ท่านประธานสายเปย์กับเลขาหน้าเงิน•ตอนที่ 7

ซุกซ่อนตัวตนเพื่อรอดูสันดาน

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
"ฉันจะให้เวลาคุณสามนาทีในการพิสูจน์ว่าเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะนี้... ไม่ใช่ขยะเปียกที่พนักงานฝึกหัดอย่างคุณแอบเอามาปนกับรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น" ธนวินท์โยนแฟ้มเอกสารลงบนพื้นพรมราคาแพง เสียงกระดาษปะทะพื้นฟังดูแห้งแล้งและเย่อหยิ่งพอๆ กับสายตาที่เขามองลงมายังภคิน ชายหนุ่มในชุดพนักงานระดับล่างที่เขาสั่งให้มาช่วยงานเบ็ดเตล็ดในห้องทำงานส่วนตัว ภคินก้มลงเก็บเอกสารเหล่านั้นอย่างใจเย็น แววตาของเขาซ่อนความมืดมิดเอาไว้ภายใต้แว่นตากรอบหนาที่เขาตั้งใจสวมเพื่อพรางตัว "ถ้าคุณธนวินท์ได้ลองอ่าน 'หน้าที่สอง' อย่างถี่ถ้วนสักนิด คุณจะพบว่าเงินห้าสิบล้านที่หายไปจากบัญชีบริษัทในไตรมาสล่าสุด ไม่ได้หายไปเพราะความผิดพลาดทางระบบ แต่มันถูกโอนผ่านบริษัทนอมินีที่คุณ... คุ้นเคยเป็นอย่างดี" บรรยากาศในห้องทำงานเงียบกริบลงทันที ธนวินท์ที่กำลังจะหยิบแก้ววิสกี้ขึ้นดื่มชะงักค้าง มือของเขาเริ่มสั่นเพียงเล็กน้อย แต่ภคินสังเกตเห็นมันได้ชัดเจน มินตราที่ยืนอยู่ข้างๆ ในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวของภคินก้มหน้าลงซ่อนรอยยิ้มจางๆ บนริมฝีปาก เธอรู้ดีว่านี่คือ 'หมาก' ที่คินวางไว้เพื่อล่อเหยื่อออกมาจากรู "แก... แกพูดอะไรของแก!" ธนวินท์กระชากคอเสื้อภคินอย่างแรง แววตาที่เคยเย่อหยิ่งเริ่มเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกที่พยายามปกปิดด้วยความเกรี้ยวกราด "ผมเป็นแค่พนักงานตัวเล็กๆ ที่หวังดีกับบริษัทครับ" ภคินจัดปกเสื้อให้เข้าที่ด้วยท่าทีนิ่งเฉยเหมือนสายน้ำที่กำลังกักเก็บคลื่นยักษ์เอาไว้ใต้พื้นผิว "แต่ถ้าคุณธนวินท์รู้สึกว่าถูกแทงใจดำ... ก็อาจจะเป็นเพราะ 'ความจริง' มันมีคมบาดลึกกว่ามีดเล่มไหนๆ นะคะ" มินตราก้าวเข้ามาแทรกกลางอย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่น เธอวางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะ พร้อมกับเปิดหน้าจอที่แสดงหลักฐานการโอนเงินที่เชื่อมโยงถึงกุลธิดา—แม่ยายที่ภคินเกลียดชังเข้าไส้ "คุณธนวินท์คะ การทำธุรกิจแบบ 'รวยทางลัด' ด้วยการยักยอกเงินบริษัทของตระกูลตัวเองเพื่อไปสมทบทุนกับหุ้นส่วนที่ไม่ซื่อสัตย์... มันเป็นแผนที่ฉลาดมากค่ะ เพียงแต่ว่า ในโลกนี้ไม่มีความลับไหนที่ปิดบังได้ตลอดไป โดยเฉพาะถ้าคนตรวจสอบคือคนที่อยู่เหนือคุณธนวินท์ไปอีกหลายระดับ" "พวกแกเป็นใครกันแน่!" ธนวินท์ผละถอยหลังจนล้มลงไปนั่งบนเก้าอี้หนังราคาแพง ความมั่นใจในฐานะทายาทตระกูลใหญ่พังทลายลงไม่เป็นท่า ภคินยิ้มออกมา เป็นยิ้มที่ไม่ได้แตะถึงดวงตา มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่ต้อนเหยื่อเข้ามุมจนมุมตาย "ผมก็แค่พนักงานที่ชอบ 'ซุกซ่อนตัวตนเพื่อรอดูสันดาน' ของคนรอบข้างน่ะครับคุณธนวินท์ และที่ผ่านมา คุณก็ทำให้ผมเห็นชัดเจนเหลือเกินว่า... ภายใต้เปลือกนอกที่หรูหรา มันก็แค่แหล่งรวมตัวของปลวกที่กัดกินทุกอย่างจนผุพัง" ภคินหันไปพยักหน้าให้มินตรา