แสงไฟฉายจากอีกด้านของกระจกฝ้าไม่ได้เป็นเพียงแค่สัญญาณเตือนภัย แต่เป็นเครื่องย้ำเตือนว่า พื้นที่ปลอดภัยระหว่างเขากับเธอนั้น ได้พังทลายลงอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
พิรุณขยับตัวอย่างรวดเร็วราวกับสัญชาตญาณนักล่าพยัคฆ์ สันกรามคมสันขบเข้าหากันจนนูนเด่น มือหนาคว้าข้อแขนเรียวของพายแล้วดึงเข้าหาตัวในจังหวะเดียว แรงกระชากนั้นไม่ได้มีความรุนแรงเชิงทำร้าย หากแต่เป็นการปกป้องอย่างเฉียบขาด ร่างบางเซเข้าปะทะกับแผงอกกว้าง กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นยาฆ่าเชื้อและบุหรี่จางๆ ลอยปะทะนาสิก ท่ามกลางความมืดสลัวที่มีเพียงแสงไฟสลัวจากตึกฝั่งตรงข้ามสาดส่องเข้ามา
"เงียบ" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอทำให้ผิวเนื้อของพายลุกชันโดยไม่รู้ตัว
ด้านนอก... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูห้องทำงานนิติเวช เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ คล้ายกุญแจผีหรือเครื่องมือสะเดาะกลอนกำลังทำงาน พิรุณกวาดสายตาคมกริบประเมินสถานทางหนีทีไล่ภายในเสี้ยววินาที ห้องผ่าตัดและห้องเก็บตัวอย่างด้านในไม่มีทางออกอื่นนอกจากระเบียงแคบๆ ที่สูงจากพื้นดินร่วมสี่ชั้น ทางเลือกมีไม่มากนัก และทุกทางเลือกล้วนเดิมพันด้วยลมหายใจ
พายไม่ได้ตื่นตระหนกจนเสียกระบวน แม้ชีพจรในอกจะเต้นเร็วจนแทบทะลุออกมา นัยน์ตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นบางสะท้อนประกายความเยือกเย็นอย่างแพทย์นิติเวชผู้คุ้นเคยกับความตาย เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับอดีตสามี ระยะห่างระหว่างกันในตอนนี้ใกล้ชิดเสียจนได้ยินเสียงจังหวะหัวใจที่เต้นรำไปพร้อมกันในความโกลาหล
"คุณคิดจะพาฉันกระโดดออกทางหน้าอกหรือไงคะ, ทนายพิรุณ" พายกระซิบตอบ น้ำเสียงราบเรียบจนน่าทึ่ง แม้สถานการณ์จะบีบคั้นถึงขีดสุด
"ถ้ามันทำให้เราไม่ต้องตกเป็นเหยื่อของไอ้พวกสวะที่ส่งมากวาดล้างหลักฐาน... ก็นับว่าน่าสนใจไม่น้อย" พิรุณตอบกลับด้วยมุมปากที่กระตุกขึ้นเล็กน้อย ความเคร่งเครียดไม่ได้ทำให้ความหยิ่งทะนงในตัวเขาลดน้อยลงเลยสักนิด
*แกร๊ก!*
เสียงกลอนประตูด้านนอกดีดตัวเปิดออก พร้อมกับลำแสงไฟฉายกวาดเข้ามาสำรวจความมืดภายในห้องทันที
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง พิรุณไม่รอช้า เขาใช้น้ำหนักตัวดันร่างของพายให้เข้าไปหลบหลังตู้เก็บแฟ้มเวชระเบียนเหล็กขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่ในมุมอับสายตา ร่างของเขาทาบทับบังร่างเธอไว้มิดชิด ไออุ่นจากกายหนาและกลิ่นอายอันคุ้นเคยโอบล้อมเธอไว้ในพื้นที่แคบๆ ที่แทบไม่มีอากาศหายใจ มือหนาข้างหนึ่งยันผนังห้องไว้เพื่อไม่ให้ทับน้ำหนักลงบนตัวเธอ ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมไปหยิบ scalpel (มีดผ่าตัดขนาดเล็ก) ที่พายพกติดตัวไว้ในกระเป๋าเสื้อกาวน์ออกมาถือไว้มั่น
เงาร่างสองร่างทอดผ่านเข้ามาในห้อง เสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาอย่างระมัดระวัง รองเท้าคอมแบทกระทบพื้นกระเบื้องเกิดเสียงดังสะท้อนก้อง
