กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและน้ำยาฆ่าเชื้อฟุ้งกระจายอยู่ในห้องเก็บแฟ้มประวัติคดีเก่าของโรงพยาบาลนิติเวชยามวิกาล แสงไฟนีออนสีนวลสาดส่องลงบนโต๊ะทำงานไม้สักที่เต็มไปด้วยแฟ้มเอกสารคดีฆาตกรรมอำพราง พายใช้ปลายนิ้วเรียวสวยเขี่ยแผ่นฟิล์มเอกซ์เรย์เก่าๆ บน
"เกมเพิ่งเริ่มต้นต่างหากล่ะ... คุณหมอระวังตัวไว้ให้ดี คนต่อไปอาจจะเป็นคุณ"
เสียงกระซิบในความทรงจำยังคงวนเวียนอยู่ในโสตประสาท ประโยคทิ้งท้ายจากเหตุการณ์ระทึกขวัญในค่ำคืนก่อนหน้าไม่ได้ทำให้แพทย์นิติเวชสาวอย่างเธอรู้สึกหวาดกลัว ตรงกันข้าม มันกลับจุดประกายความท้าทายในดวงตาคู่คมที่ซ่อนอยู่ภายใต้กรอบแว่นสายตา พายตวัดปลายปากกาในมือลงบนสมุดบันทึกอย่างรวดเร็ว สมองอันปราดเปรื่องกำลังประมวลผลความเชื่อมโยงของบาดแผลจากเหยื่อรายก่อนหน้าทั้งหมดที่ถูกปัดตกไปว่าเป็น "อุบัติเหตุ"
ประตูกระจกบานเลื่อนถูกผลักเปิดออกอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับร่างสูงโปรดของทนายความหนุ่มอัจฉริยะที่ก้าวเข้ามาโดยไม่ได้รับเชิญ พิรุณในชุดสูทสีเข้มที่คลายปมเนกไทออกเล็กน้อยปรากฏตัวขึ้น ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความเยือกเย็นและความระแวดระวัง ดวงตาคู่คมกวาดตามองรอบห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบางของอดีตภรรยา
"ดึกป่านนี้แล้ว คุณยังไม่กลับคอนโดอีกหรือพาย หรือว่าความตื่นเต้นเมื่อคืนมันทำให้คุณนอนไม่หลับ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเฉยแต่เจือไปด้วยความห่วงใยที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดของนักกฎหมายผู้ไร้หัวใจ
พายเงยหน้าขึ้นจากกองแฟ้ม ดวงตาสีเข้มจ้องมองอดีตสามีด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก "ฉันคิดว่าคุณน่าจะรู้ดีกว่าใครนะพิรุณ ว่าคนเรามักจะนอนไม่หลับเมื่อรู้ว่ามีบางอย่างกำลังซ่อนอยู่ใต้พรม... และดูเหมือนว่าฝุ่นใต้พรมคดีนี้มันจะหนาเตอะจนน่ากลัวเลยล่ะค่ะ"
พิรุณก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน มือหนาทั้งสองข้างท้าวลงบนขอบโต๊ะโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อลดช่องว่างระหว่างกัน กลิ่นอายความเป็นชายและโคโลญจ์ราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นเฉพาะตัวของเขาแผ่ซ่านเข้ามาในระยะประชิด "คุณกำลังเล่นกับไฟพาย หลักฐานพวกนั้นตำรวจสรุปสำนวนไปหมดแล้ว การที่คุณดึงดันจะรื้อฟื้นมันขึ้นมาอีก มันไม่ได้ทำให้คุณเป็นฮีโร่ แต่มันกำลังทำให้คุณกลายเป็นเป้าหมาย"
"แล้วถ้าฉันบอกว่า... เหยื่อรายก่อนหน้านั้นไม่ได้แค่ทิ้งคำเตือนไว้ล่ะคะ?"
