ความเงียบงันภายในห้องทำงานสไตล์มินิมอลหลังเที่ยงคืน ไม่ได้แปลว่าความปลอดภัย หากแต่เป็นความกดอากาศต่ำที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
ร่างของบุคคลที่ยืนอยู่หลังบานกระจกฝ้าไม่ใช่ใครอื่น—หากแต่เป็น *อัยการธนา* ผู้ชายที่ควรจะอยู่ระหว่างการถูกพักราชการจากคดีทุจริตล็อตใหญ่ รอยยิ้มที่มุมปากของเขายังคงคมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ขณะที่พิรุณขยับตัวยืนบังร่างของพายไว้โดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังกว้างนั้นตึงเกร็งจนเนื้อผ้าสูทราคาแพงยับย่นเล็กน้อย
"คุณมาที่นี่ได้ยังไง" น้ำเสียงของพิรุณต่ำทุบ ห้วนสั้น และเต็มไปด้วยการระแวดระวังขั้นสุด
"ถ้าผมไม่มา... ผมคงไม่ได้ยินว่าทนายมือหนึ่งผู้ผดุงความยุติธรรมอย่างคุณ กำลังช่วยปกปิดร่องรอยอะไรไว้บ้าง" ธนาหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าช้าๆ เข้ามาในเขตแสงไฟสีส้มสลัว ดวงตาคมปลาบกวาดมองเอกสารบนโต๊ะทำงานที่กระจัดกระจายราวกับกำลังประเมินมูลค่าของความลับที่ซ่อนอยู่
พายหรี่ตาลง มองข้ามไหล่หนาของพิรุณไปที่อัยการหนุ่ม เธอสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง—ไม่ใช่แค่การปรากฏตัวอย่างไร้รอยต่อของธนา แต่เป็นท่าทีของพิรุณต่างหาก
ทนายความผู้สุขุม เยือกเย็น และคำนวณทุกย่างก้าวราวกระดานหมากรุก กลับมีเม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นที่ขมับซ้าย มือหนาที่ซ่อนอยู่ข้างลำตัวกำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว
อาการแบบนี้... พิรุณไม่ได้แค่ "ระวังตัว" แต่เขากำลัง "หวาดกลัว"
กลัวว่าความลับบางอย่างที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ จะถูกขุดขึ้นมาสว่างคาตา
"ออกไปซะ ธนา ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่คุณจะเข้ามาเดินเล่นตามอำเภอใจ" พิรุณกดเสียงต่ำ คล้ายสัตว์ป่าที่กำลังปกป้องอาณาเขต
"สถานที่อาจจะไม่ใช่... แต่ 'หลักฐาน' ในมือคุณต่างหากพิรุณ ที่มันอยู่ในขอบเขตอำนาจของผม" ธนาก้าวเข้ามาหยุดห่างจากโต๊ะทำงานเพียงก้าวเดียว สายตาคมกริบหันมาสบตากับพายที่ยืนอยู่ด้านหลัง "คุณหมอพายคะ... ผมว่าคุณควรจะตั้งคำถามกับสามี... อ้อ ขอโทษที สามีเก่าที่ยังคาราคาซังคนนี้ให้ดีเสียก่อน ว่าทำไมคดีฆาตกรรมอำพรางเมื่อสามปีก่อน ถึงมีชื่อของเขาเซ็นชื่อรับรองในฐานะที่ปรึกษาทางกฎหมายให้กับบริษัทของผู้ตาย... ทั้งๆ ที่เขาบอกคุณว่าเขาไม่เคยรู้จักคนพวกนั้นเลย"
ราวกับมีสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางห้องทำงาน
พายชะงักกึก ลลมหายใจสะดุดกะทันหัน เธอก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคู่สวยที่เคยนิ่งสงบดั่งผิวน้ำยามไร้ลม เบิกกว้างขึ้นทีละน้อย ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านจากปลายนิ้วลามเลียขึ้นสู่สันหลัง
สามปีที่แล้ว... ช่วงเวลาที่เธอกับพิรุณกำลังระหองระแหงกันอย่างหนัก ช่วงเวลาที่เขาปฏิเสธหัวชนฝาว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินและฆาตกรรมอำพรางของกลุ่มทุนสีเทา
พายค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังของพิรุณ ชายหนุ่มที่เธอเคยคิดว่ารู้จักทะลุปรุโปร่ง ชายหนุ่มที่เธอเลือกจะเดินกลับมาจับมือเขาอีกครั้งท่ามกลางพายุร้าย
"พิรุณ..." เสียงของพายแห้งผาก แผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ แต่กลับบาดลึกเข้าไปในความเงียบ "อัยการธนาพูดเรื่องอะไร... คุณไม่เคยรู้จักคนกลุ่มนั้นไม่ใช่เหรอ? คุณบอกฉันเองว่าคุณเพิ่งมารับทำคดีนี้หลังจากที่ฉันชันสูตรศพแล้ว..."
พิรุณไม่ได้หันกลับมาทันที เขายังคงจ้องมองธนาด้วยสายตาดุดันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แต่สันกรามที่ขบเข้าหากันจนนูนเด่นฟ้องชัดว่าความนิ่งงบของเขากำลังพังทลายลงทีละนิด
"พาย... ฟังผมก่อน" พิรุณหันกลับมา น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย—มีความสั่นพร่าที่ถูกซ่อนไว้ใต้ความพยายามจะควบคุมมัน "มันไม่ใช่..."
