กลิ่นอายของกาแฟคั่วบดเข้มข้นผสมกับกลิ่นไอออนิกจากเครื่องฟอกอากาศราคาแพงในห้องทำงานของสำนักงานกฎหมายใจกลางเมืองไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศระหว่างคนสองคนผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย
"คุณกำลังเล่นกับไฟ, พาย"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์ของพิรุณดังขึ้น ทนายความหนุ่มในชุดสูทสีชาคูลรีดเรียบกริบไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากแฟ้มเอกสารคดีฆาตกรรมอำพรางบนโต๊ะทำงาน แต่ปลายนิ้วที่เคาะลงเบาๆ บนปกแฟ้มหนังสีดำสนิทนั้นสะท้อนถึงความหงุดหงิดที่เจ้าตัวพยายามควบคุมไว้อย่างดีเยี่ยม
พาย ซึ่งยืนกอดอกพิงบานกระจกใสบานใหญ่ มองออกไปเบื้องล่างที่การจราจรยามค่ำคืนไหล It เหมือนสายธารของแมลงเรืองแสง เธอยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ปรากฏบนเรียวปากเคลือบลิดสติกสีแดงก่ำนั้นไม่ได้บ่งบอกถึงความขบขัน หากแต่เต็มไปด้วยความท้าทาย
"ถ้าไฟกองนี้มันจะเผาความเน่าเฟะของพวกมันให้มอดไหม้ไปพร้อมกัน ดิฉันก็ยินดีจะถือไฟฉบับนั้นเองค่ะ, คุณทนาย" พายหันกลับมาเผชิญหน้า ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบคู่นั้นคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัด "หรือว่าคุณกลัว? กลัวว่าถ้าขุดคุ้ยลึกลงไปมากกว่านี้ ชื่อเสียงของสำนักงานกฎหมายระดับประเทศของคุณจะแปดเปื้อน?"
พิรุณวางปากกาในมือลง เสียงโลหะกระทบกับพื้นไม้ยูคาลิปตัสราคาแพงดังชัดเจนในความเงียบ เขาเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตคนรักที่ผันตัวมาเป็นศัตรูทางคดีอย่างช้าๆ นัยน์ตาคมกริบของเขามีร่องรอยของความเหนื่อยล้า แต่ความดื้อรั้นและความเฉียบคมยังคงฉายชัดไม่เสื่อมคลาย
"ผมไม่ได้กลัวความสกปรก" พิรุณลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งก้าวเท้าเข้ามาใกล้หญิงสาวทีละน้อย จนระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ "แต่ผมกลัวว่าคนที่ถือไฟอย่างคุณ จะโดนเปลวไฟแผดเผาจนไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้าต่างหาก คนที่เรากำลังสู้ด้วยมันไม่ใช่แค่ฆาตกรโรคจิตธรรมดา แต่มันคือโครงสร้างอำนาจที่ฝังรากลึกในระบบกระบวนการยุติธรรม พาย คุณเป็นแพทย์นิติเวช มีหน้าที่ชันสูตรศพ ไม่ใช่ผู้พิพากษาที่จะต้องเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงล่อเหยื่อ"
"แล้วหน้าที่ของทนายความอัจฉริยะอย่างคุณคืออะไรคะ? นั่งรอรับเงินค่าจ้างมหาศาลแล้วปล่อยให้คนผิดลอยนวลในชั้นศาลอย่างนั้นหรือ?" พายสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอสั่นระริกด้วยแรงอารมณ์ที่อัดอั้นมานานหลายสัปดาห์ "เราตกลงกันแล้วว่าจะใช้แผนนี้ พิรุณ... อย่ามาเปลี่ยนใจเอาตอนนี้ แค่เพราะคุณยังเห็นฉันเป็นเด็กผู้หญิงคนเดิมที่ต้องคอยปกป้อง"
ห้องทำงานทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องปรับอากาศที่ทำหน้าที่ของมันอย่างเงียบเชียบ ทั้งคู่ต่างจ้องมองกันและกันด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย ความโกรธ ความผูกพัน ความห่วงใย และอุดมการณ์ที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรงถูกหลอมรวมอยู่ในสายตาคู่นั้น แรงดึงดูดระหว่างคนสองคนที่แม้จะพยายามผลักไสเท่าไหร่ ก็ยิ่งดึงดูดเข้าหากันมากขึ้นเท่านั้น
พิรุณถอนหายใจยาวออกมาเฮือกหนึ่ง เป็นการยอมจำนนต่อความดื้อรั้นของหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่เต็มใจนัก เขารู้ดีว่าต่อให้เขาใช้เหตุผลร้อยแปดประการมาห้ามปราม พายก็ไม่มีทางเปลี่ยนใจ เมื่อเธอตัดสินใจแล้ว ต่อให้เอาช้างมาฉุดก็ไม่อาจหยุดยั้งอดีตคนรักผู้ดื้อรั้นคนนี้ได้
"ก็ได้..." พิรุณเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าลงเล็กน้อย "ถ้าคุณอยากจะเล่นเกมนี้ เราจะเล่นตามกติกาของคุณ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขของผมเท่านั้น"
พายเลิกคิ้วขึ้นอย่างสนใจ "เงื่อนไขอะไรคะ?"