พายเอ่ยสวนขึ้นทันที น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่มั่นคง เธอหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลเก่าคร่ำครึที่ซ่อนอยู่ใต้กองแฟ้มคดีฆาตกรรมขึ้นมาวางตรงหน้าเขา พิรุณชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบมองซองเอกสารนั้นสลับกับใบหน้าเรียוניนของอดีภรรยา
"หมายความว่ายังไง?" เขาถามเสียงต่ำ
"เปิดดูสิคะ แล้วคุณจะรู้ว่าเกมที่พวกเรากำลังเล่นอยู่... มันสกปรกกว่าที่คุณคิดเยอะ"
พิรุณหยิบซองเอกสารขึ้นมา ชายหนุ่มใช้ปลายนิ้วดึงกระดาษด้านในออกมาอย่างระมัดระวัง สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือกระดาษโน้ตสีเหลืองซีดที่เขียนด้วยลายมือสั่นเทรာ แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของทนายความหนุ่มสะดุดกักคือข้อความที่ถูกเขียนไว้ด้วยปากกาหมึกสีแดงฉาน—สีที่แห้งกรังจนกลายเป็นสีน้ำตาลเข้ม
*‘ความยุติธรรมไม่มีจริงในมือของฆาตกรตัวจริง... และคนบนบัลลังก์นั่นแหละคือผู้บงการ’*
ด้านล่างสุดของกระดาษมีรอยพับที่ถูกซ่อนไว้ เมื่อพิรุณคลี่มันออก ภาพถ่ายโพลารอยด์เก่าๆ แผ่นหนึ่งก็หล่นลงมาบนโต๊ะ ภาพของเด็กชายตัวเล็กคนหนึ่งในอดีต—เด็กชายที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับเขาในวัยเด็กอย่างไร้ที่ติ กำลังยืนอยู่หน้าอาคารศาลหลังเก่า โดยมีเงาสะท้อนของบุคคลปริศนาทาบทับอยู่ด้านหลัง
อุณหภูมิในห้องราวกับลดฮวบลงทันที พิรุณนิ่งงิ่งไปชั่วขณะ กล้ามเนื้อกรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ดวงตาที่เคยเยือกเย็นฉายแววไหวระริกอย่างที่พายไม่เคยเห็นมาก่อน ความทรงจำในวัยเด็กที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ด้วยเหตุผลและกฎหมายกำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาด้วยภาพถ่ายใบเดียว
"นี่มัน... อะไรกัน" เสียงของพิรุณแหบพร่าลงเล็กน้อย เขารู้สึกเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นกำลังบีบรัดลำคอของตัวเอง
"มันคือหลักฐานที่เหยื่อรายก่อนหน้าพยายามจะส่งเสียงบอกพวกเราค่ะพิรุณ" พายลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดยืนอยู่เคียงข้างเขา ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองใกล้ชิดจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกาย "คนไข้รายนี้ไม่ได้เสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์อย่างที่สำนวนคดีระบุไว้เมื่อสิบปีก่อน แต่เธอ... คือพยานปากสำคัญในคดีฆาตกรรมครอบครัวของคุณ"
พิรุณหันขวับมามองหญิงสาวทันที ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง ปนเปไปกับความโกรธเกรี้ยวที่กำลังปะทุขึ้นในอก "คุณพูดว่าอะไรนะ?"
"ฉันบอกว่า การตายของพ่อแม่คุณเมื่อสิบปีก่อนไม่ใช่เรื่องบังเอิญค่ะ" พายสบตาเขานิ่ง แววตาของแพทย์นิติเวชเต็มไปด้วยความเห็นใจแต่ก็เด็ดเดี่ยวในเวลาเดียวกัน "และคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด... อาจจะเป็นคนเดียวกับคนที่กำลังส่งข้อความมาขู่เราในตอนนี้"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ เป็นแบ็กกราวด์ ความจริงที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรมมานานนับทศวรรษกำลังถูกเปิดเปลือยทีละน้อยด้วยหลักฐานชิ้นใหม่ที่ทรงพลังเกินกว่าจะปฏิเสธ
ทันใดนั้นเอง...
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะจากภายนอกห้องเก็บแฟ้ม ท่ามกลางความเงียบสงบของโรงพยาบาลยามวิกาล เสียงนั้นดังสะท้อนก้องกังวานและชวนให้ขนหัวลุก พิรุณและพายสบตากันโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณดิบของนักกฎหมายและแพทย์นิติเวชเตือนภัยขึ้นพร้อมกันในสมอง
ไม่มีใครควรจะอยู่ที่นี่ในเวลานี้... และไม่มีใครควรรู้ว่าพวกเขากำลังค้นหาอะไรอยู่
พิรุณดึงตัวพายมาหลบไว้ด้านหลังลำตัวอย่างรวดเร็ว มือหนาเอื้อมไปหยิบที่เปิดจดหมายโลหะปลายแหลมบนโต๊ะมาถือไว้เป็นอาวุโสป้องกันตัว ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่ประตูบานกระจกที่ปิดสนิท
ลูกบิดประตูค่อยๆ หมุนช้าๆ จากด้านนอก... เสียงโลหะกระทบกันดังเอี๊ยดอ๊าดท่ามกลางความมืดมิด
ก่อนที่บานประตูจะเปิดออกเผยให้เห็นร่างของบุคคลปริศนาที่ยืนอยู่เบื้องหน้า พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ส่องประกายผ่านแสงไฟสลัว—บุคคลที่พวกเขานึกไม่ถึงเลยแม้แต่น้อยว่าจะกล้าก้าวเข้ามาในสถานที่แห่งนี้
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดและหอมหวานนี้ร่วมกันนะคะ
ขอหย่าให้จบ แต่ดันติดกับคุณหมอสายโหด•ตอนที่ 29
คำสารภาพของเหยื่อ
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าให้จบ แต่ดันติดกับคุณหมอสายโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!