เสียงเศษกระจกที่ร่วงหล่นลงมากระทบพื้นคอนกรีตด้านล่างดังระรัวราวกับเสียงปรบมือแห่งความพินาศ ภายในห้องประชุมใหญ่ของตึกสำนักงานธนวินท์ บรรยากาศแข็งค้างราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว ผนังกระจกใสที่เคยสะท้อนภาพความโอ่อ่าของตระกูลใหญ่ บัดนี้เหลือเพียงโครงเหล็กว่างเปล่าและเศษแก้วระยิบระยับที่สะท้อนแสงไฟสีแดงจากโดรนติดอาวุธนับสิบ
ภคินยังคงยืนอยู่ตรงนั้น มือใหญ่ยังคงถือรีโมทสีดำขนาดเล็กไว้ด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับชายหนุ่มกำลังกดเปลี่ยนช่องโทรทัศน์ในวันหยุดสุดสัปดาห์ ไม่ใช่คนที่เพิ่งสั่งทำลายล้างทรัพย์สินมูลค่าหลายร้อยล้านบาทด้วยการกดปุ่มเพียงครั้งเดียว
"นาย... นายทำบ้าอะไรลงไปวะ!"
เสียงตะโกนด้วยความหวาดกลัวและเกรี้ยวกราดดังขึ้นจาก "อนันต์" หัวหน้าแผนกฝ่ายบุคคล ชายวัยกลางคนผู้มีพุงพลุ้ยและสายตาสอดส่ายด้วยความดูถูกเหยียดหยามมาตลอดสามเดือนที่ภคินเข้ามาทำงานในฐานะพนักงานสัญญาจ้างต๊อกต๋อย อนันต์หน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มขมับขณะที่ขาทั้งสองข้างสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่เมื่อมองผ่านช่องหน้าต่างที่ไร้กระจกออกไปเห็นเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์กำลังลอยลำนิ่งสนิท พร้อมสัญลักษณ์ตระกูลอภิมหาเศรษฐีที่สลักไว้ด้วยทองคำแท้บนลำตัวเครื่อง
"ผมก็แค่ทำความสะอาดกระจกที่มันสกปรกน่ะครับ... อ้อ ขอโทษทีค่ะ พอดีฉันติดนิสัยชอบความโปร่งโล่งน่ะนะ" ภคินปรายตาคมกริบมองหัวหน้าแผนกผู้หน้าโง่ น้ำเสียงราบเรียบแต่กลับทรงพลังจนทำให้อَنันต์ถึงกับสะท้านเฮือก
"แก! ไอ้สวะภคิน! แกมันแค่ไอ้เด็กเส้นตกอับที่เกาะเมียกิน แกคิดว่าแกเป็นใครถึงกล้าทำลายทรัพย์สินบริษัทวะ!" ออนันต์หวกร้องด้วยความสติแตก เพื่อกลบเกลื่อนความกลัวที่เกาะกุมหัวใจ เขาหันไปคว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะปาใส่หน้าชายหนุ่มเต็มแรง "แกโดนไล่อออก! ได้ยินไหม! แกลดตัวไสหัวออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้เลยนะ! ฉันจะขึ้นบัญชีดำแกไม่ให้บริษัทไหนในประเทศนี้กล้าจ้างแกอีก!"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ไม่มีใครในห้องประชุมกล้าหายใจดัง
พนักงานหลายคนที่เคยร่วมหัวจมท้ายหรือเคยร่วมผสมโรงนินทาและกลั่นแกล้งภคินต่างก้มหน้าหลบสายตา บางคนตัวสั่นด้วยความหวาดผวาเพราะเหตุการณ์เหนือความคาดหมายตรงหน้ามันเกินกว่าสมองมนุษย์เงินเดือนจะประมวลผลได้ทัน โดรนติดอาวุธนับสิบยังคงชี้ปากกระบอกตรงมาที่ห้องนี้ และไม่มีใครกล้าสงสัยเลยสักนิดว่าคำสั่งต่อไปของชายหนุ่มผู้ไร้รอยยิ้มคนนี้คืออะไร
ภคินไม่ได้หลบแฟ้มเอกสารที่ปามา เอกสารกระดาษปลิวว่อนตกลงแทบเท้า ร่างสูงก้าวเข้าไปหาอนันต์ช้าๆ ทีละก้าว รองเท้าหนังราคาแพงกระทบพื้นห้องเกิดเสียงก้องกังวานราวกับเสียงเคาะโลงศพ
"ไล่อออกอย่างนั้นเหรอครับ..." ภคินทวนคำ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปาก "คุณมีสิทธิ์อะไรมาไล่ผมออกล่ะครับ คุณอนันต์?"
"สิทธิ์ของฉันในฐานะหัวหน้าแผนกไงล่ะโว้ย! ฉันมีอำนาจแต่งตั้งและปลดพนักงานในฝ่ายนี้!" ออนันต์แผדเสียงลั่นด้วยความเย่อหยิ่งที่ถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีท่าทีตอบโต้ด้วยกำลัง "แกมันก็แค่ขยะเปียกที่ฉันจะเขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้!"
"งั้นเหรอครับ..."
