ท่านประธานสายเปย์กับเลขาหน้าเงิน•ตอนที่ 13

กับดักหนี้สินก้อนโต

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะกระจกนิรภัยราคาแพงระยับดังสนั่นห้องทำงานใหญ่ หักกลบความเงียบงันอันน่าอึดอัดที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกตารางนิ้ว ธนวินท์หอบหายใจถี่กระชั้น เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคายที่บิดเบี้ยวด้วยความตื่นตระหนก ตัวเลขสีแดงฉานบนหน้าจอแท็บเล็ตรายงานสถานะทางการเงินของบริษัทกำลังกะพริบเตือนซ้ำๆ ราวกับเยาะเย้ยความโง่เขลาของเขา มันเกิดอะไรขึ้น... ทำไมทุนสำรองหมุนเวียนหลักร้อยล้านถึงละลายหายไปในชั่วข้ามคืน? ทายาทหนุ่มผู้เคยเย่อหยิ่งและมั่นใจในอำนาจเงินตราของตระกูล แทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเมื่อรายงานการตรวจสอบภายในระบุตรงกันว่า สินทรัพย์สภาพคล่องทุกลงทุนถูกดูดซับผ่านเครือข่ายบริษัทนิติบุคคลบังหน้าอย่างไร้ร่องรอย และผู้ที่ถือครองกุญแจสำคัญในการอนุมัติวงเงินกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำที่เขาหลงกลเข้าไปเซ็นสัญญาค้ำประกันเมื่อสัปดาห์ก่อน คือกลุ่มทุนเงาที่ไร้ที่มาที่ไป... หรือถ้าพูดให้ถูกคือ มันเป็นกับดักที่ถูกขุดหลุมรอไว้ตั้งแต่แรกแล้ว "คุณธนวินท์คะ ทางธนาคารโทรมาแจ้งว่า สินเชื่อฉุกเฉินวงเงินห้าสิบล้านที่ท่านยื่นเรื่องขออนุมัติเมื่อเช้า... ถูกปฏิเสธค่ะ" เลขานุการหน้าซีดเผือดวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้อง น้ำเสียงสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ "และ... และทางผู้ถือหุ้นใหญ่กลุ่มใหม่เพิ่งส่งหนังสือแจ้งเตือนด่วน พวกเขาจะเรียกคืนหนี้สินระยะสั้นทั้งหมดภายในสามวัน ถ้าเราไม่มีเงินสดมาโปะ... บริษัทจะถูกฟ้องล้มละลายทันทีค่ะ!" สิ้นคำประกาศนั้น ธนวินท์เข่าทรุดลงกระแทกกับพื้นพรมราคาแพง โลกทั้งใบหมุนเคว้งคว้าง ความมั่นใจและความทะนงตนที่เคยมีถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี สมองของเขากำลังประมวลผลอย่างบ้าคลั่ง ใครกันที่มีพลังอำนาจมหาศาลขนาดนี้ ใครกันที่สามารถชักใยสถาบันการเงินและกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ให้ร่วมมือกันบีบคั้นเขาจนมุมได้ในเวลาเพียงไม่กี่วัน ภาพใบหน้าเรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นของภคินแวบเข้ามาในหัว ธนวินท์เคยคิดว่าผู้ชายคนนั้นเป็นเพียงแค่ไอ้กระจอกที่เกาะผู้หญิงกิน เป็นแค่ตัวตลกในสายตาของไฮโซตระกูลดัง แต่ในตอนนี้... เขากลับตาสว่างอย่างเจ็บปวดว่า ตนเองต่างหากที่เป็นเพียงมดปลวกตัวจ้อยที่เดินเข้าไปติดกับดักมรณะของพญามารอย่างเต็มใจ ในขณะเดียวกัน ที่ห้องทำงานส่วนตัวชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางเมือง บรรยากาศกลับอบอวลไปด้วยความสงบเงียบและกลิ่นหอมละมุนของชาออร์แกนิก ภคินกำลังนั่งไขว่ห้างพลิกดูรายงานความคืบหน้าบนแท็บเล็ตด้วยสีหน้าเรียบเฉย ดวงตาคมกริบฉายแววเฉียบคมและเลือดเย็น ชัยชนะที่แลกมาด้วยการวางแผนอย่างรอบคอบเป็นเวลาแรมปีไม่ได้ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นแม้แต่น้อย เพราะมันเป็นผลลัพธ์ที่เขารู้อยู่แล้วตั้งแต่ต้น—ไม่มีใครหน้าไหนกล้าแตะต้องสิ่งที่เขารัก และไม่มีใครที่บังอาจดูถูกภรรยาของเขาแล้วจะยังยืนหยัดอยู่บนโลกนี้ได้อย่างสบายใจ มินตรายืนมองสามีจากริมระเบียงกระจก มือเรียวบางถือแก้วกาแฟอุ่นๆ เดินเข้ามาใกล้พร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยนที่สงบและทรงพลังในเวลาเดียวกัน แม้เธอจะไม่ได้เข้าร่วมสงครามธุรกิจอันดุเดือดนี้โดยตรง แต่สายตารู้ทันของเธอก็อ่านเกมขาดทุกย่างก้าว "คุณเล่นแรงไปหรือเปล่าคะ... ถึงขนาดทำให้บริษัทของเขาพังครืนลงมาในคราวเดียวแบบนี้" มินตราเอ่ยถามเบาๆ น้ำเสียงเจือแววเย้าแหย่เล็กน้อย ขณะวางแก้วกาแฟลงตรงหน้าชายหนุ่ม ภคินเงยหน้าขึ้น แววตาที่เคยแข็งกร้าวและเย็นชาเมื่อครู่พลันแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นลุ่มลึกอย่างรวดเร็ว เขารั้งเอวบางของภรรยาเข้ามานั่งตักอย่างเป็นเจ้าandเข้าเจ้าทาง ฝังจมูกลงกับกลุ่มผมนุ่มสูดดมความหอมอย่างคุ้นชิน ราวกับโลกทั้งใบย่อส่วนเหลือเพียงแค่ผู้หญิงคนนี้ "สำหรับคนที่บังอาจมองคุณด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม และพยายามเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของคุณเมื่ออดีต... แค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำค่ะที่รัก" ภคินกระซิบเสียงทุ้มต่ำข้างใบหู น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความเด็ดขาดที่พร้อมจะเผาทำลายทุกสิ่งเพื่อปกป้องเธอ "ผมบอกคุณแล้วไงคะ ว่าผมจะทำให้คนที่เคยหัวเราะใส่คุณ ต้องมาคุกเข่าร้องขอความเมตตาต่อหน้าคุณด้วยตัวเอง" มินตราสบตาคมกริบนั้น หัวใจดวงน้อยไหววับด้วยความซาบซึ้ง ความรักและความผูกพันที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาเนิ่นนานพิสูจน์แล้วว่า ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่แค่สามีตามกฎหมาย แต่คือเกราะคุ้ม ภัยที่แข็งแกร่งที่สุดในชีวิตของเธอ ทว่า ความเงียบสงบในห้องทำงานหรูต้องสะดุดลง เมื่อโทรศัพท์มือถือราคาแพงของภคินสั่นครืดขึ้นมา หน้าจอแสดงเบอร์โทรเข้าของกุลธิดา—แม่ยายผู้เคยจงเกลียดจงชังและขับไล่ไสส่งเขาออกจากตระกูลอย่างไร้เยื่อใย ภคินปรายตามองหน้าจอด้วยรอยยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยันและอำนาจเหนือกว่า เขาปล่อยให้เสียงเรียกดังซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเกือบตัดสายไป ก่อนจะกดรับและเปิดสపీกเกอร์โฟนเพื่อให้มินตราได้ยินชัดเจน "คุณคิน! ช่วยด้วยค่ะคุณคิน!" เสียงกรีดร้องโหยหวนของกุลธิดาดังลั่นทะลุลำโพงเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวสุดขีด "ตอนนี้ธนาคารกำลังจะยึดบ้านของเรา บริษัทของธนวินท์ก็กำลังจะล้มละลาย... คุณพอจะมีทางช่วยครอบครัวเราสักครั้งไหมคะ ลูกมิน... ลูกมินอยู่กับคุณใช่ไหม บอกลูกให้ช่วยพวกเราด้วย!" ภคินยังคงนิ่งเงียบ ไม่เอื้อนเอวาคำใดออกมา ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่กดดันปลายสายจนแทบขาดใจ ขณะที่สายตากลับทอดมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใส เบื้องล่างนั้น รถหรูราคาแพงหลายคันกำลังแล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าตึก พร้อมกับร่างของชายผู้เคยเย่อหยิ่งกำลังก้าวลงจากรถด้วยสภาพเนื้อตัวมอมแมมและแววตานรกแตกที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ธนวินท์กำลังพุ่งเข้ามาในตึกนี้... และเขากำลังจะมาถึงหน้าประตูห้องทำงานของภคินในอีกไม่ถึงสามนาทีข้างหน้า! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานสายเปย์กับเลขาหน้าเงิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%