ท่านประธานสายเปย์กับเลขาหน้าเงิน•ตอนที่ 18

ระบบปลดล็อกโหมดป้องกันขั้นสูงสุด

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
เสียงกริ่งเตือนภัยโทนต่ำดังก้องขึ้นในโสตประสาทของภคิน ไม่ใช่เสียงนาฬิกาปลุกธรรมดา แต่เป็นสัญญาณดิจิทัลเข้ารหัสระดับทหารที่ดังมาจากสมาร์ตโฟนเครื่องหรูบนโต๊ะทำงาน หัวใจของมินตราร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอเงยหน้าขึ้นมองสามีด้วยความตื่นตระหนก มือเรียวเย็นเฉียบด้วยความตกใจ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อเห็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของชายหนุ่มผู้เป็นสามี รอยยิ้มที่ไม่เคยปรากฏให้ใครเห็น รอยยิ้มของพญามารผู้กุมชะตากรรมของคนนับล้าน "คิน... เสียงอะไรน่ะคะ?" มินตราเอ่ยถาม เสียงสั่นพร่าด้วยความหวาดหวั่น ความกดอากาศในห้องทำงานวีไอพีแห่งนี้ลดต่ำลงอย่างกะทันหันราวกับพายุใหญ่กำลังก่อตัว "ไม่มีอะไรต้องกลัวค่ะที่รัก" ภคินเอื้อมมือไปกุมมือเรียวที่กำลังเย็นเฉียบของภรรยา สัมผัสอุ่น1จากฝ่ามือของเขาช่วยดึงสติเธอกลับมาได้บ้าง แต่แววตาของเขาในตอนนี้กลับคมกริบดุจใบมีดโกนที่อาบยาพิษ "แค่พวกสุนัขบ้ามันล้ำเส้นเข้ามาในอาณาเขตที่เราสร้างไว้... และได้เวลาที่พวกมันต้องชดใช้" ติ๊ง! หน้าจอโทรศัพท์มือถือของภคินสว่างวาบขึ้น พร้อมกับข้อความจากระบบปฏิบัติการลับที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบความพยายามทำลายล้างทรัพย์สินและชื่อเสียงของท่านจากกลุ่มทุนตระกูลธนวินท์ และข้อหาหมิ่นประมาทภรรยาของท่านโดยกุลธิดา] [สถานะระบบ: ปลดล็อก 'โหมดป้องกันขั้นสูงสุด' (Maximum Defense Protocol) สำเร็จ] [สิทธิพิเศษที่ได้รับ: ควบคุมสิทธิ์การถือครองหุ้น 85% ของธนาคารกลาง และอำนาจสั่งการกองกำลังรักษาความปลอดภัยพิเศษระดับประเทศ] มินตรากวาดสายตามองหน้าจอที่สะท้อนแสงสีแดงฉาน เธอหายใจไม่ทั่วท้อง สมองอันชาญฉลาดของเลขาฯ สาวประมวลผลสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ตระกูลธนวินท์คู่แข่งทางธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล และคุณแม่ของเธอเองที่คอยแต่จะเหยียดหยาม... กำลังเดินเข้าสู่หลุมพรางที่สามีเธอขุดไว้โดยไม่รู้ตัวเลยสักนิด "คุณ... คุณกำลังจะทำอะไรคะคิน?" มินตราถามเสียงแผ่ว หัวใจเต้นระรัวด้วยความกังวลระคนตื่นตระหนก แม้เธอจะรู้ว่าสามีไม่ใช่แค่พนักงานกินเงินเดือนธรรมดา แต่ขนาดจะคว่ำตระกูลใหญ่ระดับประเทศ มันไม่ใช่เรื่องที่คนธรรมดาจะทำได้ในพริบตาเดียว "ผมบอกแล้วอย่างไรคะว่า จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาเหยียบยยำคุณอีก" ภคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้สูทสั่งตัดราคาแพงแผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาจนแทบหายใจไม่ออก เขากดอินเตอร์คอมบนโต๊ะด้วยท่าทีสบายๆ แต่เด็ดขาด "เข้ามาได้" ประตูห้องทำงานเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง ชายชุดดำในชุดสูทสากlสากลนับสิบคนก้าวเข้ามาอย่างเป็นระเบียบพร้อมเพรียง ทุกคนเคลื่อนไหวด้วยสัญชาตญาณของทหารหน่วยรบพิเศษ ปรมาจารย์ด้านการรักษาความปลอดภัยระดับชาติยืนเรียงแถวหน้ากระดานก่อนจะโค้งคำนับให้ภคินอย่างนอบน้อม "ท่านประธานครับ กองกำลังพิเศษร้อยนายพร้อมปฏิบัติการตามคำสั่งแล้วครับ" หัวหน้าหน่วยรายงานเสียงเข้ม มินตราผุดลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ ร่างกายของเธอสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อตระหนักว่าสามีของเธอคือใครกันแน่ ชายหนุ่มที่นอนซมไข้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเธอในห้องเช่าแคบๆ คนที่เธอคอยหาเงินมาซื้อยาให้ คนที่เธอปกป้องด้วยหยาดเหงื่อแรงงาน... แท้จริงแล้วคือกษัตริย์ไร้บัลลังก์ที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด "ดีมาก" ภคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความปรานี "จัดการล็อกอายัดบัญชีทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลธนวินท์ในทันที และส่งหมายศาลคดีอาญาฐานหมิ่นประมาทและพยายามฮุบกิจการไปที่บ้านของกุลธิดาเดี๋ยวนี้ อย่าให้เหลือแม้แต่บาทเดียวที่จะใช้ซื้อข้าวประทังชีวิต" "รับทราบครับ!" เสียงขานรับดังกระหึ่มพร้อมเพรียงกัน ภคินหันกลับมามองภรรยา สายตาที่ดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนล้ำลึกในเสี้ยววินาที เขาดึงร่างบางเข้ามาสวมกอดไว้แนบอก ฝังจมูกลงบนเส้นผมนุ่มสลวยสูดดมความหอมเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด "ไปกันเถอะค่ะที่รัก... ไปดูการแสดงละครสัตว์ฉากสุดท้ายของพวกมันด้วยกัน" รถยนต์หรูหรานับสิบคันเคลื่อนขบวนออกจากลานจอดรถใต้ดินอย่างอลังการ มุ่งหน้าสู่คฤหาสน์ตระกูลธนวินท์ สถานที่ซึ่งกำลังมีการจัดงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จบนความพินาศของคนอื่น กุลธิดาและธนวินท์กำลังหัวเราะร่าด้วยความสะใจบนความหายนะที่พวกเขาร่วมกันวางแผนใส่ร้ายภคินและมินตรา ทว่า... ทันทีที่ขบวนรถหรูจอดสนิทหน้าประตูคฤหาสน์ ประตูรั้วเหล็กขนาดใหญ่ก็ถูกพังทลายลงด้วยรถหุ้มเกราะทหาร เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวหลายลำบินวนอยู่เหนือท้องฟ้าสาดส่องไฟไล่ฝ้าลงมาจนสว่างจ้าดุจเวลากลางวัน ธนวินท์ที่ถือแก้วไวน์อยู่ในมือถึงกับหน้าถอดสี แก้วในมือร่วงหล่นลงพื้นแตกกระจาย กุลธิดาอ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นร่างของภคินและมินตราก้าวลงจากรถ โดยมีกองกำลังติดอาวุธนับร้อยนายยืนคุ้มกันราวกับผู้นำประเทศ "ทะ... ทำไม... พวกแกมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!" ธนวินท์ตะโกนเสียงหลง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัว ภคินก้าวเดินเข้ามาด้วยจังหวะมั่นคง สายตาคมกริบมองเศษสวะตรงหน้าด้วยความสมเพชเวทนา มือหนายกโทรศัพท์มือถือขึ้นกดหน้าจอเพียงครั้งเดียว เสียงประกาศจากระบบธนาคารกลางก็ดังสะท้อนผ่านลำโพงบลูทูธทั่วบริเวณงานเลี้ยง [แจ้งเตือน: ทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลธนวินท์ถูกยึดอายัดโดยคำสั่งศาลสูงสุด และสิทธิ์การบริหารงานถูกโอนย้ายให้แก่ 'คุณมินตรา' ภรรยาของท่านประธานภคินเรียบร้อยแล้ว] กุลธิดาล้มพับลงไปกองกับพื้น เข่าอ่อนแรงทันทีที่ได้ยินชื่อลูกสาวที่ตนเองเพิ่งขับไล่ออกจากบ้าน ธนวินท์พยายามจะพุ่งเข้ามาโวยวายแต่ถูกกองกำลังพิเศษกดตัวลงกับพื้นอย่างไม่ไยดี มินตรามองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก น้ำตาคลอเบ้าด้วยความตื้นตันและตกใจ เธอกำชายเสื้อสูทของสามีแน่น ขณะที่ภคินโน้มใบกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลแต่น่าเกรงขาม "จำไว้นะคะมิน... ไม่มีใครบนโลกนี้มีสิทธิ์ทำให้คุณเสียน้ำตา แม้แต่คนที่คลอดคุณออกมาก็ตาม" ในจังหวะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ เสียงแจ้งเตือนข้อความสุดท้ายจากระบบก็เด้งขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์ของภคิน พร้อมกับเสียงเฮลิคอปเตอร์อีกลำที่กำลังบินลงจอดตรงหน้าพวกเขา... พร้อมกับบุคคลปริศนาที่ก้าวลงมาพร้อมเอกสารลับสุดยอดที่จะพลิกกระดานเกมนี้ไปตลอดกาล! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ต้นไม้ริมระเบียง" มาโดยตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานสายเปย์กับเลขาหน้าเงิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%