"ไม่ใช่แล้วมันคืออะไรคะ?" พายตัดบท น้ำตารื้นขึ้นที่ขอบตาอย่างห้ามไม่อยู่ ไม่ใช่เพราะความอ่อนแอ แต่เป็นความผิดหวังระคนโกรธเกรี้ยวที่ตีรวนขึ้นมาในอก "คุณโกหกฉัน... เรื่องสำคัญขนาดนี้ คุณกล้าโกหกฉันได้อย่างไรพิรุณ!"
"ผมไม่ได้ตั้งใจจะ..."
"พอเถอะครับคุณพิรุณ การแก้ตัวตอนนี้มันดูน่าสมเพชเกินไปสำหรับทนายมือหนึ่ง" ธนาขัดจังหวะด้วยรอยยิ้มเยาะ เขาหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกจากกระเป๋าเสื้อสูท วางมันลงบนโต๊ะทำงานอย่างแผ่วเบา แต่เสียงกระทบกลับดังสะท้านในความรู้สึกของคนทั้งคู่ "นี่คือสำนวนลับที่ผมไปค้นเจอในห้องเก็บเอกสารสำนักงานอัยการสูงสุด เอกสารยืนยันชัดเจนว่า คุณเป็นคนเซ็นสัญญาที่ปรึกษาลับมูลค่าหลายสิบล้านให้กับบริษัทเครือข่ายของฆาตกร ก่อนเกิดเหตุฆาตกรรมเพียงสามวัน..."
ธนาเว้นจังหวะ ปรายตามองพายด้วยความเห็นอกเห็นใจที่แฝงความสะใจไว้อย่างมิดชิด
"และที่น่าสนใจกว่านั้นคือ... ลายเซ็นกำกับในช่องพยานอีกคน คือลายเซ็นของใครบางคนที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงในแผนกนิติเวช... ซึ่งก็น่าจะเป็นคนใกล้ตัวคุณนี่แหละครับ หมอพาย"
พายรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนเคว้งคว้าง ศีรษะอื้ออึงจนแทบไม่ได้ยินเสียงอะไรอีก นอกจากเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นรัวเร็วจนเจ็บแปลบ
ไม่ใช่แค่พิรุณที่โกหกเธอ... แต่มีบางอย่างที่เน่าเฟะกว่านั้นซ่อนอยู่ใต้พรม
พิรุณก้าวเข้ามาประชิดตัวพาย หมายจะเอื้อมมือมาจับข้อมือเธอไว้ แต่พายกลับสะบัดออกอย่างแรง ราวกับรังเกียจสัมผัสจากเขาในวินาทีนี้
"ถอยไปค่ะ" พายเอ่ยเสียงสั่น สายตาที่มองเขาเปลี่ยนจากความรัก ความเชื่อใจ กลายเป็นความว่างเปล่าที่เย็นชาที่สุด—เย็นชาเสียยิ่งกว่าตอนที่พวกเขายื่นใบหย่าให้กันเสียอีก
พิรุณชะงักค้างมือกลางอากาศ ดวงตาคู่คมไหววับเป็นครั้งแรก เขาอ้าปากคล้ายจะอธิบายอะไรบางอย่าง แต่แล้ว... เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้นตัดความเงียบ
*ติ๊ด!*
หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้นในความมืด เผยให้เห็นชื่อผู้ส่งที่ทำให้ทั้งพิรุณและพายต้องชะงักค้างไปพร้อมๆ กัน
มันไม่ใช่ข้อความจากคนแปลกหน้า... แต่เป็นข้อความจากเบอร์ส่วนตัวของ "พ่อ" ของพาย—อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลใหญ่ ผู้ซึ่งเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ไปเมื่อสองปีก่อน!
ข้อความสั้นๆ บนหน้าจอเขียนไว้ว่า:
*[ลูกกำลังยืนอยู่กับฆาตกร... และความจริงที่ลูกตามหา พาย... มันอยู่ใต้เท้าของลูกตอนนี้เอง]*
พิรุณหน้าถอดสีทันที เขาพุ่งพรวดก้มลงมองพื้นพรมใต้โต๊ะทำงานทันทีที่อ่านจบทว่ายังไม่ทันที่ใครจะได้ขยับตัว แผ่นดินใต้เท้าของพวกเขากลับเกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยเพลิงไหม้ที่ดังสนั่นหวั่นไหวกรีดก้องไปทั่วทั้งตึก!
แสงไฟในห้องดับวูบลงเหลือเพียงแสงสีแดงฉานกะพริบจากสัญญาณเตือนภัย และในความมืดสลัวนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตู พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนก้าวเข้ามาขวางทางออกสุดท้ายไว้!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและไขปริศนากลลวงนี้ไปด้วยกันนะคะ
ขอหย่าให้จบ แต่ดันติดกับคุณหมอสายโหด•ตอนที่ 30
รอยแตกในความไว้วางใจ
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าให้จบ แต่ดันติดกับคุณหมอสายโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!