"เงื่อนไขแรก... คุณต้องติดเครื่องติดตามตัวไว้ตลอดเวลา และผมจะเป็นคนถือสิทธิ์ดูพิกัดนั้นแต่เพียงผู้เดียว" พิรุณยื่นข้อเสนอด้วยแววตาจริงจัง "และเงื่อนไขที่สอง... เหยื่อล่อในคืนนี้ จะต้องไม่ใช่คุณคนเดียว"
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากของทนายความหนุ่ม ขณะที่พายขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่ไว้วางใจ "หมายความว่ายังไงคะ?"
---
สองชั่วโมงต่อมา บรรยากาศภายในลานจอดรถใต้ดินของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังเงียบสงบและวังเวงจนน่าขนลุก แสงไฟนีออนบนเพดานกะพริบติดๆ ดับๆ สร้างเงาทอดยาวน่ากลัวตามเสาปูนซีเมนต์หนาทึบ
พายในชุดเสื้อโค้ทกันหนาวสีเข้มเดินลงมาจากลิฟต์ รองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นปูนเกิดเสียงก้องกังวานไปทั่วบริเวณ เธอถือแฟ้มเอกสารในมือแน่น มือข้างหนึ่งซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ทเพื่อกุมปุ่มสัญญาณฉุกเฉินที่เชื่อมตรงไปยังโทรศัพท์มือถือของพิรุณ ตามแผนที่วางไว้ เธอแสร้งทำเป็นเดินมาหยิบเอกสารสำคัญที่ลืมไว้ในรถ เพื่อล่อให้ “บุคคลปริศนา” ที่คอยส่งข้อความขู่ฆ่าเธอตลอดสัปดาห์นี้ปรากฏตัวออกมา
เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวตามหลังเธอมาห่างๆ...
พายหยุดเดิน หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก อะดรีนาลีนหลั่งพล่านไปทั่วร่าง เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ แล้วแกล้งทำเป็นก้มลงค้นหาบางอย่างในกระเป๋าถือ
เสียงฝีเท้านั้นหยุดลงเช่นกัน เงาดำทะมทนทอดทับลงบนพื้นเบื้องหน้าเธอ ร่างสูงใหญ่ในชุดฮู้ดสีดำสนิทก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมราคาถูกปะปนกับกลิ่นอับชื้นโชว์หึ่งเข้าจมูก ก่อนที่มือหยาบกระด้างคู่หนึ่งจะพุ่งเข้ามาคว้าแขนของเธอไว้แน่น!
"คิดจะหนีไปไหนล่ะ หมอพาย?" เสียงแหบพร่ากระซิบข้างใบหู พร้อมกับความเย็นเฉียบของปลายโลหะมีคมที่จี้เข้าที่เอวของเธอ
พายพยายามสะบัดแขนออกแต่ไม่เป็นผล แรงของเธอน้อยกว่าคนร้ายอย่างเห็นได้ชัด ความกลัวแล่นริ้วขึ้นมาจับขั้วหัวใจ แต่เธอยังคงรักษาความเยือกเย็นไว้ได้ตามสัญชาตญาณของแพทย์นิติเวช "แกเป็นใคร... ต้องการอะไรจากฉัน?"
"ต้องการปากดีๆ ของแกยังไงล่ะ ที่ทำให้เจ้านายฉันเดือดร้อน!" คนร้ายตวาดเสียงต่ำอย่างเกรี้ยวกราด พร้อมกับออกแรงกระชากเธอให้เดินไปหลบยังมุมมืดอับสายตาหลังเสาปูนต้นใหญ่
ทว่า... ในจังหวะที่คนร้ายกำลังจะใช้กำลังบังคับเธอให้ขึ้นรถกระบะสีดำที่จอดติดเครื่องรออยู่ เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงตะโกนก้องก็ดังสะท้อนก้องลานจอดรถ
"ตำรวจ! วางอาวุธเดี๋ยวนี้!"
