เศษกระจกนิรภัยที่แตกละเอียดกระจายเกลื่อนพื้นราวกับเพชรเม็ดทรายที่ถูกโปรยปรายลงมาอย่างไม่แยแสต่อชีวิต ประกายระยิบระยับของมันสะท้อนแสงไฟนีออนสีหม่นจากเพดานห้องสืบสวนคดีพิเศษ เสียงคำรามต่ำในลำคอของพิรุณดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่พุ่งเข้าประชิดตัวพายอย่างรวดเร็วดุจเสือชีตาห์ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของทนายความผู้กุมความลับดำมืดสั่งการให้เขากลายเป็นโล่มนุษย์ในเสี้ยววินาที
แรงกระแทกจากการพังทลายของประตูกระจกบานใหญ่ทำให้ฝุ่นละอองคละคลุ้ง หน่วยจู่ožหน่วยจู่โจมในชุดยุทธวิธีสีดำสนิทพร้อมอาวุธครบมือเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างเป็นระเบียบ ทว่าไม่มีใครลั่นไก ปลายกระบอกปืนทุกกระบอกไม่ได้เล็งมาที่พวกเขา—แต่มันถูกยกขึ้นเพื่อตั้งรับภัยคุกคามจากระเบียงด้านนอกที่มืดมิด
“อย่าขยับ!” เสียงทุ้มต่ำลอดผ่านหน้ากากกันแก๊สพิษของหัวหน้าชุดปฏิบัติการ แววตาหลังเลนส์สีชาคมกริบ กวาดมองคู่สามีภรรยาที่ยืนอยู่ใจกลางวงล้อม
พิรุณไม่ยอมขยับเขยื้อn เขา, มือหนายังคงโอบเอวบางของแพทย์นิติเวชสาวเอาไว้แน่นจนเนื้อผ้าเสียดสีกัน สัมผัสได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจของพายที่รัวเร็วราวกับกลองศึก แม้ว่าภายนอกเธอจะดูนิ่งสงบเพียงใดก็ตาม
“คุณปล่อยฉันได้แล้วค่ะคุณพิรุณ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นเบา ๆ ท่ามกลางความตึงเครียด นัยน์ตาคู่สวยช้อนขึ้นมองสบตากับสามีตามกฎหมาย—หรือพูดให้ถูกคืออดีตสามีที่กำลังจะเซ็นใบหย่าในอีกไม่กี่วันข้างหน้า “พวกเขาไม่ได้มาเพื่อจับเรา”
“แต่พวกมันกำลังเล่นเกมประสาทกับเรา พาย” พิรุณกระซิบตอบ เสียงของเขาต่ำพร่าและเต็มไปด้วยความระแวง เขารู้จักเกมนี้ดี เกมที่ฆาตกรเงาใช้กฎหมายและอำนาจมืดเป็นเครื่องมือ “คุณไม่เห็นหรือไงว่าเป้าหมายที่แท้จริงของพวกมันไม่ใช่การฆ่า... แต่มันคือการบีบให้เราต้องเลือก”
ดวงตาคมกริบของแพทย์หญิงพายไหววูบเล็กน้อย เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยอมตกเป็นเบี้ยล่างของใคร แม้ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้น
“ถ้าเป้าหมายคือการบีบให้เราเลือก การที่คุณกอดฉันไว้แบบนี้... ก็เท่ากับคุณตกหลุมพรางของมันตั้งแต่ก้าวแรกแล้วนะคะ” คำพูดเฉียบคมของเธอราวกับมีดผ่าตัดที่กรีดลงตรงกลางความจริง พิรุณชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยอมคลายมือที่โอบเอวเธอออกอย่างไม่เต็มใจนัก
ทว่า ในวินาทีที่ช่องว่างระหว่างคนทั้งสองถูกสร้างขึ้น เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินความถี่สูงก็ดังกรีดแทรกโสตประสาทขึ้นมาจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกาวน์ของพาย
*ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...*
หน้าจอเรืองแสงสีแดงวาบขึ้นพร้อมกับข้อความสั้น ๆ ที่ถูกส่งมาจากระบบฐานข้อมูลนิติเวชกลาง: **[สัญญาณชีพของเหยื่อรายที่สี่ถูกเปิดใช้งาน ณ จุดอับสัญญาณ: อาคารจอดรถชั้นใต้ดิน B3]**
พิรุณหันขวับมามองหน้าภรรยา ทันทีที่อ่านข้อความนั้นผ่านทางหางตา “บ้าจริง... มันไม่ได้จบแค่นี้”
“ไม่ใช่แค่เหยื่อรายที่สี่ค่ะ” พายสูดลมหายใจเข้าลึก
พยายามรวบรวมสติท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก สมองอันปราดเปรื่องของแพทย์นิติเวชประมวลผลอย่างรวดเร็ว “แต่หมายเลขไอพีที่ส่งสัญญาณนี้... มาจากเครื่องส่งสัญญาณติดตามตัวที่ฉันฝังไว้ในเสื้อโค้ตของคุณเมื่อสามวันก่อนต่างหาก”
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ แม้แต่หน่วยจู่โจมที่ยืนล้อมอยู่ยังต้องชะงักฝีเท้า พิรุณก้มมองเสื้อโค้ตกันหนาวสีเข้มที่ตนสวมอยู่ หัวใจกระหน่ำซัดด้วยความรู้สึกที่ผสม The complex mixture ระหว่างความโกรธ ความฉุนเฉียว และความหลงใหลในความเจ้าเล่ห์ของหญิงสาวตรงหน้า
“คุณกล้าดียังไงมาติดเครื่องติดตามตัวฉัน แพทย์หญิงพาย” น้ำเสียงของพิรุณเยียบเย็นลง ทว่าแฝงไปด้วยรอยยิ้มหยันที่มุมปาก “กลัวว่าฉันจะแอบไปหย่ากับคนอื่นลับหลังคุณนักหรือไง?”
