กล่องกระดาษลูกฟูกสามใบและกระเป๋าเดินทางผ้าใบเก่าๆ คือทรัพย์สินทั้งหมดที่เราสองคนเป็นเจ้าของในห้องเช่าขนาดสิบตารางเมตรแห่งนี้ค่ะ
มินตรากวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักสะสมมาหลายปีฉายชัดอยู่บนดวงหน้าหวานที่แม้จะปราศจากเครื่องสำอางก็ยังคงงดงามในสายตาของฉัน—อ่า, ในสายตาของภคินผู้เป็นสามี เธอกำลังใช้มือเรียวบางลูบไล้ขอบโต๊ะไม้เก่าๆ ที่มีรอยปลวกแทะอย่างอาลัยอาวรณ์ ไม่ใช่เพราะเสียดายวัตถุราคาถูกพวกนั้น หากแต่เป็นเพราะที่นี่คือพยานรัก... เป็นรังน้อยๆ ที่เราช่วยกันสร้างขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อและเศษเงินในกระเป๋า ตั้งแต่วันแรกที่เธอยืนหยัดเคียงข้างผู้ชายที่ใครๆ ต่างตราหน้าว่าเป็นแค่ "ไอ้แมงดาไร้ค่า"
"เราไปกันเถอะค่ะ มิน"
เสียงทุ้มต่ำแต่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนเอ่ยขึ้น พร้อมกับฝ่ามืออุ่นจัดที่เอื้อมมาโอบกอดเรียวไหล่บอบบางเอาไว้ ภคินทอดมองภรรยาด้วยแววตาที่ลึกล้ำเกินกว่าที่ใครจะคาดเดา ภายใต้เสื้อผ้าเนื้อดีราคาแพงที่เขาเพิ่งเปลี่ยนเมื่อช่วงบ่าย คือร่องรอยของความอดทนอดกลั้นมาเนิ่นนาน เพื่อรอคอยวันที่ทุกอย่างพร้อม... วันที่จะกวาดล้างพวกที่เคยเหยียบย่ำเธอให้จมดิน และวันที่เขาจะมอบ "โลกทั้งใบ" ให้ผู้หญิงคนนี้ได้ครอบครองอย่างสมเกียรติ
มินตราพยักหน้ารับเบาๆ เธอยังคงไม่รู้ว่าสามีหนุ่มพนักงานบริษัทธรรมดา (ในสายตาเธอ) ไปหาเงินก้อนโตมาจากไหนถึงสามารถจ่ายค่ามัดจำห้องชุดหรูได้ แต่สำหรับเธอแล้ว ต่อให้อพรุ่งนี้เราต้องกลับมาลำบากอีกครั้ง ขอแค่มีผู้ชายคนนี้อยู่เคียงข้าง เธอก็ไม่หวาดกลัวอะไรทั้งสิ้น
เมื่อก้าวพ้นธรณีประตูห้องเช่าโทรมๆ กลิ่นอับชื้นและเสียงทะเลาะวิวาทของห้องข้างๆ ก็ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังอย่างถาวร
เบื้องล่างของตึกแถวเก่าแก่ริมถนนใหญ่ ภาพที่ปรากฏแก่สายตาทำ2ให้มินตราต้องชะงักฝีเท้าโดยอัตโนมัติ รถยนต์ซีดานสีดำเงางามสะท้อนแสงไฟนีออนจอดเทียบท่าอย่างสง่างาม ชายชุดสูทสากลสามคนยืนรออยู่ด้วยท่าทีนอบน้อมราวกับกำลังรอคอยพระราชوังคารเคลื่อนผ่าน หนึ่งในนั้นรีบก้าวเข้ามาโค้งคำนับภคินอย่างเคารพสูงสุด พร้อมกับยื่นกุญแจรถดอกหนึ่งให้
มินตร้าเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอกำลังจะอ้าปากท้วงว่าพวกเขาลานผิดคนหรือเปล่า แต่ภคินกลับเป็นฝ่ายรับกุญแจดอกนั้นมาถือไว้เอง รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของเขาทำให้เธอนิ่งงัดไปชั่วขณะ... รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยอำนาจและความเย่อหยิ่งที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
"ขึ้นรถเครับ... อือ, ขึ้นรถเถอะค่ะที่รัก" ภคินแก้คำพูดเกือบไม่ทันเมื่อเผลอใช้น้ำเสียงคุ้นเคยกับลูกน้อง
ตลอดทางที่รถหรูเคลื่อนตัวผ่านย่านธุรกิจใจกลางเมือง มินตรานั่งเงียบงัน หัวใจเต้นรำด้วยความสับสนและตื่นตระหนก วิิวทิวทัศน์นอกกระจกใสเปลี่ยนจากตึกแถวโทรมๆ เป็นตึกระฟ้าสถาปัตยกรรมล้ำสมัย แสงไฟระยิบระยับของมหานครแห่งนี้ดูราวกับกำลังต้อนรับการกลับมาของผู้เป็นเจ้าของที่แท้จริง และเมื่อรถคันหรูเบี่ยงตัวเข้าสู่ประตูรั้วเหล็กดัดอลังการที่เปิดอัตโนมัติ มินตราก็แทบหยุดหายใจ
