"ขอโทษนะคะ... พอดีทางเราคัดกรองลูกค้าน่ะค่ะ สภาพชุดของคุณผู้หญิง... เกรงว่าจะไม่เหมาะกับคอลเลกชันใหม่ล่าสุดของปารีสที่เราเพิ่งลงนะครับ เชิญร้านฝั่งโน้นน่าจะเหมาะสมกว่า"
เสียงหัวเราะคิกคักของพนักงานขายสาวป้ายทอง ประจำบูติกแบรนด์หรูระดับโลกกลางศูนย์การค้าใจกลางเมือง ดังลอดผ่านความเงียบสงบของร้านขึ้นมาอย่างจงใจ สายตาคู่คมที่เคยมองผ่านร่างของมินตราอย่างดูแคลน ไล่สำรวจตั้งแต่รองเท้าผ้าใบเก่าๆ จนถึงกระเป๋าผ้าแคนวาสเรียบง่ายที่หญิงสาวสะพายอยู่ รอยยิ้มเหยียดหยามนั้นไม่ได้ปิดบังเลยแม้แต่น้อย ในขณะที่กุลธิดาผู้เป็นมารดา และธนวินท์คู่แข่งทางธุรกิจที่บังเอิญเดินผ่านมาเจอ ต่างพากันยืนกอดอกยิ้มเยาะด้วยความสะใจอยู่ไม่ไกล
มินตราเม้มริมฝีปากแน่น ความน้อยเนื้อต่ำใจวูบขึ้นมาในอกจนขอบตาร้อนผ่าว เธอดึงชายเสื้อของสามีเบาๆ หมายจะชวนเดินเลี่ยงหนีความอัปยศนี้ไปเสีย เพราะรู้ดีว่าภكิน สามีของเธอในยามนี้เป็นเพียงพนักงานบริษัทธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ทางสู้คนกลุ่มนี้ได้เลย
แต่ทว่า... มือหนาที่กุมมือเธอไว้อยู่กลับอบอุ่นและมั่นคงอย่างประหลาด
ภคินไม่ได้ขยับหนี เขากลับก้าวขึ้นมาบังร่างภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง สายตาที่เคยมองโลกด้วยความอ่อนโยนยามอยู่กับภรรยา ในตอนนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก ความเงียบงันที่แผ่ออกมาจากตัวเขากดดันบรรยากาศภายในร้านจนพนักงานหลายคนเริ่มรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง
"กล้าดียังไง..." เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมา แววตาของภคินคมกริบราวกับใบมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกสิ่งที่ขวางหน้า "ที่ทำให้ภรรยาของผมต้องเสียน้ำตา"
ธนวินท์หัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยท่าทางหย่อหยิ่ง พลางยกมือขึ้นกอดอก "อ้าว! นึกว่าใคร ที่แท้ก็ไอ้พนักงานกระจอกนี่เอง คิน นายพาเมียมาเดินห้างหรูแบบนี้ คิดเหรอว่าจะมีปัญญาซื้อแม้แต่เศษด้ายของร้านนี้? อย่ามาทำเป็นเก๊กท่าเลย หน้าอย่างนาย ต่อให้ทำงานทั้งชาติก็ยังซื้อกระเป๋าสกปรกใบเดียวในร้านนี้ไม่ได้หรอกนะ ฮ่าๆๆ!"
กุลธิดายกมือขึ้นปิดปากหัวเราะสมเพช "นั่นสิคะคุณวินท์ คนเรามันต้องเจียมเนื้อเจียมตัว ลูกสาวฉันคนนี้ตาสว่างเสียทีที่เลือกแต่งงานกับคนไร้อนาคตแบบนี้ ออกไปจากที่นี่เถอะค่ะ เดี๋ยวกลิ่นอับๆ ของพวกเธอจะทำให้ลูกค้าระดับไฮโซคนอื่นเขาเหม็นหน้าเอาเปล่าๆ"
พนักงานขายสาวคนเดิมได้ใจ รีบผายมือเชิญด้วยท่าทางกระفัดกระเฟียด "ได้ยินแล้วก็รีบไสหัวออกไปสิคะ ทางเราไม่อยากเสียเวลาต้อนรับคนชั้นต่ำหรอกนะยะ เดี๋ยวแปดเปื้อนหมด"
มินตราซบหน้าลงกับไหล่กว้างของสามี ตัวสั่นเทาด้วยความอัดอั้นตันใจ เธอไม่เคยเสียใจที่แต่งงานกับเขา แต่เธอเจ็บใจที่คนพวกนี้ดูถูกผู้ชายที่รักเธอด้วยใจจริง
ภคินลูบกลุ่มผมนุ่มของภรรยาอย่างแผ่วเบา สายตาที่มองกลุ่มคนตรงหน้าไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ นอกจากความตายทางสังคมที่เขากำลังจะมอบให้พวกมัน
"คนชั้นต่ำ... งั้นหรือ?" ภคินแค่นSยิ้มหยันที่มุมปาก ดวงตาคมกริบกวาดมองพนักงานขายคนนั้นทีละนิด "จำคำพูดเมื่อครู่ของเธอให้ดีนะ"
นิ้วเรียวยาวควักสมาร์ตโฟนเครื่องหรูรุ่นพิเศษที่ไม่มีวางขายทั่วไปออกมา กดโทรออกเพียงสلسกระชับสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่อำนาจล้นเหลือ
"ผมภคิน... ประธานบริหารกลุ่มบริษัท V-Holding โอนเงินเข้าบัญชีฉุกเฉินของสาขานี้สามร้อยล้านบาทเดี๋ยวนี้ และแจ้งผู้จัดการสาขา รวมถึงผู้บริหารภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ให้มาพบผมที่บูติกแบรนด์... ภายในสามนาที ถ้ามาช้าแม้แต่วินาทีเดียว เตรียมเก็บกระเป๋าไสหัวออกจากบริษัทได้เลย"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในร้านพลันเงียบกริบลงทันตาเห็น ธนวินท์ชะงัก กุลธิดาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงุนงง ก่อนที่ทั้งหมดจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาลั่นร้าน
"ฮ่าๆๆ! ประธาน V-Holding งั้นเหรอ? ฝันกลางวันอยู่หรือเปล่าไอ้หนู! แกมันก็แค่ไอ้ขี้แพ้..."
