมายังทิศทางของพวกเขา และในวินาทีที่แสงไฟสะท้อนเข้ากับใบหน้าของบุคคลนั้น ดวงตาสีเข้มของพายก็เบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด— “เป็นไปไม่ได้...!” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดและแสงสว่างของตัวละครคู่นี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าให้จบ แต่ดันติดกับคุณหมอสายโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%