ก่อนที่เสียงสัญญาณเตือนภัยจะดังขึ้นทั่วทั้งอาคาร ระบบความปลอดภัยของบริษัททั้งหมดถูกล็อคดาวน์จากระยะไกล ข้อมูลความลับทุกอย่างที่ธนวินท์พยายามปกปิดถูกอัปโหลดขึ้นจอภาพขนาดใหญ่ที่ติดอยู่ทั่วทุกแผนกในบริษัท พนักงานทุกคนต่างหยุดงานเพื่อมองภาพการทุจริตของทายาทผู้เย่อหยิ่งที่ถูกตีแผ่ต่อหน้าธารกำนัล ทว่าในจังหวะที่ภคินกำลังจะเดินออกจากห้อง ประตูบานใหญ่ก็ถูกเปิดออกโดยกุลธิดา นางเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉยแต่สายตาเต็มไปด้วยรังสีอำมหิต นางปรบมือช้าๆ สองสามครั้งราวกับกำลังดูละครฉากหนึ่งที่นางเองก็เป็นผู้เล่นหลัก "เล่นสนุกพอหรือยัง... ภคิน?" กุลธิดาเอ่ยชื่อที่แท้จริงของเขาออกมาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น "แกคิดว่าแกซ่อนตัวอยู่ในเงามืดได้ตลอดไปเหรอ? แกมันก็แค่คนทรยศที่ขโมยลูกสาวฉันไป และวันนี้... แกเลือกที่จะเดินเข้ามาในถ้ำเสือด้วยตัวเอง" กุลธิดาขยับมือเป็นสัญญาณ ชายชุดดำกว่าสิบคนโผล่ออกมาจากเงามืดทั่วห้องทำงาน พวกเขาไม่ใช่บอดี้การ์ดธรรมดา แต่เป็นกลุ่มคนที่ถูกฝึกมาเพื่อจัดการกับสิ่งกีดขวางที่น่ารำคาญ มินตราขยับตัวเข้าประชิดหลังภคินโดยอัตโนมัติ มือของเธอสอดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อของเขาเพื่อคว้าสิ่งที่ภคินเตือนไว้เสมอว่าให้ใช้ในยามคับขันเท่านั้น ภคินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขากลับหันไปมองกุลธิดาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสมเพช "แม่ยายที่รักครับ... คุณคงลืมไปว่า ก่อนที่ผมจะเข้ามาในบริษัทนี้ ผมได้โอนหุ้นใหญ่ทั้งหมดของบริษัทนี้เข้าสู่บัญชีลับของภรรยาผมเรียบร้อยแล้ว" ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของกุลธิดาก็ดังขึ้นรัวๆ พร้อมกับการแจ้งเตือนว่าหุ้นทั้งหมดของตระกูลถูกระงับการซื้อขายและถูกโอนถ่ายสิทธิ์ขาดเข้าสู่บัญชีของผู้หญิงคนเดียวที่นางเคยดูถูกว่าไร้ค่าอย่างมินตรา ภคินก้าวเข้าไปหากุลธิดาจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ เขาโน้มตัวลงกระซิบข้างหูนางด้วยน้ำเสียงที่ทำให้นางต้องสั่นสะท้านไปถึงกระดูก "เกมนี้ไม่ได้จบแค่ที่คุณแพ้ครับ แต่มันกำลังจะจบลงที่... ชีวิตของคนในตระกูลคุณ ต้องมาคุกเข่าขอทานเพื่อเอาชีวิตรอดจากผม" เขาหยิบรีโมทสีดำขนาดเล็กขึ้นมากดลงหนึ่งครั้ง เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวดังสนั่นอยู่เหนือชั้นดาดฟ้าของตึกสำนักงาน ผนังกระจกใสบานยักษ์ที่เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งความภูมิใจของตระกูลธนวินท์เกิดรอยร้าวขึ้นอย่างฉับพลัน พร้อมกับแสงไฟสีแดงจากโดรนติดอาวุธนับสิบตัวที่ลอยลำอยู่ด้านนอก กระจกแตกกระจายลงสู่พื้นราวกับฝนแก้วที่ร่วงหล่นลงมาท่ามกลางเสียงกรีดร้องของผู้คน ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางในเกมอำนาจที่ดุเดือดนี้ไปกับต้นไม้นะคะ
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานสายเปย์กับเลขาหน้าเงิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%