แสงไฟหน้ารถกระพริบวาบตัดผ่านม่านหมอกทึบยามดึก สลักเสลาเงาร่างสูงโปร่งของพิรุณให้ดูราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ถูกแกะสลักขึ้นด้วยความเย็นชา ขณะที่ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาเคาะพวงมาลัยเป็นจังหวะเนิบนาบ ทว่าหนักหน่วง—สะท้อนความกระวนกระวายที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความสุขุม
“รับสายสิคะ พิรุณ”
พายกระซิบเสียงสั่นระริก ดวงตาคู่คมกวาดมองผ่านกระจกรถที่เคลือบฟิล์มมืดสนิท เธอเห็นเงาร่างของใครบางคนกำลังก้าวเท้าเดินตรงมายังรถของพวกเขาผ่านแสงไฟสาดส่องจากเสาไฟฟ้าริมทาง “ดูซิว่า... ใครคือคนที่อยู่เบื้องหลังเกมไล่ล่าครั้งนี้”
หน้าจอโทรศัพท์มือถือบนคอนโซลหน้ารถสว่างวาบ ชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอไม่ใช่เบอร์แปลกปลอม แต่เป็นสายเรียกเข้าจาก “ห้องทำงานส่วนตัว” ของพิรุณเอง ณ สำนักงานกฎหมายที่ควรจะปิดทำการไปตั้งแต่หลายชั่วโมงก่อนหน้านั้นแล้ว
พิรุณหันมามองพาย ชั่วขณะหนึ่งที่ดวงตาสองคู่ประสานกัน มันไม่ใช่แค่การมองหน้าอดีคนคนรักเก่า แต่มันคือการเผชิญหน้าระหว่างนักกฎหมายผู้เชื่อมั่นในตรรกะ กับแพทย์nิติเวชผู้ศรัทธาในหลักฐานเชิงประจักษ์ ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าเกมนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อหาผู้ชนะ แต่มีไว้เพื่อดูว่าใครจะรอดชีวิตออกจากกับดักจิตวิทยาที่ถูกวางไว้อย่างแนบเนียนนี้เป็นคนสุดท้าย
“ไม่ต้องรับค่ะ” พิรุณเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ทว่าแฝงอำนาจบางอย่างที่สั่งการเด็ดขาด “เพราะเสียงฝีเท้าที่กำลังเดินเข้ามาใกล้เราตอนนี้... ไม่ใช่เสียงของคนที่ถือโทรศัพท์มือถืออยู่หูหางแน่นอน”
สิ้นคำพูดของทนายความหนุ่ม ประตูกระจกฝั่งคนขับก็ถูกเคาะเบาๆ สามครั้งด้วยปลายนิ้วมือ—จังหวะที่คุ้นเคยจนน่าสะพรึงกลัว
พายกลั้นหายใจ หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองศึกในอก ยามที่พิรุณเลื่อนกระจกimลงอย่างช้าๆ กลิ่นอายเฉพาะตัวของค่ำคืนนี้ผสมผสานเข้ากับกลิ่นกระดาษเก่าและกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าที่ลอยมาปะทะนาสิก กลิ่นนั้น... กลิ่นที่เธอจำได้แม่นยำยิ่งกว่าลายมือของตัวเอง
“ดึกดื่นค่ำคืนเช่นนี้ หมอพายและคุณทนายพิรุณยังไม่กลับบ้านอีกหรือคะ? หรือว่ากำลังตามหาความจริง... ที่พวกคุณไม่มีวันเอื้อมถึง”
เสียงหวานใสที่เอ่ยทักทายนั้นแฝงไปด้วยความเย้ยหยัน ทว่าไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว ร่างที่ยืนอยู่ภายใต้แสงไฟสลัวคือร้อยเอกหญิงสารวัตรสืบสวนผู้ทรงอิทธิพล เธอยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความลับและความเหนือกว่าในทุกย่างก้าว
บรรยากาศภายในรถอلبอวนไปด้วยความตึงเครียดที่แทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ พายหรี่ตาลงเล็กน้อย วิเคราะห์ทุกการเคลื่อนไหวของหญิงสาวตรงหน้าด้วยสัญชาตญาณของแพทย์นิติเวช ผู้หญิงคนนี้ไม่มีทางบังเอิญมาอยู่ที่นี่ในรัศมีสามร้อยเมตรจากจุดเกิดเหตุคดีฆาตกรรมอำพรางล่าสุดแน่ๆ
“คุณสารวัตรคงไม่ได้บังเอิญผ่านมาแถวนี้หรอกนะคะ” พายเอ่ยสวนขึ้นทันที น้ำเสียงนิ่งสงบแต่เฉียบคมดريสยาม “หรือว่าเอกสารลับในสำนวนคดีที่หายไปเมื่อสัปดาห์ก่อน... กำลังเดินทางมาส่งให้เราถึงที่นี่พอดี?”
ร้อยเอกหญิงหัวנסเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคู่นั้นกวาดมองคนทั้งสองในรถด้วยความขบขัน “หมอยังคงเฉียบคมเสมอสมกับที่เป็นอดีตภรรยา... อา ขอโทษทีค่ะ ฉันควรจะใช้คำว่า ‘อดีตคู่หมั้นที่กำลังจะหย่าขาด’ มากกว่าสินะคะ” เธอเว้นจังหวะ ปรายตามองพิรุณที่ยังคงนิ่งเงียบราวกับรูปปั้น “แต่ถ้าพวกคุณอยากรู้ความจริงทั้งหมดจริงๆ ทำไมไม่ลองขับรถตามฉันไปที่ ‘ห้องทำงาน’ ของฉันดูล่ะคะ? ที่นั่น... มีบางสิ่งที่พวกคุณตามหากันมาตลอดชีวิตซ่อนอยู่”
พูดจบ เธอก็หมุนตัวเดินกลับไปยังรถ SUV สีดำสนิทที่จอดลับตาอยู่หลังมุมตึก ไฟเบรกสีแดงสว่างวาบขึ้นก่อนที่รถคันนั้นจะพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ฝุ่นละอองตลบอบอวลในความมืด
พิรุณเหยียบคันเร่งตามไปทันทีโดยไม่ต้องรอให้พายเอ่ยปาก ความเร็วของรถพุ่งทะยานผ่านท้องถนนยามวิกาลที่ไร้ผู้คน ความเงียบภายในห้องโดยสารกลับน่าอึดอัดยิ่งกว่าเสียงเครื่องยนต์ที่คำรามก้อง พายหันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของอดีสามี—สันจมูกโด่งเป็นคม กรามที่ขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน บ่งบอกว่าเขากำลังใช้ความคิดอย่างหนักหน่วงเพื่อประเมินความเสี่ยงทั้งหมดที่อยู่เบื้องหน้า
“คุณกำลังคิดอะไรอยู่คะ พิรุณ” พายถามทำลายความเงียบ สายตาจับจ้องไปยังเส้นทางเบื้องหน้าที่มืดสนิท “เรากำลังเดินเข้าไปในถ้ำเสือ และคุณก็รู้ดีกว่าใครว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่แค่ตำรวจธรรมดา”
“ผมรู้พาย” พิรุณตอบสั้นๆ สมาธิทั้งหมดจดจ่ออยู่กับการควบคุมพวงมาลัย “แต่ถ้าเราไม่เข้าไป เราก็ไม่มีทางรู้ว่าใครคือคนที่อยู่เบื้องหลังการตายของพ่อคุณ... และครอบครัวของผม”
คำพูดนั้นทำให้พายชะงัก ประโยคที่หลุดออกมาจากปากของพิรุณไม่เพียงแต่สั่นคลอนหัวใจของเธอ แต่มันยังเป็นการยอมรับทางอ้อมว่า เขากับเธอยังคงผูกติดกันด้วยสายใยแห่งความแค้นและการสูญเสีย ที่ต่อให้กระดาษใบหย่าจะขาดออกจากกันเป็นร้อยชิ้น ก็ไม่อาจตัดขาดความจริงข้อนี้ได้
รถ SUV สีดำคันหน้าเลี้ยวเข้าไปในเขตโกดังสินค้าเก่าริมแม่น้ำเจ้าพระยา—สถานที่ซึ่งถูกปล่อยทิ้งร้างมานานนับปี บรรยากาศรอบด้านวังเวง มีเพียงเสียงคลื่นซัดกระทบตลิ่งและเสียงลมหวีดหวิวผ่านซากโครงเหล็กขึ้นสนิม รถทั้งสองคันจอดสนิทหน้าอาคารโกดังหมายเลข 4 ซึ่งมีเพียงหลอดไฟฟلูออเรสเซนต์ดวงเดียวส่องแสงกะพริบวับๆ อยู่เหนือประตูเหล็กบานใหญ่
ร้อยเอกหญิงก้าวลงจากรถ ยืนรอพวกเขาอยู่ด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับกำลังรอต้อนรับแขกคนสำคัญในงานเลี้ยงน้ำชา
“เชิญค่ะ” ผายมือไปยังประตูเหล็กที่แง้มเปิดออกเล็กน้อย “ห้องลับที่พวกคุณอยากเห็นมาตลอด... อยู่ข้างในนี้”
พายสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ก่อนจะก้าวลงจากรถพร้อมกับพิรุณ ทั้งคู่เดินเคียงบ่าเคียงไหล่เข้าไปในความมืดของโกดัง กลิ่นอัปชื้นและกลิ่นของน้ำยาเคมีบางชนิดลอยเตะจมูก ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู ร้อยเอกหญิงก็กดสวิตช์ไฟดวงใหญ่บนผนัง
แสงไฟสว่างจ้าสาดส่องลงมา เผยให้เห็นภาพเบื้องหน้าที่ทำให้ลมหายใจของพายสะดุดกึก
กลางโกดังขนาดใหญ่ ไม่มีสินค้าหรือสิ่งของใดๆ วางอยู่เลย ยกเว้นโต๊ะทำงานไม้สักโบราณตัวใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง บนโต๊ะเต็มไปด้วยแฟ้มเอกสารคดีเก่า รูปถ่ายสถานที่เกิดเหตุที่ถูกโยงด้วยด้ายสีแดงโยงใยยุ่งเหยิงราวกับใยแมงมุมของฆาตกรต่อเนื่องในภาพยนตร์สืบสวนชื่อดัง และที่น่าตกใจที่สุดคือ... คอมพิวเตอร์แล็ปท็อปเครื่องเก่าของพ่อพาย ที่หายสาบสูญไปในคืนวันที่ท่านเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสามปีก่อน!
