"ฉันบอกคุณแล้วไม่ใช่เหรอคะ..." ภคินก้าวออกมายืนบังภรรยาไว้ครึ่งตัว น้ำเสียงของเขาเรียบสนิทจนน่ากลัว แต่แฝงไปด้วยพลังกดดันที่ทำให้อากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลดลงอย่างฮวบฮวบ "ว่าดินแดนตรงนี้... ห้ามหมาตัวไหนเหยียบเข้ามาเด็ดขาด"
เสียงหัวเราะเยาะในลำคอของชายชุดดำร่างยักษ์สามคนที่ยืนขวางทางเดินส่วน
บุคคลวีไอพีของโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาวดังขึ้นอย่างน่ารังเกียจ พวกมันส่งสายตากวาดมองสำรวจภคินและมินตราตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความดูแคลน ราวกับกำลังมองมดปลวกที่พร้อมจะถูกบดขยี้ให้แหลกคาเท้าได้ทุกเมื่อ
"ปากดีนักนะไอ้หนุ่ม แกคิดว่ากว้านซื้อหุ้นโรงแรมนี้ไว้แล้วจะใหญ่ค้ำฟ้ามาจากไหนวะ?" ชายหัวโล้นที่มีแผลเป็นน่ากลัวพาดผ่านแก้มซ้ายกระชับสูทราคาแพงที่สวมทับรูปร่างหนาตัน มันคือลูกน้องคนสนิทของกลุ่มอิทธิพลเก่าแก่ที่กำลังเสียผลประโยชน์มหาศาลจากการรุกคืบอย่างไร้ความปรานีของภคิน "นายใหญ่ของเราฝากเตือนมาว่า... ถ้าแกยังไม่หยุดมือจากการฮุบกิจการในย่านการค้านี้ ศพต่อไปอาจจะไม่ใช่แค่หมาข้างถนน แต่อาจจะเป็นเมียสวยๆ ของแกนี่แหละ"
มินตราที่ยืนอยู่ด้านหลังสะดุ้งเล็กน้อย สัญชาตญาณความหวาดกลัวต่อภัยมืดพยายามร้องเตือน แต่ทันทีที่ปลายนิ้วอุ่นของสามีเอื้อมมาสัมผัสและกุมมือเธอไว้แน่น ความกลัวเหล่านั้นก็พลันมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความเชื่อมั่นอันหนักแน่นที่ร่วมสร้างกันมาผ่านวันเวลาที่ยากลำบาก
มินตราสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะก้าวออกมาเคียงบ่าเคียงไหล่สามี ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยวและเยือกเย็นไม่แพ้กัน เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเหนือกว่า "พวกคุณคงเข้าใจอะไรผิดไปถนัดเลยนะคะ..." น้ำเสียงของเธอหวานใสแต่เฉียบคมดุจใบมีดอาบน้ำผึ้ง "คนที่กำลังจะกลายเป็นศพ... หรือพูดให้ถูกคือคนที่กำลังจะหมดตัวจนต้องไปนอนข้างถนน น่าจะเป็น 'นายใหญ่' ของพวกคุณต่างหากล่ะคะ"
"อีปากดี!" ชายร่างยักษ์ตบเท้าก้าวเข้ามาประชิด พร้อมกับยกมือขึ้นหมายจะคว้าแขนมินตราเพื่อเป็นการสั่งสอน
ทว่า... มันไม่มีโอกาสได้ทำเช่นนั้น
*พรึบ!*
ร่างของชายฉกรรจ์หยุดชะงักกลางอากาศราวกับถูกสตั๊ดด้วยภาพสโลว์โมชั่น ภคินไม่ได้ขยับตัวไปไหนไกล นอกจากดึงภรรยาหลบมาด้านหลังเล็กน้อยและปัดมือออกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับที่บอดี้การ์ดในชุดสูทสากลสีดำสนิทนับสิบชีวิตก้าวออกมาจากมุมมืดอย่างไร้สุ้มเสียง พวกเขาเคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็วและฝึกฝนมาอย่างโชกโชน ล็อคตัวชายชุดดำทั้งสามคนกดลงกับพื้นพรมราคาแพงในเสี้ยววินาที
"ปล่อยกูนะเว้ย! พวกแกเป็นใครวะ รู้ไหมว่ากูเป็นใคร!" ชายหัวโล้นดิ้นรนสุดแรงเกิด แต่แรงกดที่หัวไหล่จากมือเหล็กของบอดี้การ์ดทำให้มันทำได้เพียงส่งเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวด
ภคินก้มมองผลงานตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า นิ้วเรียวยาวหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดขึ้นมาเช็ดทำความสะอาดมือราวกับเพิ่งสัมผัสสิ่งสกปรก
