กลิ่นอับชื้นของกระดาษคดีเก่าและฝุ่นผงที่ลอยวนอยู่ในอากาศยามค่ำคืน ไม่ได้ระคายเคืองจมูกเท่ากับความเงียบงันที่กดทับระหว่างพวกเขาทั้งสองคน
พายเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขณะที่พิรุณสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอดเมื่อตระหนักว่าเกมนี้เพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
หน้าจอคอมพิวเตอร์พกพาบนโต๊ะทำงานตัวแคบในห้องเก็บเอกสารของแผนกนิติเวช ส่องแสงสีฟ้าสะท้อนเข้ากับแววตาสั่นระริกของแพทย์หญิงสาว เธอนิ่งงันไปชั่วขณะ ราวกับสมองกำลังประมวลผลภาพที่เพิ่งปรากฏบนหน้าจอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภาพนั้นไม่ใช่ภาพนิ่ง แต่เป็นไฟล์วิดีโอความยาวสั้น ๆ ที่ถูกเข้ารหัสไว้อย่างแนบเนียนใต้ฐานข้อมูลคดีอุบัติเหตุเมื่อสามเดือนก่อน ซึ่งควรจะเป็นคดีปิดตายไปนานแล้ว
"คุณไปเอารหัสผ่านนี้มาจากไหน..." เสียงของพายแหบพร่าเล็กน้อย เธอไม่ได้หันไปมองหน้าทนายความหนุ่มที่ยืนอยู่เคียงข้าง แต่สมาธิทั้งหมดถูกตรึงไว้กับเส้นผมสีเข้มที่เปียกชื้นเล็กน้อยของร่างไร้วิญญาณในวิดีโอ—ไม่ใช่สร่าง เป็นร่างที่ยังมีชีวิตและกำลังขยับตัว
พิรุณไม่ตอบในทันที เขายกมือขึ้นปลดเนกไทที่รัดแน่นบริเวณลำคอออกเล็กน้อย ท่าทางนั้นดูผ่อนคลาย แต่ดวงตาสีนิลกลับคมกริบราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก
"ความจริงมักมีชั้นความลับมากกว่าที่เราคิดเสมอค่ะ คุณพาย" พิรุณเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงกระแสความกดดันบางอย่าง "และบางที... คนที่เราคิดว่าตายไปแล้ว อาจจะแค่กำลังเลือกเวลาที่จะฟื้นคืนชีพในศาล"
ในวิดีโอความละเอียดสูงนั้น ปรากฏภาพของมุมห้องตรวจพิเศษที่ไม่มีกล้องวงจรปิดทางการ แต่เลนส์ขนาดจิ๋วที่ซ่อนอยู่หลังกรอบรูปภาพบนผนังกลับบันทึกทุกสิ่งไว้ได้อย่างชัดเจน แสงไฟสีส้มสลัวสาดส่องลงบนร่างของชายคนหนึ่งที่กำลังยืนหันหลังให้กล้อง เขากำลังสวมถุงมือยางสีดำสนิท และกำลังจัดฉากบางอย่างบนโต๊ะเครื่องมือแพทย์—เครื่องมือชนิดเดียวกันกับที่ถูกระบุในรายงานชันสูตรพลิกศพว่าเป็น "อุบัติเหตุความประมาทเลินเล่อ"
พายขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อบริเวณขากรรไกรนูนเด่น เธอยื่นมือที่สั่นเทาเล็กน้อยไปเลื่อนแถบเวลาในวิดีโอไปข้างหน้า ภาพเคลื่อนไหวเผยให้เห็นใบหน้าด้านข้างของบุคคลปริศนาที่หันกลับมามองเลนส์กล้องเพียงเสี้ยววินาที ใบหน้านั้น... ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก
"นั่นมัน..." พายอุทานออกมาเบา ๆ ความเย็นเฉียบแล่นริ้วขึ้นมาจากปลายนิ้วลามเลียไปถึงกระดูกสันหลัง
"ใช่ค่ะ" พิรุณโน้มตัวลงมาใกล้ กระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่จงใจให้ได้ยินเพียงสองคน กลิ่นน้ำหอมเจือจางผสมกับกลิ่นฝนจาง ๆ จากตัวเขาโชยเข้าจมูก "ไม่ใช่ความผิดพลาดทางการแพทย์อย่างที่สำนวนคดีพยายามชี้ชี้นำ แต่เป็นการฆาตกรรมที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีตโดยผู้ที่มีอำนาจมากพอจะสั่งการได้ทุกอย่างในโรงพยาบาลแห่งนี้... แม้กระทั่งตัวคุณเอง"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่สงบสุข แต่มันคือความเงียบก่อนพายุใหญ่จะโหมกระหน่ำ พายหันขวับมามองเขา ดวงตากลมโตฉายแววทั้งโกรธเกรี้ยวและหวาดระแวงในคราวเดียวกัน
"คุณรู้เรื่องนี้มานานแค่ไหนแล้ว พิรุณ?" เธอเน้นเสียงทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ "คุณจงใจลากฉันเข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้ตั้งแต่แรกใช่ไหม เพื่อใช้ฉันเป็นเครื่องมือในการงัดข้อกับอัยการฝ่ายนั้น!"
พิรุณเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่มันไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยแม้แต่น้อย เขายืดตัวตรง ยืนกอดอกมองเธอด้วยสายตาที่ประเมินค่า ราวกับเธอกำลังเล่นบทบาทที่น่าสนใจบนเวทีละคร
"คุณประเมินความสามารถของตัวเองต่ำไปนะคะ พาย" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "ถ้าผมอยากใช้คุณเป็นเครื่องมือ ผมคงไม่เลือกวิธีที่เสี่ยงให้คุณต้องเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่ห้องเก็บศพนี่หรอก... จำไม่ได้หรือคะว่าใครเป็นคนบอกฉันเองว่า ความยุติธรรมไม่มีวันยอมจำนนต่ออำนาจเงิน"
คำพูดนั้นราวกับค้อนโลหะที่ทุบลงกลางใจของพาย เธอจำได้แม่นยำ นั่นคือประโยคที่เธอเคยพูดใส่หน้าเขาเมื่อหลายปีก่อน สมัยที่พวกเขายังยืนอยู่บนฝั่งเดียวกัน ก่อนที่เส้นทางชีวิตจะผลักให้พวกเขาต้องแยกย้ายกันไปเติบโตในโลกสีเทาของตัวเอง
พายสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา เธอยอมรับว่าสิ่งที่เขาพูดมีความจริงอยู่ครึ่งหนึ่ง แต่เธอก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยอมตกเป็นเบี้ยล่างของใครโดยเฉพาะอย่างยิ่ง... ของผู้ชายที่ชื่อพิรุณ
"แล้วเราจะทำอย่างไรต่อกับคลิปนี้?" พายเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นจริงจัง ดวงตาคมกริบจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์อีกครั้ง "ถ้าเราส่งให้ตำรวจ มันอาจจะหายไปอย่างไร้ร่องรอยก่อนถึงมือผู้พิพากษา เหมือนกับหลักฐานชิ้นก่อนหน้านี้"
"ใครบอกว่าจะส่งให้ตำรวจล่ะคะ?" พิรุณยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้เขาน่ากลัวที่สุดในยามนี้ "เกมระดับนี้... เราต้องเล่นให้ใหญ่กว่านั้น"
เขายื่นแฟลชไดร์ฟสีดำสนิทขนาดจิ๋วลงบนโต๊ะข้างคอมพิวเตอร์ พายมองมันสลับกับใบหน้าเรียบเฉยของเขา
"ฉันได้สำรองข้อมูลต้นฉบับเก็บไว้ในที่ปลอดภัยแล้ว และในแฟลชไดร์ฟอันนี้ มีสำเนาชุดที่สองที่จะถูกส่งไปยังสำนักข่าวอิสระและองค์กรสิทธิมนุษยชน international ทันทีที่เรากดปุ่มเดียว..." พิรุณเว้นจังหวะ ปล่อยให้ความหมายกระแทกกระทั้นความรู้สึกของหญิงสาว "ยกเว้นเสียแต่ว่า... คุณจะเปลี่ยนใจอยากเก็บมันไว้พิจารณาใหม่ในฐานะเพื่อนร่วมทีม"
พายจ้องมองมือของเขาที่วางอยู่ใกล้กับแฟลชไดร์ฟ หัวใจของเธอกำลังเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาในตอนนี้มันซับซ้อนเกินกว่าคำว่าคนรักเก่า หรือแม้กระทั่งคำว่าคู่กรณี มันคือการเดิมพันด้วยชีวิตและศักดิ์ศรีของคนทั้งคู่
เธอยื่นมือออกไปหมายจะหยิบแฟลชไดร์ฟนั้นขึ้นมาพิจารณา แต่ทว่า...
*กริ๊ก...*
เสียงโลหะกระทบกันเบา ๆ จากมุมมืดของห้องเก็บเอกสารที่ควรจะมีเพียงแค่พวกเขาสองคนดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงัด พายชะงักค้างกลางอากาศ ขณะที่พิรุณหันขวับไปทางต้นเสียงในเสี้ยววินาที ร่างสูงใหญ่ของทนายความหนุ่มเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วกดไหล่พายให้หมอบลงต่ำไปกับโต๊ะทำงาน พร้อม ๆ กับที่เงาดำมหึมาสายหนึ่งพุ่งวาบผ่านแสงไฟสลัวจากช่องระบายอากาศด้านบน
ก่อนที่ใครจะได้ทันเปล่งเสียงพูดอะไร ประตูเหล็กบานหนาของห้องเก็บเอกสารก็ถูกกระชากให้เปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ที่ก้าวเข้ามาในความมืด... และแสงไฟฉายกราดส่องตรงมาที่พวกเขาทั้งสองคนอย่างแม่นยำราวกับรู้อยู่แล้วว่าพวกเขาอยู่ที่นี่
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของพวกเขานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
ขอหย่าให้จบ แต่ดันติดกับคุณหมอสายโหด•ตอนที่ 24
หลักฐานชิ้นใหม่
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าให้จบ แต่ดันติดกับคุณหมอสายโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!