ท่านประธานสายเปย์กับเลขาหน้าเงิน•ตอนที่ 16

ดินแดนส่วนตัวของราชาธุรกิจ

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
"คุณแน่ใจนะคะว่านี่ไม่ใช่เกาะจำลองในสตูดิโอภาพยนตร์ฮอลลีวูด?" เสียงหวานเอ่ยถามพร้อมกับเรียวคางมนที่เชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตากลมโตคู่สวยกวาดมองผืนทรายสีขาวละเอียดราวกับแป้งฝุ่นที่ทอดยาวสุดสายตา ตัดกับน้ำทะเลสีเทอร์คอยซ์ใสแจ๋วสะท้อนแสงแดดระยิบระยับราวกับโรยด้วยผงเพชร มินตราก้มลงมองพื้นทรายใต้ฝ่าเท้าที่แทบไม่มีรอยเท้าอื่นใดเจือปน นอกจากรอยเท้าของเธอและเขา ลมทะเลพัดผ่านเส้นผมสลวยให้ไหว Lined ตามแรงลม กลิ่นอายของเกลือทะเลผสมผสานกับความเงียบสงบที่หาไม่ได้จากโลกภายนอก ทำให้หัวใจที่เคยเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ดิ้นรนในเมืองหลวง ค่อยๆ สงบลงทีละนิด ภคินยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมกริบที่มักจะซ่อนความเย็นชาไว้ภายใต้กรอบแว่นสายตา บัดนี้กลับทอประกายความอ่อนโยนจนแทบละลาย เขาก้าวเข้ามาประชิดร่างบาง วงแขนแข็งแรงโอบรอบเอวคอดกอดกระชับจากด้านหลัง ปลายคางได้รูปเกยลงบนลาดไหล่บอบบางของภรรยาคู่ชีวิต "ถ้าเป็นสตูดิโอ... ผมคงจ้างผู้กำกับที่เก่งที่สุดในโลกมาไม่ได้หรอกค่ะ เพราะผู้หญิงที่ผมอยากให้เป็นนางเอกของฉากนี้ มีค่ามากกว่างบประมาณทั้งปีของค่ายหนังยักษ์ใหญ่เสียอีก" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอทำเอามินตราต้องย่นคอหนีด้วยความจั๊กจี้ แต่ก็ยอมเอนกายพิงแผ่นอกกว้างนั้นแต่โดยดี ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในยามที่เธอยังคงหวาดระแวงกับโลกใบเดิม นี่คือเกาะส่วนตัว... ดินแดนที่ไม่มีชื่อในแผนที่ทางการ เพราะมันถูกกว้านซื้อและโอนกรรมสิทธิ์มาเป็นของเขาอย่างถูกต้องตามกฎหมายด้วยตัวเลขในบัญชีที่หากประกาศออกไป คงทำให้ตลาดหุ้นทั่วเอเชียสั่นสะเทือน เกาะแห่งนี้คือของขวัญวันครบรอบแต่งงานปีที่สาม สามปีที่ผ่านมา พวกเขาไม่ได้เริ่มต้นด้วยความหรูหรา ภคินในสายตาของคนทั่วไปเป็นเพียงแค่พนักงานออฟฟิศธรรมดาๆ ที่ต้องทำงานตัวเป็นเกลียวเพื่อใช้หนี้ก้อนโต ขณะที่มินตราคือผู้หญิงที่ยอมทิ้งอนาคตทางสังคม มากัดก้อนเกลือเกลือกกลั้วความลำบากเคียงบ่าเคียงไหล่กับเขา โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอกอดไว้ในยามหนาวเหน็บนั้น แท้จริงแล้วคือผู้กุมชะตากรรมของอาณาจักรธุรกิจมูลค่าหลายแสนล้าน "คุณใช้เงินไปเท่าไหร่กันคะกับที่นี่..." มินตราเอ่ยถามเสียงเบา ความกังวลเล็กๆ ลอยวนอยู่ในน้ำเสียง แม้เธอจะรู้ว่าตอนนี้ภคินไม่ใช่คนถังแตกเหมือนเก่า หลังจากที่เขาจัดการ "กวาดล้าง" ศัตรูทางธุรกิจและตบหน้าบรรดาไฮโซจอมปลอม รวมถึงคุณแม่กุลธิดาผู้เห็นแก่เงินให้ต้องอับอายขายหน้าจนแทบไม่มีแผ่นดินจะเดินไปแล้ว แต่สัญชาตญาณของคนที่เคยยากจนก็ยังทำให้เธออดเสียดายเงินแทนไม่ได้ ภคินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเอ็นดู เขารั้งร่างบางให้หันกลับมาเผชิญหน้า นิ้วเรียวยาวเกลี่ยปอยผมที่ปลิวมาปรกแก้มเนียนออกให้อย่างทะนุถนอม "จำคำที่ผมเคยบอกคุณในวันที่เรากินข้าวราดแกงข้างทางได้ไหมคะ?" มินตรากะพริบตาปริบๆ หวนนึกถึงอดีตอันยากลำบาก *"สักวันหนึ่ง... ทุกตารางเมตรบนโลกใบนี้ที่เธอปรารถนา ผมจะซื้อมันมาปูเป็นพรมต้อนรับก้าวแรกของเธอ"* คำพูดที่ในตอนนั้นเธอนึกว่าเป็นเพียงแค่คำพูดปลอบใจของสามีที่อยากให้เธอยิ้มออก แต่ในวันนี้... มันกลายเป็นความจริงที่ประจักษ์อยู่ตรงหน้า "ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้นค่ะคิน..." มินตราถอนหายใจยาว ดวงตากลมโตมองลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบ "ฉันแค่นظرถึงสิ่งที่คุณทำ... คุณเล่นงานธนวินท์จนแทบหมดตัว กว้านซื้อหุ้นของตระกูลนั้นจนพวกเขากลายเป็นขอทานชั่วข้ามคืน