ท่านประธานสายเปย์กับเลขาหน้าเงิน•ตอนที่ 37

การพังทลายของอาณาจักรศัตรู

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
เสียงค้อนไม้ประมูลของเจ้าพนักงานบังคับคดีดังขึ้นครั้งสุดท้าย ก้องกังวานไปทั่วห้องโถงกว้างใหญ่ที่เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งความโอ่อ่าและอำนาจของตระกูลธนวินท์ แต่ในยามนี้ มันกลับกลายเป็นเพียงสุสานของความโลภและทิฐิอันไร้ค่า "ปิดการประมูลคฤหาสน์หรูพร้อมที่ดินแปลงย่อยทั้งหมด... สิทธิ์ในการครอบครองตกเป็นของ 'บริษัท ภคินโฮลดิ้ง จำกัด' ด้วยวงเงินสุทธิสองพันล้านบาทถ้วนค่ะ!" เสียงประกาศนั้นรา່ຽวดังสายฟ้าที่ฟาดผ่ากลางแสกหน้าของกุลธิดาและธนวินท์ สองแม่ลูกที่เคยยืนอยู่บนจุดสูงสุดของสังคมไฮโซ ร่างของกุลธิดาสั่นเทิ้มจนแทบทรงตัวไม่อยู่ ใบหน้าที่เคยประทัดด้วยเครื่องสำอางราคาแพงและรอยยิ้มเยาะหยันบิดเบี้ยวจนน่าเวทนา ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดขณะมองเอกสารกรรมสิทธิ์ที่กำลังถูกพนักงานเซ็นชื่อโอนย้ายต่อหน้าต่อตา "ไม่จริง... มันจะเป็นไปได้อย่างไร!" ธนวินท์คำรามด้วยเสียงแหบพร่า เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นัยน์ตาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นและไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น "ทรัพย์สินของเรามีมูลค่ามากกว่านั้น! พวกคุณไม่มีสิทธิ์เอาไปขายทอดตลาดในราคาถูกๆ แบบนี้! ผมจะฟ้อง... ผมจะฟ้องศาล!" "ฟ้องหรือคะ, คุณธนวินท์?" เสียงทุ้มนุ่มแต่เยียบเย็นจนน่าขนลุกดังขึ้นจากความเงียบงันด้านหลังกลุ่มผู้สื่อข่าวที่กรูเข้ามาทำข่าว ร่างสูงสง่าในชุดสูททักซิโด้สั่งตัดพิเศษเข้ารูปก้าวเดินเข้ามาอย่างมั่นคง ทุกย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่กดดันให้บรรยากาศภายในห้องโถงลดอุณหภูมิลงจนเฉียบขาด ใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับเทพบุตรแต่นัยน์ตากลับไร้ซึ่งความปรานี ข้างกายของเขาคือมินตรา หญิงสาวในชุดเดรสยาวสีดำสนิทที่ขับเน้นความสง่างามและความเยือกเย็น เธอไม่ได้สวมเครื่องประดับราคาแพงชิ้นใด นอกจากแหวนเพชรเม็ดงามที่นิ้วนางข้าง左—แหวนวงเดิมที่เคยถูกกุลธิดาปัดตกพื้นและเหยียบย่ำด้วยคำดูถูกว่า 'นังผู้หญิงหน้าเงินที่เกาะผู้ชายกิน' กุลธิดาหันขวับไปมองผู้มาใหม่ ดวงตาของหล่อนเบิกกว้างยิ่งกว่าเดิมเมื่อสมองประมวลผลทันทีว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือใคร คนที่หล่อนเคยไล่ออกจากบ้านอย่างหมูอย่างหมา คนที่หล่อนคิดว่าเป็นเพียงแค่พนักงานกินเงินเดือนกระจอกๆ ไร้หัวนอนปลายเท้า! "ทะ... คิน? แก... แกยังไม่ตาย!?" กุลธิดากรีดร้องออกมาสุดเสียง เสียงนั้นแหลมสูงจนบาดแก้วหูของผู้คนรอบข้าง ร่างชราทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ ความจริงที่กระแทกเข้าใส่หน้าทำให้หล่อนแทบกระอักเลือด คนที่หล่อนพยายามเหยียบย่ำและทำลายล้างมาตลอด แท้จริงแล้วคือมหาเศรษฐีผู้กุมชะตากรรมของเศรษฐกิจครึ่งประเทศไว้ในกำมือ! ภคินไม่ได้ชายตามองหญิงสูงวัยที่กำลังดิ้นรนด้วยความสิ้นหวังแม้แต่น้อย สายตาคมกริบกวาดมองคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เขากำลังจะเข้ามายึดครอง ก่อนจะก้มลงมองมือบางของภรรยาที่กุมมือเขาไว้แน่น มินตราส่งยิ้มบางๆ ให้เขา รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความโล่งใจและความภาคภูมิใจในตัวสามีผู้ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา "แม่ครับ..." ธนวินท์พยายามประคองมารดาขึ้นด้วยมือที่สั่นเทา