กลิ่นคาวสนิมเหล็กและเศษซากกระจกนิรภัยที่แตกละเอียดราวกับเกล็ดน้ำตาลเคลือบบรรยากาศรอบตัวให้หนາแน่นจนแทบหายใจไม่ออก เลเซอร์สีแดงเข้มที่ทาบทับอยู่เหนือหน้าผากของพิรุณไม่ได้สั่นไหวเลยแม้แต่น้อย มันนิ่งสนิทราวกับถูกตรึงไว้ด้วยมือของนักแม่นปืนมืออาชีพ ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของพายกระตุกวูบไม่ใช่ความตายที่จ่ออยู่ตรงหน้า หากเป็นเงาร่างสูงโปร่งที่ก้าวพ้นม่านเงาดำออกมาจากมุมอับของเสาคอนกรีต
“ไม่คิดเลยนะคะว่าทนายความมือหนึ่งอย่างคุณพิรุณ จะพาภรรยามาเดินเล่นในสถานที่อโคจรแบบนี้... หรือว่าความอยากรู้อยากเห็นมันหอมหวานกว่าชีวิตคู่ที่กำลังจะพังทลายคะ?”
เสียงหัวเราะแผ่วเบาที่ลอดผ่านริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีเข้มสะท้อนก้องในความเงียบ ร่างนั้นก้าวเข้ามาเรื่อยๆ จนแสงไฟสลัวจากด้านนอกตกกระทบใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน—สารวัตรสาวมือหนึ่งผู้รับผิดชอบคดีฆาตกรรมอำพรางที่กำลังสั่นคลอนรากฐานของวงการกฎหมาย
พิรุณไม่ได้ขยับตัว เขายังคงใช้แผ่นหลังกว้างของตนเองบังร่างของพายไว้อย่างมิดชิด แม้ว่าเลเซอร์มรณะจะเปลี่ยนเป้าหมายมาatที่หัวไหล่ของเขาแทนแล้วก็ตาม สายตาคมกริบของทนายหนุ่มหรี่ลงเล็กน้อย ประเมินสถานการณ์ด้วยมันสมองที่ทำงานเร็วกว่าคอมพิวเตอร์
“คุณสารวัตรมาเร็วกว่าที่ผมคำนวณไว้สามนาทีสิบสองวินาทีนะคะ... หรือว่าเส้นทางหนีจากคลังสินค้าเก่าแห่งนี้ มันมีทางลัดที่คุณซ่อนไว้ตั้งแต่แรกแล้ว” พิรุณเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงความเยือกเย็นที่บาดลึก
พายที่ยืนอยู่ด้านหลัง ขยับมือสัมผัสข้อศอกของเขาเบาๆ เป็นสัญญาณเตือนเชิงจิตวิทยา ปลายนิ้วเรียวของเธอสอดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุมเพื่อเตรียมพร้อมสลักเข็มฉีดยาบรรจุตัวยาระงับประสาทแรงดันสูง แม้เธอจะเป็นแพทย์นิติเวชที่คุ้นเคยกับความตาย แต่นี่ไม่ใช่โต๊ะผ่าตัด นี่คือสนามรบที่กฎหมายถูกฉีกทิ้ง
“สามนาทีสิบสองวินาที... ช่างเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสมกับเป็นคุณจริงๆ ค่ะ คุณพิรุณ” สารวัตรสาวก้าวเข้ามาหยุดยืนในระยะห่างที่พอดี ปืนในมือถูกลดระดับลงเล็กน้อย แต่รอยยิ้มกลับยิ่งน่ากลัวขึ้น “แต่คุณลืมคิดไปอย่างหนึ่งนะคะ ว่าเกมนี้ไม่ได้มีแค่ผู้ล่ากับเหยื่อ... แต่มีคนที่ถือกระดานอยู่ด้วย”
“กระดานเหรอคะ?” พายโผล่หน้าออกมาจากด้านหลังของพิรุณ ดวงตาคู่สวยฉายแววคมปลาบไม่แพ้กัน “หรือหมายถึงผลประโยชน์มหาศาลจากมูลนิธิการกุศลที่คุณใช้บังหน้าในการฟอกเงินค้ายาเสพติดข้ามชาติคะ, สารวัตร?”