แถมยังซื้อเกาะนี่อีก ฉันกลัวว่า... สักวันหนึ่งอำนาจและเงินตราเหล่านี้จะเปลี่ยนคุณไป" รอยยิ้มบนใบหน้าของภคินจางหายไปเล็กน้อย แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นความจริงจังที่ล้ำลึก เขาจับมือบางทั้งสองข้างขึ้นมาแนบไว้ที่อกซ้าย ให้อัตราการเต้นของหัวใจที่มั่นคงและหนักแน่นเป็นเครื่องยืนยัน "มินคะ... ทุกสิ่งที่ผมทำ ทุกคนที่ผมทำลาย ไม่ใช่เพราะความสะใจหรือความกระหายอำนาจ แต่เพราะพวกมันบังAญยื่นมือสกปรกเข้ามายุ่งกับสิ่งเดียวที่ผมยอมแลกด้วยชีวิตได้" สายตาของมหาเศรษฐีหนุ่มทอประกายความเลือดเย็นวับขึ้นมาครู่หนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนยามที่มองภรรยา "โลกใบนี้มันโหดร้ายค่ะ ถ้าเราไม่เหยียบมันให้จมดิน เราก็จะเป็นฝ่ายถูกมันเหยียบย่ำ แต่สำหรับคุณ... ดินแดนตรงนี้จะไม่เคยมีคำว่าโหดร้าย ที่นี่คืออาณาจักรของเรา สิทธิ์ขาดทุกอย่างเป็นของคุณ แม้แต่ลมหายใจของผม ก็เป็นของคุณตั้งแต่แรกแล้วค่ะ" คำพูดที่ทรงพลังและจริงใจ ทำเอาขอบตาของมินต้าร้อนผ่าว เธอยิ้มทั้งน้ำตา โผเข้ากอดรอบคอแกร่งแน่น ซบใบหน้าลงกับลาดไหล่กว้าง ปล่อยให้ความอบอุ่นโอบล้อมหัวใจที่เคยหวาดกลัว บนเกาะแห่งนี้ ไม่มีสายตาทิ่มแทงจากกุลธิดาผู้เป็นแม่ที่เห็นแก่ตัว ไม่มีเสียงนินทาเหยียดหยามจากสังคมไฮโซจอมปลอม มีเพียงเสียงคลื่นลม ท้องฟ้ากว้าง และผู้ชายคนนี้... ผู้เป็นทั้งสามีและราชาที่ยอมมอบโลกทั้งใบให้เธอ ทว่า... ความสงบสุขมักเป็นเพียงภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรอเวลาให้พายุลูกใหญ่โหมกระหน่ำ ในขณะที่มินตรากำลังซึมซับความสุขอยู่กับอ้อมกอดอันปลอดภัย เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวรุ่นท็อปที่ไม่ได้แจ้งกำหนดการล่วงหน้า ก็คำรามกึกก้องแหวกผ่านชั้นเมฆลงมาใกล้ชายหาด แรงลมจากใบพัดตีผืนทรายกระจายฟุ้งเป็นวงกว้าง จนภคินต้องดึงภรรยาเข้ามาปกป้องไว้ในอ้อมแขน สายตาคมกริบหันขวับไปมองเครื่องบินลำนั้นด้วยแววตาที่เยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก เครื่องบินลงจอดสนิท ประตูห้องโดยสารเปิดออก ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวลงมา พร้อมด้วยชายชุดดำอีกสี่คนที่ยืนคุมเชิงอย่างระแวดระวัง มินตราเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อจำใบหน้าของแขกไม่ได้รับเชิญคนนั้นได้แม่นยำ นั่นคือ... ประธานกรรมการอาวุโสแห่งกลุ่มทุนข้ามชาติที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเอเชีย ผู้ชายที่แม้แต่ธนวินท์ยังต้องก้มหัวให้ด้วยความหวาดกลัว และเป็นบุคคลที่เคยประกาศกร้าวว่าจะบดขยี้ธุรกิจของภคินให้พังพินาศเมื่อปีก่อน! ชายชราผู้ทรงอิทธิพลเดินตรงเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าพวกเขาทั้งสอง รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก ก่อนที่เขาจะโค้งศีรษะลงเล็กน้อย—ไม่ใช่เพื่อทักทายภคิน แต่เป็นการโค้งคำนับให้ "มินตรา" ด้วยท่าทีที่ทำเอาลมหายใจของเธอเกือบสะดุด "ขออภัยที่มารบกวนเวลาส่วนตัวครับ... ท่านประธาน และ... นายหญิง" เสียงแหบต่ำเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงัดของเกาะส่วนตัวที่บัดนี้กลับกลายเป็นสนามรบไร้เสียง "ฉันบอกคุณแล้วไม่ใช่เหรอคะ..." ภคินก้าวออกมายืนบังภรรยาไว้ครึ่งตัว น้ำเสียงของเขาเรียบสนิทจนน่ากลัว แต่แฝงไปด้วยพลังกดดันที่ทำให้อากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลดลงอย่างฮวบฮวบ "ว่าดินแดนตรงนี้... ห้ามหมาตัวไหนเหยียบเข้ามาเด็ดขาด" - ต้นไม้ริมระเบียง - ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความรักที่ต้องแลกมาด้วยเกมธุรกิจที่เชือดเฉือนนะคะ
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานสายเปย์กับเลขาหน้าเงิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%