“นี่มัน...” พายก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว มือเรียวสั่นเทาขณะเอื้อมไปจับแขนเสื้อของพิรุณไว้แน่น “เครื่องของพ่อฉัน... ทำไมมันถึงมาอยู่ที่นี่?”
พิรุณไม่ได้ตอบคำถามทันที ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้อง เขาก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานนั้น ช150เรืองมองรูปถ่ายที่ถูกแปะไว้บนบอร์ดไม้ก๊อกด้านหลังโต๊ะ และเมื่อสายตาของเขาไล่เร่งไปจนถึงรูปถ่ายใบสุดท้าย... ร่างสูงก็ชะงักงัน ลมหายใจของทนายความหนุ่มสะดุดกึกเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
รูปถ่ายใบนั้นไม่ใช่ภาพสถานที่เกิดเหตุ แต่เป็นภาพถ่ายครอบครัวของพิรุณในวัยเด็ก—ภาพที่ถูกถ่ายไว้เพียงไม่กี่วันก่อนที่พ่อแม่ของเขาจะเสียชีวิตในเหตุการณ์ไฟไหม้บ้านพักลึกลับ และที่มุมขวาล่างของรูป มีลายมือชื่อเขียนด้วยหมึกสีดำสนิทเอาไว้อย่างบรรจง
*“ยินดีต้อนรับสู่เกมสุดท้ายค่ะ... ทนายพิรุณ และหมอพาย”*
ก่อนที่ใครจะได้ทันขยับตัว เสียงประตูกระจกบานใหญ่ด้านหลังก็ปิดกระแทกดังสนิท พร้อมกับเสียงล็อกกลอนจากด้านนอกที่ดังขึ้นก้องกังวานในความเงียบ!
พิรุณหันขวับกลับไปมอง ประตูถูกปิดตายอย่างสมบูรณ์แบบ ไฟในโกดังเริ่มกะพริบติดๆ ดับๆ ก่อนจะดับสนิทลงเหลือเพียงแสงไฟสีแดงจากหน้าจอแล็ปท็อปบนโต๊ะที่เปิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ เผยให้เห็นคลิปวิดีโอความยาวสั้นๆ ที่กำลังเล่นซ้ำไปซ้ำมา... คลิปภาพเหตุการณ์ในคืนวันเกิดเหตุที่พ่อแม่ของพิรุณและพ่อของพายกำลังยืนอยู่ด้วยกัน ณ สถานที่แห่งนี้ ก่อนที่จะมีเงาร่างของบุคคลปริศนาก้าวเข้ามาด้านหลังพร้อมกับวัตถุบางอย่างในมือ
และในวินาทีที่หน้าจอคอมพิวเตอร์กำลังจะซูมเข้าใบหน้าของฆาตกรที่แท้จริง...
เสียงกระซิบแผ่วเบาจากลำโพงคอมพิวเตอร์ก็ดังขึ้น พร้อมกับลมหายใจอุ่นที่เป่ารดต้นคอของพายจากความมืดเบื้องหลังเธอ—
*“หาฉันให้เจอสิคะ... ก่อนที่ยาพิลในหลอดทดลองนี้จะหมดฤทธิ์”*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไขปริศนากับแสงดาวพร่างพราวมาจนถึงตอนนี้นะคะ
ขอหย่าให้จบ แต่ดันติดกับคุณหมอสายโหด•ตอนที่ 26
ห้องลับของฆาตกร
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าให้จบ แต่ดันติดกับคุณหมอสายโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!