บรรยากาศในห้องโถงกว้างพลันเย็นเยียบลงทันที รอยยิ้มบนใบหน้าของสารวัตรสาวแข็งค้างไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยแววตาดุดร้ายราวกับสัตว์ป่าที่จนมุม
“คุณหมอนิติเวชผู้แสนเรียบร้อยคนนี้ ปากคมกว่ามีดผ่าตัดศพเสียอีกนะคะ... น่าเสียดายจริงๆ ที่ความฉลาดมักสั้นเสมอ” สารวัตรสาวเล็งปากกาปืนในมือกลับมาที่พายอีกครั้ง “รู้ไหมคะว่าทำไมฉันถึงปล่อยให้พวกคุณเดินมาถึงจุดนี้? เพราะฉันต้องการหลักฐานทั้งหมดที่พวกคุณรวบรวมไว้... ส่งแฟลชไดรฟ์มาซะ แล้วฉันจะปล่อยให้พวกคุณเดินออกจากที่นี่ในสภาพที่ยังมีลมหายใจ”
พิรุณหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยความหยามเหยียด ทำให้สารวัตรสาวขมวดคิ้วมุ่น
“คุณคิดว่าผมเป็นคนประเภทที่เก็บไข่ทั้งหมดไว้ในตะกร้าใบเดียวเหรอคะ, สารวัตร?” พิรุณเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาสีเข้มจ้องมองอีกฝ่ายทะลุผ่านความมืด “แฟลชไดรฟ์อันนั้นถูกอัปโหลดขึ้นคลาวด์ที่มีระบบเข้ารหัสแบบทหารเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่ตอนที่เราก้าวเข้ามาในตึกนี้... ถ้าผมไม่ได้กดรหัสยืนยันตัวตนทุกๆ สิบหนาที ข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งตรงไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดและสื่อมวลชนทุกสำนักทันที”
“คุณโกหก!” สารวัตรสาวตะคอกเสียงกร้าว หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ความสุขุมที่เคยมีมลายหายไปในพริบตาเมื่อผลประโยชน์นับพันล้านกำลังจะหลุดลอย
“คุณจะลองเสี่ยงดูก็ได้นะคะ... เหลือเวลาอีกสามนาทีเท่านั้น ก่อนที่ข้อมูลชุดแรกจะถูกเผยแพร่” พิรุณยื่นมือไปจับข้อมือของพายเบาๆ บีบมันแน่นเป็นจังหวะเพื่อส่งสัญญาณบางอย่างที่พวกเขารู้กันสองคน “เลือกเอาค่ะว่าจะเก็บหลักฐานชิ้นนั้นไว้กับความฉิบหายของคุณ หรือจะยอมจำนนแล้วใช้ช่วงเวลาที่เหลือในการต่อรองศาล”
พายลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของพิรุณ หัวใจของเธอเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความตกใจในแผนการที่เขาไม่ได้ปรึกษาเธอด้านหลังฉากเลยแม้แต่น้อย ทนายความคนนี้ใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อ โดยมีชีวิตของเธอและเขาเองเป็นเดิมพันในเกมจิตวิทยาที่เดิมพันด้วยความตาย
“คุณนี่มัน... บ้าสิ้นดีค่ะพิรุณ” พายกระซิบเบาๆ ริมฝีปากเกือบชิดใบหูของเขา
“ความบ้าคืออาวุธเดียวที่จะชนะคนพวกนี้ค่ะพาย” พิรุณตอบกลับด้วยเสียงกระซิบที่ต่ำและแหบพร่าพอกัน
ทว่าในวินาทีที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงไซเรนรถตำรวจที่ดังมาจากภายนอกก็ทำลายความเงียบงันทั้งหมดลง สารวัตรสาวหันขวับไปทางหน้าต่างด้วยความตกใจ ใบหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อเห็นแสงไฟกะพริบสีแดงน้ำเงินสาดส่องเข้ามา
“คุณเรียกตำรวจมาเหรอคะ?!” สารวัตรสาวหันกลับมาหวังจะลั่นไกด้วยความสิ้นท่า
ปัง!
เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวสะท้อนก้องทั่วตึกร้าง แต่กระสุนไม่ได้เจาะร่างของพิรุณหรือพาย หากแต่พุ่งเข้าใส่ไหล่ของสารวัตรสาวจนเธอล้มทรุดลงไปกองกับพื้น เลือดสีแดงสดไหลซึมผ่านเสื้อเชิ้ตสีอ่อนอย่างรวดเร็ว
จากความมืดมิดของประตูทางออกฉุกเฉิน ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีดำสนิทก็ก้าวออกมา พร้อมกับปืนในมือที่ยังมีควันสีขาวจางๆ ลอยกรุ่น ผู้มาใหม่ลดปืนลงช้าๆ ก่อนจะกวาดสายตามองทั้งสามคนด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
“เกมจบแล้วครับ... คุณสารวัตร” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่บุคคลนั้นก้าวเข้ามาใกล้แสงไฟ เผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้ลมหายใจของพายและพิรุณต้องสะดุดกึกยิ่งกว่าเดิม
นั่นไม่ใช่ตำรวจ... และไม่ใช่พรรคพวกของสารวัตร
แต่เป็นอัยการพิเศษผู้ดูแลคดีการตายของพ่อแม่พิรุณ—คนที่ควรจะอยู่ที่ต่างประเทศตั้งแต่สามเดือนก่อน!
“คุณพ่อ...?” พิรุณพึมพำออกมาเบาๆ ด้วยความตกตะลึงที่ฉายชัดในแววตาเป็นครั้งแรกในชีวิต ทนายความผู้เยือกเย็นถึงกับก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว
อัยการพิเศษผู้สูงวัยยิ้มบางๆ ให้กับลูกชาย สายตาคู่นั้นคมกริบและเต็มไปด้วยความลับที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าแอ่งมรณะ “สวัสดีครับลูก... พ่อบอกแล้วไม่ใช่เหรอครับ ว่าเกมนี้... พ่อเป็นคนเริ่มเล่นตั้งแต่วันแรก”
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงความคิดและเกมจิตวิทยาอันเข้มข้นนี้ไปกับ “แสงดาวพร่างพราว” นะคะ
ขอหย่าให้จบ แต่ดันติดกับคุณหมอสายโหด•ตอนที่ 33
แผนซ้อนแผน
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าให้จบ แต่ดันติดกับคุณหมอสายโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!