ติ๊ด!
เสียงแจ้งเตือนจากข้อความธนาคารบนโทรศัพท์มือถือของผู้จัดการสาขาที่เพิ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในร้านดังขึ้นขัดจังหวะ หน้าตาของชายวัยกลางคนซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เมื่อก้มมองยอดเงินมหาศาลที่ถูกโอนเข้าบัญชีสาขาแบบเรียลไทม์ พร้อมกับประกาศิตจากท่านประธานใหญ่ที่เพิ่งสายด่วนเข้ามา
ผู้จัดการสาขาหน้าถอดสี รีบวิ่งสี่คูณร้อยเข้ามาคุกเข่าลงแทบเท้าของภคินทันที ท่ามกลางความตกตะลึงของพนักงานและแขกเหรื่อรอบข้าง
"ท... ท่านประธาน! ขอประทานอภัยครับ! ผมไม่ทราบว่าเป็นท่าน!" ผู้จัดการละล่ำละลักเสียงสั่นเทา เหงื่อกาฬไหลซกเต็มแผ่นหลัง
ภคินไม่แม้แต่จะชายตามองผู้จัดการที่กำลังหมอบกราบ เขากวาดสายตานิ่งสนิทไปยังพนักงานขายสาวปากกล้าที่ตอนนี้ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น ดวงเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
"จัดการเคลียร์ร้านนี้ให้สะอาด..." ภคินเอ่ยเสียงเยียบเย็น พลางโอบเอวมินตราเข้าหาตัวอย่างทะนุถนอม "แล้วเหมาสินค้าคอลเลกชันใหม่ทั้งหมดทุกชิ้น ส่งตรงไปที่คฤหาสน์ของผมภายในเย็นนี้... ส่วนใครที่ปากเสียใส่ภรรยาผม ไล่ออกจากบริษัทให้หมด และอย่าให้มีที่ยืนในวงการนี้อีก"
มินตราเงยหน้าขึ้นมองสามีด้วยความอัศจรรย์ใจ ดวงตาคู่สวยฉายแววระยิบระยับด้วยความตกตะลึงและซาบซึ้งใจระคนกัน สามีธรรมดาๆ ของเธอ... กลายมาเป็นมหาเศรษฐีผู้กุมชะตาชีวิตคนเหล่านี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
ธนวินท์และกุลธิดายืนแข็งค้างราวกับถูกสาปให้เป็นหิน สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออกเมื่อตระหนักได้ว่า พวกเขาเพิ่งเหยียดหยามคนที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศเข้าอย่างจัง
ภคินแย้มรอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยนให้ภรรยาที่รัก ต่างจากสายตาดุจพญายมที่หันไปมองกลุ่มคนตรงข้าม เขายกมือขึ้นแตะเบาๆ ที่กระเป๋าเสื้อสูท ก่อนจะดึงบัตรเครดิตสีดำสนิทที่ทำจากโลหะหายากไร้วงเงินออกมาถือไว้ในมือ
"ไปเถอะครับที่รัก..." ภคินกระซิบข้างใบหูของภรรยาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "วันนี้สามีจะเปย์คุณให้หมดตัวเลย"
แสงไฟในร้านสาด S ส่องประกายกระทบกับบัตรเครดิตสีดำในมือของภคิน ขณะที่เสียงเครื่องรูดบัตรอัตโนมัติของร้านเริ่มทำงานรัวเร็วติดต่อกัน ท่ามกลางเสียงหวีดร้องระคนความสิ้นหวังของศัตรูที่ทรุดฮวบลงกับพื้น
...
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับความสะใจในบทนี้ด้วยกันนะคะ
ท่านประธานสายเปย์กับเลขาหน้าเงิน•ตอนที่ 9
สปอยล์ภรรยาด้วยร้านแบรนด์เนม
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานสายเปย์กับเลขาหน้าเงิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!