"เช็คให้ละเอียด มันต้องมีฟิล์มเอกซ์เรย์ชุดนั้นอยู่แถวนี้แน่ นายใหญ่สั่งว่าถ้าหาไม่เจอ... เก็บกวาดให้เรียบ" เสียงแหบพร่ากระซิบสั่งกันเป็นภาษาถิ่น ลมหายใจของพิรุณผ่อนเข้าออกอย่างสม่ำเสมอและเงียบเชียบที่สุด เขาก้มลงมองคนที่อยู่ในอ้อมแขน นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของพาย ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัว มีเพียงประกายความดุดันและการคำนวณเกมที่เฉียบคม
พายเงยหน้ามองเขา ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นด้าย เธอกลับอ่านความหมายบางอย่างในแววตาคู่นั้นได้ชัดเจนยิ่งกว่าตอนที่ใช้ชีวิตร่วมกันเสียอีก—มันคือความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เกราะกำบังอันเย็นชา
นิ้วเรียวของพายขยับขึ้นแตะที่ข้อมือของพิรุณเบาๆ เป็นเชิงส่งสัญญาณบางอย่าง พิรุณเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเชิงคำถาม พายจึงขยับริมฝีปากพูดไร้เสียงแต่ชัดเจนทีละคำ
*"ทางขวา... ปล่อยให้ฉันจัดการ"*
พิรุณหรี่ตาลงเล็กน้อย เขาชะงักไปชั่ววินาทีราวกับกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความปลอดภัยของเธอและความเป็นไปได้ในเชิงกลยุทธ์ ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ เป็นเชิงอนุญาต
ทันทีที่เงาร่างหนึ่งเดินแยกตัวเข้ามาใกล้ซอกตู้ที่ทั้งคู่ซ่อนอยู่ พายก็อาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายเผลอ พุ่งตัวออกมาจากมุมอับ มือเรียวตวัดด้ามมีดผ่าตัดกระแทกเข้าที่จุดประสาทบริเวณต้นคอของคนร้ายอย่างแม่นยำและรุนแรงจนร่างนั้นทรุดฮวบล้มลงหมดสติทันทีโดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะส่งเสียงร้อง
แต่ความเงียบงันอยู่ได้ไม่ถึงเสี้ยววินาที เสียงปืนติดเก็บเสียงก็ดังขึ้น *ฟุบ!* กระสุนเจาะทะลุตู้เหล็กเฉียดหัวไหล่พิรุณไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร!
"ระวัง!" พิรุณคำรามต่ำในลำคอ เขาดึงร่างพายให้หมุนหลบวิถีAกระสุนพร้อมกับพุ่งเข้าประชิดตัวมือปืนอีกคนที่เหลืออยู่ การต่อสู้ระยะประชิดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและไร้ซึ่งความปรานี เสียงเนื้อกระทบกันและเสียงหอบหายใจหนักหน่วงดังระรัวในห้องมืด ก่อนที่พิรุณจะใช้สันมือกระแทกเข้าที่ข้อมือของคนร้ายจนปืนหลุดร่วงลงพื้น แล้วตามด้วยเข่าลอยกระแทกเข้าที่ลิ้นปี่จนร่างนั้นหงายหลังล้มตึงหมดสติไปตามกัน
ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องทำงานอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจของคนทั้งคู่ที่ดังแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศ
พิรุณยืนค้ำร่างตัวเองด้วยมือข้างหนึ่งที่ยันกับผนัง หน้าผากมีเหงื่อซึมเล็กน้อย เขาหันกลับมามองพายที่ยืนจัดเสื้อกาวน์ของตัวเองให้เข้าที่ด้วยความนิ่งสงบเกินกว่าจะเป็นผู้หญิงเพิ่งผ่านเหตุการณ์เฉียดตาย
"คุณนี่มัน..." พิรุณแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงเจือความระอาแกมทึ่ง "ดื้อด้านไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ, พาย"