"กลับไปบอกเจ้านายของพวกแก..." ภคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่น่าเกรงขามจนสะếnไปถึงขั้วหัวใจ "ว่าเกมนี้ฉันเป็นคนเดินหมาก... และถ้าพวกมันยังกล้าส่งสุนัขมารusกะวนกวายแถวนี้อีก ฉันจะไม่ได้แค่กว้านซื้อธุรกิจของพวกมัน แต่ฉันจะทำให้ตระกูลเก่าแก่ที่พวกมันกราบไหว้... กลายเป็นแค่ชื่อในประวัติศาสตร์ที่ไม่มีใครจดจำอีกต่อไป"
บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบลงทันที มีเพียงเสียงหอบหายใจด้วยความหวาดกลัวของพวกมัน
ในวินาทีนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของภคินก็ดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดูหน้าจอ ปลายสายคือเลขาคนสนิทที่รายงานสถานการณ์ด้วยน้ำเสียงร้อนรนปนตื่นเต้น
"ท่านประธานครับ... ฝั่งของตระกูลธนวินท์และเครือข่ายอิทธิพลเก่า เริ่มเคลื่อนไหวเงินสำรองก้อนสุดท้ายเพื่อพยุงหุ้นแล้วครับ แต่ทว่า..." ปลายสายเว้นจังหวะไปนิด "ระบบ AI ของเราตรวจพบการทำธุรกรรมแปลกปลอม พวกมันกำลังแอบถอนเงินจากกองทุนสีเทาเพื่อมาสู้กับเราครับ"
มุมปากของภคินยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ดูอันตรายที่สุดเท่าที่มินตราเคยเห็นมา เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุมและกำลังจะปิดฉากเกม
"จัดการตามแผน 'กวาดล้างเงา' ที่ฉันวางไว้ได้เลย" ภคินสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "ล็อคบัญชีทั้งหมด ส่งหลักฐานเส้นทางการเงินสีเทานี้ให้ DSI และสำนักงาน ปปง. ทันทีในวินาทีนี้... ไม่ต้องรอช้า"
"รับทราบครับท่านประธาน!"
ภคินกดวางสาย ก่อนจะหันกลับมามองภรรยาคู่ชีวิต สายตาที่แข็งกร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นล้ำลึกในพริบตา เขายกมือขึ้นลูบผมภรรยาอย่างอ่อนโยน "เราไปทานดินเนอร์กันเถอะค่ะคนดี เรื่องขยะพวกนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของระบบจัดการเถอะค่ะ"
มินตราพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มโล่งใจ ทั้งคู่กmกำลังจะก้าวเดินผ่านกลุ่มชายฉกรรจ์ที่นอนหมอบอยู่กับพื้น
ทว่า... จู่ๆ เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากสมาร์ทโฟนของมินตราก็ดังขึ้น *ติ๊ง!*
เธอก้มลงมองหน้าจอเพียงแวบเดียว รอยยิ้มบนใบหน้าก็แข็งค้างไปในทันที ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอคือภาพกล้องวงจรปิดหน้าบ้านพักของแม่ของเธอ (กุลธิดา) และข้อความปริศนาจากเบอร์แปลกที่ส่งตรงเข้ามา พร้อมกับรูปถ่ายของกุลธิดากำลังถูกชายชุดดำอีกกลุ่มหนึ่งคุมตัวไว้บนรถเก๋งสีดำคันใหญ่!
*“ถ้าไม่อยากให้แม่แกตายอย่างไร้สلفศพ... ถอนฟ้องคดีทั้งหมดของธนวินท์ซะ ไม่อย่างนั้น... เตรียมรับศพแม่ยายของแกได้เลย ไอ้คิน!”*
หัวใจของมินตราร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอเงยหน้าขึ้นมองสามีด้วยความตื่นตระหนก มือเรียวเย็นเฉียบด้วยความตกใจ
________________________________________
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและตื่นเต้นไปกับเกมธุรกิจและการล้างแค้นครั้งนี้ด้วยกันนะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ - ต้นไม้ริมระเบียง
ท่านประธานสายเปย์กับเลขาหน้าเงิน•ตอนที่ 17
การคุกคามจากเงาอืดมืด
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานสายเปย์กับเลขาหน้าเงิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!