เสียงตะโกนก้องกังวานของพิรุณ พร้อมกับร่างสูงในชุดสูทที่วิ่งนำหน้าเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบหลายนายพุ่งเข้ามาปิดล้อมพื้นที่ไว้ทุกด้าน คนร้ายหน้าถอดสีด้วยความตกใจ หันซ้ายแลขวาอย่างจนมุม ก่อนที่มันจะตัดสินใจทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด
คนร้ายกระชากร่างของพายเข้ามาเป็นโล่กำบัง พร้อมกับเงามืดของมีดพกที่สะท้อนแสงไฟวับวาบ จ่อตรงเข้าที่ลำคอระหงของเธอทันที!
"อย่าเข้ามานะเว้ย! ไม่งั้นอีหมอนี่คอขาดแน่!" คนร้ายตะโกนลั่นด้วยความคลุ้มคลั่ง
พิรุณหยุดชะงักฝีเท้าลงทันที ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเยือกเย็นและไร้ความรู้สึก บัดนี้กลับซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกริบของทนายความหนุ่มเบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นตระหนกเป็นครั้งแรกในชีวิต ความกลัวที่เขาไม่เคยแสดงให้ใครเห็น พลุ่งพล่านขึ้นมาในอกจนแทบหายใจไม่ออก
"ปล่อยเธอซะ... แกอยากได้อะไร ฉันให้หมด" พิรุณเอ่ยเสียงสั่นพร่า ก้าวเท้าเข้าไปหาคนร้ายอย่างช้าๆ โดยไม่สนใจเสียงทักท้วงของตำรวจนายอื่น
"ถอยไป! ถอยหลังไปอีก!" คนร้ายกรีดร้องด้วยความสติแตก ปลายมีดจี้ลึกลงไปจนผิวเนื้อของพายเริ่มมีหยดเลือดสีแดงซึมออกมา
พายเจ็บจนนิ่วหน้า แต่เธอกลับไม่ได้ส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่น้อย เธอมองสบตาพิรุณที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ด้วยความรู้สึกที่ตื้นตันและเป็นห่วงในคราเดียวกัน สายตาของพิรุณในตอนนี้ไม่ใช่ทนายความจอมเย็นชาอีกต่อไปแล้ว แต่คือผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังจะสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตไปเป็นครั้งที่สอง
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ที่พิรุณก้าวเข้ามาอยู่ในระยะประชิด คนร้ายกำลังจะง้างมือแทงลงมาเพื่อจบปัญหา...
แสงไฟจากรถกระบะคันที่จอดอยู่ใกล้ๆ ก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับประตูรถที่เปิดผางออกอย่างแรง เผยให้เห็นร่างของชายอีกคนก้าวลงมา พร้อมกับกระบอกปืนเก็บเสียงที่เล็งตรงมาที่ศีรษะของพิรุณอย่างแม่นยำ!
"ระวัง!" พายตะโกนสุดเสียงเมื่อเห็นเงาดำนั้นขยับตัว
พิรุณหันขวับไปตามเสียงเตือน แต่ไม่ทันเสียแล้ว...
ปัง!
เสียงปืนเก็บเสียงดังขึ้นเบาๆ แต่ก้องกังวานในความรู้สึกของทุกคน ร่างของพิรุณชะงักกุน ก่อนที่เขาจะเซถลาไปด้านหลังเล็กน้อย มือหนายกขึ้นกุมหัวไหล่ข้างขวาที่เริ่มมีคราบเลือดสีเข้มซึมทะลุกระเป๋าเสื้อสูทออกมาอย่างรวดเร็ว
พายเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด น้ำตาใสๆ ร่วงเผาะลงมาอาบแก้มทันทีเมื่อเห็นเลือดสีแดงฉานย้อมชุดสูทสีเข้มของชายหนุ่ม
แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้นยิ่งกว่ากระสุนนัดนั้น คือรอยยิ้มเยือกเย็นที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคนร้ายคนที่สองที่ก้าวลงมาจากรถกระบะ... ชายหนุ่มสวมฮู้ดที่ถอดฮู้ดออก เผยให้เห็นใบหน้าครึ่งซีกที่มีแผลเป็นยาวพาดผ่านดวงตา ซึ่งเป็นใบหน้าเดียวกับ “อัยการสูงสุด” ผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังนั่งบัลลังก์ตัดสินคดีนี้ในชั้นศาล!
"เกมยังไม่จบหريอกนะ... คุณทนาย" อัยการหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลเอ่ยเสียงเรียบเย็น พร้อมกับรอยยิ้มที่สลักลึกในความมืด "ยินดีต้อนรับสู่ขุมนรกที่แท้จริง"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในความมืดมิดและหอมหวานนี้ด้วยกันนะคะ
— แสงดาวพร่างพราว
ขอหย่าให้จบ แต่ดันติดกับคุณหมอสายโหด•ตอนที่ 8
ทนายตัวร้ายกับหมอจอมดื้อ
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าให้จบ แต่ดันติดกับคุณหมอสายโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!