"ถ้าฉันไม่ทำแบบนั้น คุณก็คงมัวแต่ห่วงฟอร์มแล้วโดนยحไปแล้วค่ะ, ทนายพิรุณ" พายสวนกลับทันควัน นัยน์ตาสีเข้มตวัดมองเขาอย่างไม่ยอมแพ้ "เลิกทำตัวเป็นฮีโร่รอดตายคนเดียวเสียที เราตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือคะว่าจะไม่ปิดบังอะไรกันอีก"
พิรุณนิ่งงันไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ความเยือกเย็นที่เขาสวมใส่มาตลอดเริ่มร้าวราน เขาถอนหายใจยาวเหยียด ยอมรับความพ่ายแพ้ต่อความดื้อรั้นและสติปัญญาที่เฉียบแหลมของอดีตภรรยาอย่างจำยอม
"ตกลง" พิรุณเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย แววตาที่มองเธอบ่งบอกถึงการยอมรับอย่างแท้จริง "อยากรู้อะไร... ถามมาให้หมด ผมจะตอบทุกอย่าง ไม่มีความลับอะไรเหลือระหว่างเราอีกแล้ว"
พายจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา เธ้ารู้ดีว่าความลับที่พิรุณเก็บงำไว้ไม่ได้มีแค่เรื่องคดีฆาตกรรมของกระทรวง แต่อาจเกี่ยวพันถึงชีวิตของเธอเองด้วย
"งั้นเริ่มต้นด้วยคำถามแรก..." พายก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอีกครั้ง ระยะห่างเพียงคืบทำให้เธอได้กลิ่นบุหรี่จางๆ บนตัวเขาชัดเจนขึ้น "ใครคือคนสั่งให้คุณเข้ามาพัวพันกับคดีชันสูตรศพของท่านรองปลัด... และทำไมคุณถึงต้องปกปิดเรื่องที่ศาลายากำลังตามล่าฉัน?"
พิรุณมองหน้าเธอนิ่งอยู่เนิ่นนาน ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักว่าสมควรจะเปิดเผยความจริงทั้งหมดในตอนนี้หรือไม่ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความลับอันดำมืดและอันตราย
"เพราะคนที่คุณกำลังสืบอยู่... ไม่ใช่แค่นักการเมืองท้องถิ่นธรรมดา" พิรุณกระซิบเสียงพร่า ใกล้จนริมฝีปากแทบจะชนกัน "และคนที่ส่งคำสั่งเก็บคุณ... ก็คือคนใกล้ตัวที่สุดที่คุณคาดไม่ถึงเลยล่ะ, พาย"
หัวใจของพายกระตุกวูบ ทว่าก่อนที่เธอจะได้ซักถามอะไรเพิ่มเติม เสียงสัญญาณเตือนภัยไฟไหม้ของโรงพยาบาลก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งตึก พร้อมๆ กับเสียงฝีเท้าจำนวนมากที่กำลังวิ่งกรูเข้ามาใกล้ประตูห้องเรื่อยๆ
พิรุณขมวดคิ้วมุ่นทันที เขากวาดสายตามองไปที่หน้าต่างระเบียงที่เปิดโล่ง ก่อนจะหันมาสบตาพายด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
"ดูเหมือนว่า... เราจะไม่มีเวลาคุยกันยาวขนาดนั้นแล้วล่ะ" พิรุณพูดเสียงเรียบ มือหนาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น "เพราะตอนนี้... ศัตรูตัวจริงกำลังก้าวเข้ามาในห้องนี้แล้ว"
พายหันขวับไปมองที่ประตูห้องที่ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างของใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมกับแสงไฟสว่างจ้า และเมื่อบุคคลนั้นก้าวพ้นกรอบประตูเข้ามา... ลมหายใจของพายก็แทบจะหยุดชะงักลงทันที
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความลับอันดำมืดนี้ด้วยกันนะคะ
ขอหย่าให้จบ แต่ดันติดกับคุณหมอสายโหด•ตอนที่ 20
ข้อตกลงลับ
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าให้จบ แต่ดันติดกับคุณหมอสายโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!