เบื้องหน้าของพวกเขาคือคฤหาสน์สไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลขนาดมหึมา ตัวบ้านโอบล้อมด้วยสวนสวยระดับแลนด์สเคปและสระว่ายน้ำไร้ขอบที่ทอประกายระยิบระยับภายใต้แสงจันทร์ บริเวณลานจอดรถกว้างขวางมีซูเปอร์คาร์และไฮเปอร์คาร์รุ่นหายากจอดเรียงรายอยู่ไม่ต่ำกว่าห้าคัน มูลค่าของรถแต่ละคันรวมกันคงซื้อตึกแถวทั้งแถบที่เธอเพิ่งจากมาได้สบายๆ
"นี่... นี่มันอะไรกันคะ คิน?" มินตราหันมามองสามี เสียงของเธอสั่นพร่าเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจและความหวาดหวั่นลึกๆ
ภคินไม่ตอบคำถามในทันที เขาเปิดประตูลงจากรถ เดินอ้อมมาเปิดประตูฝั่งที่เธอนั่ง พร้อมกับยื่นมือหนาออกมาตรงหน้า ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอประกายรักใคร่ลึกซึ้งจนแทบจะหลอมละลายหัวใจคนมอง
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะ... ภรรยาของผม"
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลัง ก่อนจะจูงมือเธอให้ก้าวลงมาสัมผัสพื้นหินอ่อนนำเข้าจากอิตาลีที่เย็นเฉียบ มินต้ารู้สึกราวกับตัวเองกำลังยืนอยู่บนความฝันที่ตื่นตระหนก เธอคือนางซินเดอเรลล่าที่รองเท้าแก้วกำลังจะสวมใส่โดยเจ้าชายผู้กุมอำนาจสูงสุด
ทว่า... ในวินาทีที่แม่บ้านและพ่อบ้านนับสิบชีวิตก้มโค้งคำนับต้อนรับพวกเขาพร้อมเพรียงกันที่หน้าประตูใหญ่ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าของมินตราก็แผדเสียงแหลมสูงขึ้นทำลายความเงียบงัน
เธอยกมือขึ้นหยิบมันออกมาด้วยความประหม่า หน้าจอแสดงชื่อที่ทำให้เลือดในกายของเธอเย็นเฉียบลงในพริบตา... 'คุณแม่'
มินตราลังเลอยู่ชั่วขณะว่าจะกดรับดีหรือไม่ แต่ทว่าภคินกลับเป็นฝ่ายยื่นมือไปหยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นมาจากมือเธอด้วยความนิ่ง
รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายของมหาเศรษฐีหนุ่ม ก่อนที่เขาจะกดรับสายแล้วเปิด speaker ให้เสียงกรรโชกโฮกฮากของมารดาผู้เห็นแก่ตัวดังสะท้อนก้องโถงทางเข้าคฤหาสน์หรู
*(“นังมิน! แกอยู่ไหน ทำไมยังไม่โอนเงินค่ากระเป๋าแบรนด์เนมให้คุณหญิงดารารายเพื่อนแม่! รู้ไหมว่าฉันเสียหน้าแค่ไหนที่ลูกสาวกัดก้อนเกลืออย่างแกไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อของขวัญวันเกิดให้ท่าน! รีบไสหัวมาหาฉันที่โรงแรมแกรนด์พาเลซเดี๋ยวนี้เลยนะ!”)*
มินตราหน้าถอดสี ร่างบางสั่นเทาด้วยความอับอายและหวาดกลัวอิทธิพลของมารดา ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยปากแก้ตัวใดๆ ภคินกลับเป็นฝ่ายขยับเข้าไปใกล้ไมโครโฟนของโทรศัพท์ รอยยิ้มพิฆาตปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเลือดเย็น ดวงตาคมกริบเปล่งประกายอำมหิตที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งที่ขวางหน้า
"คุณแม่ครับ..." ภคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่น่าเกรงขามจนปลายสายเงียบกริบไปทันที "ไม่ต้องรอนะครับ เพราะต่อจากนี้ไป... คนตระกูลกุลธิดาอย่างพวกคุณ จะไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเหยียบเข้ามาในเมืองนี้อีกต่อไปแล้วล่ะครับ"
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ต้นไม้ริมระเบียง" เสมอมานะคะ
ท่านประธานสายเปย์กับเลขาหน้าเงิน•ตอนที่ 4
บ้านหลังใหม่และรถหรูคันแรก
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานสายเปย์กับเลขาหน้าเงิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!