เขากลืนก้อนสะอื้นลงคอด้วยความอับอายขายหน้า ท่ามกลางแฟลชกล้องนับร้อยที่สาดส่องเข้ามาอย่างไร้ความปรานี "เรา... เราหมดตัวแล้วจริงๆ" "ยังหรอกค่ะ, คุณธนวินท์" มินตราเป็นฝ่ายก้าวออกไปข้างหน้า น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่มั่น หนักแน่น กังวานชัดเจนจนทุกคนในห้องต้องเงียบเสียงลงเพื่อฟัง "หนี้สินที่พวกคุณกู้ยืมมาเพื่อค้ำจุนหน้าตาทางสังคม รวมถึงการติดสินบนเจ้าหน้าที่เพื่อฮุบสัมปทานของบริษัทฉัน... ดอกเบี้ยและเงินต้นทั้งหมด ถูกรวบรวมและยื่นฟ้องล้มละลายเรียบร้อยแล้วค่ะ ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป แม้แต่เสื้อผ้าที่พวกคุณสวมอยู่ ก็ถือเป็นทรัพย์สินที่ต้องถูกยึดเพื่อชดใช้หนี้ของแผ่นดิน" คำพูดนั้นเปรียบเสมือนกิโยตินที่ตกลงมาตัดขั้วหัวใจของสองแม่ลูก ธนวินท์หันขวับมามองอดีตเลขาฯ ที่เขาเคยดูถูกเหยียดหยามสารพัด ความจริงที่ว่าผู้หญิงที่เขาเคยคิดจะเขี่ยทิ้งอย่างไรก็ได้ คือผู้หญิงคนเดียวกับที่ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทคู่แข่งและเป็นภรรยาของมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง ทำให้เขาเข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้นตามมารดา "มินตรา... ฉันขอร้อง..." ธนวินท์พยายามจะคลานเข้าไปหา แต่ถูกบอดี้สรูมชุดสูทสีดำสนิทสกัดกั้นเอาไว้ด้วยการยืนขวางอย่างแข็งแกร่ง "เห็นแก่ที่เราเคยทำงานร่วมกัน... ปล่อยพวกเราไปเถอะนะ!" "ทำงานร่วมกัน?" ภคินแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยามอย่างถึงที่สุด มือหนาโอบเอวบางของภรรยาเข้ามาแนบชิด แสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน "แกไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยชื่อเธอด้วยซ้ำ ธนวินท์... สิ่งที่พวกแกทำกับภรรยาฉัน ตระกูลของแกต้องชดใช้ด้วยทุกอย่างที่มี... จนกว่าชีวิตจะหาไม่" ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องโถงอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงสะอื้นไห้ด้วยความสิ้นหวังของกุลธิดาและธนวินท์ สองชีวิตที่เคยอยู่บนจุดสูงสุดของความเย่อหยิ่ง บัดนี้ร่วงหล่นลงสู่ก้นเหวแห่งความอัปยศอย่างไร้ทาง ภคินก้มลงกระซิบข้างใบหูของภรรยาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่แตกต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ "กลับบ้านกันเถอะครับที่รัก งานเลี้ยงต้อนรับที่ผมเตรียมไว้ให้คุณที่คฤหาสน์หลังใหม่... กำลังรอเราอยู่" มินตราพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม ทั้งสองหันหลังให้กับความพินาศย่อยยับเบื้องหลัง ก้าวเดินเคียงบ่าเคียงไหล่ออกไปสู่แสงสว่างเจิดจ้าด้านนอก โดยไม่แม้แต่จะเหลียวกลับมามองเศษซากอารยธรรมจอมปลอมที่พวกเขาร่วมกันบดขยี้จนราบคาบ ทว่า... ในขณะที่ประตูรถลิมูซีนหรูสีดำสนิทกำลังจะปิดลง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของภคินก็สั่นขึ้น หน้าจอแสดงเบอร์โทรเข้าจากเลขานุการส่วนตัวที่รายงานข้อมูลลับสุดยอดด้วยน้ำเสียงร้อนรน "ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... บุคคลปริศนาที่กว้านซื้อหุ้นสำรองทั้งหมดของเราเมื่อสามชั่วโมงก่อน ปรากฏตัวแล้วครับ... และคนที่ก้าวลงจากเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวตอนนี้ คือ..." ต้นไม้ริมระเบียง ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานสายเปย์กับเลขาหน้าเงิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%