ภคินล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทอย่างใจเย็น หยิบสมาร์ทโฟนรุ่นสั่งทำพิเศษขึ้นมากดหน้าจอเพียงสองครั้ง เสียงสัญญาณแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นพร้อมกันในโทรศัพท์มือถือของทุกคนในห้องประชุม รวมถึงสมาร์ทโฟนราคาถูกในมือของอนันต์เอง
*ติ๊ง!*
อนันต์ขมวดคิ้วด้วยความฉุนเฉียว เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยความหงุดหงิด แต่ทันทีที่กวาดสายตาอ่านข้อความบนหน้าจอ สีหน้าที่เคยเกรี้ยวกราดกลับแปรเปลี่ยนเป็นซีดขาวราวกับคนใกล้ตาย ดวงตาเบิกโพงกว้างจนแทบหลุดออกจากเบ้า ร่างกายทั้งร่างทรุดฮวบล้มลงไปคุกเข่ากับพื้นพรมราคาแพงอย่างไร้เรี่ยวแรง
ข้อความบนหน้าจอระบุชัดเจนด้วยตราประทับทางกฎหมายสูงสุดของกลุ่มบริษัทธนวินท์โฮลดิ้งส์:
*[ประกาศด่วนที่สุด: ปลดพนักงานและถอดถอนสิทธิ์การบริหารทั้งหมดของ นายอนันต์ วงศ์สุวรรณ มีผลทันทีในสามวินาทีนี้ พร้อมฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายข้อหาละเมิดอำนาจผู้ถือหุ้นใหญ่ มูลค่า 50 ล้านบาท]*
"มะ... ไม่จริง... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน..." ออนันต์พึมพำเสียงสั่นเครือ น้ำตาไหลพรากด้วยความตื่นตระหนก เขาเงยหน้าขึ้นมองภคินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ราวกับเพิ่งตระหนักว่าปีศาจแท้จริงแล้วหน้าตาเป็นอย่างไร "คุณ... คุณเป็นใครกันแน่..."
"ผมก็บอกคุณไปแล้วไงครับ..." ภคินย่อตัวลงเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเชยคางของหัวหน้าแผนกผู้เคยยิ่งผยองให้เงยขึ้นสบตา "ว่าผมไม่ชอบคนเสียงดัง และยิ่งเกลียดพวกที่ชอบรังแกคนไม่มีทางสู้ที่สุด"
ก่อนที่อนันต์จะได้เปล่งเสียงร้องขอชีวิต ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่ามือของบอดี้ชายฉกรรจ์ในชุดสูทดำสนิทสามคน พวกเขาเดินเข้ามาโค้งคำนับภคินอย่างนอบน้อมพร้อมกับยื่นเอกสารแฟ้มหนังสีดำสนิทให้ทันที
"ท่านประธานครับ ทุกอย่างเรียบร้อยตามคำสั่งครับ บัญชีทรัพย์สินทั้งหมดของนายอนันต์ถูกอายัดเรียบร้อยแล้วครับ" หัวหน้าบอดี้กล่าวรายงานด้วยน้ำเสียงกึ่งคำสั่งที่เด็ดขาด
คำว่า "ท่านประธาน" กระแทกเข้าใส่โสตประสาทของทุกคนในห้องจนเกิดอาการหูอื้อตาลาย อนันต์กรีดร้องออกมาสุดเสียงด้วยความสติหลุดเมื่อรู้ว่าคนที่ตนกลั่นแกล้ง สั่งใช้งาน และดูถูกเหยียดหยามมาตลอดสามเดือน แท้จริงแล้วคือผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดและเจ้าของตัวจริงเสียงจริงของอาณาจักรธุรกิจแห่งนี้!
ภคินไม่สนใจเสียงโวยวายของเศษสิ้นมนุษย์ที่กำลังดิ้นรนอยู่แทบเท้า เขาปัดเสื้อสูทให้เรียบร้อยก่อนจะหันหลังเดินตรงไปยังช่องหน้าต่างที่ไร้กระจก ลมแรงจากด้านนอกพัดกระโชกเรือนผมสีดำสนิทของเขาให้ปลิวไสว ขณะที่เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำนั้นลดระดับลงมาใกล้จนสามารถก้าวขาขึ้นไปได้ทันที
แต่ก่อนที่ร่างสูงจะก้าวพ้นขอบหน้าต่าง ปลายทางสายตาของเขากลับสะดุดเข้ากับหน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือของตนเองอีกครั้ง มีข้อความแชทใหม่ถูกส่งตรงมาจากภรรยาอันเป็นที่รัก "มินตรา" ที่กำลังนั่งรอเขาอยู่ที่ร้านกาแฟชั้นล่างของตึก
*[คุณคินคะ... มีผู้หญิงแปลกหน้าท่าทางไฮโซคนหนึ่ง เดินเข้ามาหาฉันที่โต๊ะ เธอราดกาแฟใส่กระเป๋าถือที่คุณเพิ่งซื้อให้ฉันเมื่อวาน แล้วบอกว่าฉันมันก็แค่ผู้หญิงจนตรอกที่ไม่คู่ควรกับตระกูลของเธอค่ะ...]*
บรรยากาศรอบตัวของภคินที่ดูเย็นชาอยู่แล้ว ในเสี้ยววินาทีนั้นกลับลดอุณหภูมิลดลงจนกลายเป็นความหนาวยะเยือกถึงขั้วกระดูก ดอยอนิเมะหรือโดรนติดอาวุธนับสิบที่ลอยอยู่ด้านนอกต่างส่งเสียงคำรามด้วยความแปรปรวนของระบบควบคุม ราวกับมันรับรู้ถึงโทสะอันไร้ขีดจำกัดของนายเหนือหัว
ดวงตาคมกริบฉายแววอำมหิตเลือดเย็นที่ซ่อนไว้ภายใต้ความนิ่งสงบ รอยยิ้มที่มุมปากกลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่าความตาย
*กล้าดียังไง... ที่ทำให้ภรรยาของผมต้องเสียน้ำตา*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ บทต่อไปรับรองว่าสะใจกว่าเดิมแน่นอนค่ะ!
ท่านประธานสายเปย์กับเลขาหน้าเงิน•ตอนที่ 8
การดูถูกในที่ทำงาน
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานสายเปย์กับเลขาหน้าเงิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!