“อย่าสำคัญตัวผิดไปเลยค่ะทนายพิรุณ” พายเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคู่คมทอประกายท้าทายอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจใด “ฉันแค่ไม่ไว้ใจคนประเภทที่เอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยงกับเกมบ้า ๆ เพื่อพิสูจน์ทฤษฎีทางกฎหมายที่ผิดเพี้ยนต่างหาก และตอนนี้... ดูเหมือนว่าเราทั้งคู่ต่างก็ติดอยู่ในกับดักที่สมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว”
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่เริ่มดังขึ้นจากโถงทางเดินมืดเบื้องล่าง มันไม่ใช่เสียงของตำรวจหรือหน่วยจู่โจม แต่มันคือเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ถูกส่งผ่านลำโพงไร้สายของใครบางคน—เสียงที่พวกเขาทั้งคู่จำได้แม่นยำจากคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเมื่อสัปดาห์ก่อน
“ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบสุดท้ายครับ คุณทนาย และคุณหมอคนเก่ง...” เสียงปริศนาดัดแปลงผ่านโปรแกรมกลายเสียงดังสะท้อนก้อง “กฎกติกา 2 ข้อ: ข้อแรก... ถ้าคุณเลือกที่จะไขปริศนาเพื่อช่วยชีวิตเหยื่อ คุณจะต้องสูญเสียหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะใช้มัดตัวผู้มีอิทธิพล... และข้อที่สอง หากคุณเลือกปกป้องความยุติธรรม... คนที่อยู่ใกล้คุณที่สุดในตอนนี้ จะต้องเป็นศพรายต่อไป”
แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานกะพริบถี่รัว สาดส่องใบหน้าของพิรุณและพายให้กลายเป็นสีเลือด ทั้งสองยืนประจันหน้ากันท่ามกลางวงล้อมของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่กลายเป็นเพียงผู้ชม
พิรุณก้าวเท้าเข้าไปหาพายอย่างเชื่องช้า ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือเพียงลมหายใจกั้น มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่นราวกับต้องการจะบดขยี้กระดูก ทว่าแรงบีบนั้นกลับสั่นเทาเล็กน้อย—ความเปราะบางที่ชายหนุ่มไม่เคยแสดงให้ใครเห็น
“ถ้าฉันต้องเลือก...” พิรุณกระซิบด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า ร39;s ชิดริมหูของเธอจนเส้นผมสีดำสนิทปลิวไหวตามแรงลม “ฉันจะเผาทุกคดีทิ้งเสีย... แล้วลากคอมันลงมาลงนรกด้วยกันกับฉันคนเดียว”
พายชะงักไป ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงความคลั่งไคล้ที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากความเย็นชาของสามีหนุ่ม ทว่าก่อนที่เธอจะได้เอื้อนเอยคำใดโต้แย้ง
หน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือของเธอก็เปลี่ยนเป็นสีดำสนิท พร้อมกับข้อความใหม่ที่เด้งขึ้นมาแทนที่ด้วยตัวอักษรสีเลือดสด: **[เวลาหมดลงแล้ว... หันไปมองข้างหลังคุณสิครับ]**
พิรุณกระชากร่างของพายเข้ามาหลบด้านหลังในเสี้ยววินาที พร้อมกับที่ลำแสงเลเซอร์สีแดงเข้มหลายสเปกตรัมพุ่งตรงมาหยุดนิ่งอยู่ตรงกลางหน้าผากของเขาพอดี—และเงาร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวออกมาจากความมืดของซากกระจกแตก ก็ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ต้องสะดุดกึกทันที!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดและหอมหวานนี้ร่วมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ขอหย่าให้จบ แต่ดันติดกับคุณหมอสายโหด•ตอนที่ 32
กับดักความรัก
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าให้จบ แต่ดันติดกับคุณหมอสายโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!