เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานกระจกใสไม่ได้ดังขึ้นด้วยท่วงทำนองอันน่ารื่นรมย์ หากแต่มันสั่นสะเทือนถี่รัวติดต่อกันราวกับจะประกาศก้องถึงความวินาศสันตะโรที่กำลังคืบคลานเข้ามาในชีวิตของใครบางคน
มินตราละสายตาจากกองเอกสารงบการเงินบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ นิ้วเรียวที่มักจะมีรอยหมึกปากกาจางๆ จากการทำงานหนักหยุดชะงักลง ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองข้อความแจ้งเตือนธนาคารที่เด้งขึ้นมาไม่หยุด — *ยอดเงินโอนเข้า... ห้าร้อยล้านบาท*, *ยอดเงินโอนเข้า... หนึ่งพันล้านบาท* และตามมาด้วยข้อความจากสำนักงานกฎหมายระดับประเทศที่ระบุชัดเจนว่า ทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลธนกุลถูกยึดอายัดและโอนกรรมสิทธิ์มายัง "ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุด" เรียบร้อยแล้ว
ชื่อของผู้ถือหุ้นใหญ่นั้นถูกซ่อนไว้ภายใต้รหัสลับสูงสุด แต่หัวใจของมินตรากลับเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ
ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านจากปลายนิ้วลามเลียขึ้นมาถึงต้นสันหลัง เมื่อภาพความทรงจำตลอดหลายปีที่ผ่านมาไหลย้อนกลับเข้ามาในหัว สมาร์ทโฟนราคาถูกหน้าจอแตกที่สามีของเธอใช้ รถยนต์อีโคคาร์มือสองที่ชอบเสียกลางทาง เสื้อผ้าเรียบง่ายไม่มีแบรนด์เนม และรอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยนที่ภคินมอบให้เธอเสมอในยามที่เธอเหนื่อยล้าจากการถูกครอบครัวและสังคมไฮโซรุมทึ้ง
ผู้ชายคนนั้น... สามีที่นอนเคียงข้างเธอมาตลอด ชายหนุ่มผู้ไม่เคยบ่นแม้แต่คำเดียวเมื่อถูกมารดาของเธอด่าทอว่าเป็น "ไอ้เกาะผู้หญิงกิน" และ "ไอ้แมงดาไร้ค่า"
"มินคะ... คุณยังอยู่ที่ทำงานอีกเหรอ"
เสียงทุ้มนุ่มที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสอ่อนโยนของผ้าคลุมไหล่เนื้อดีที่ถูกบรรจงวางลงบนลาดไหล่บอบบาง ภคินยืนอยู่ตรงนั้น รอยยิ้มบางๆ ที่ประดับบนใบหน้าหล่อเหลายังคงอบอุ่นและไร้พิษภัยเช่นเดิม ดวงตาคมกริบที่ซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นสายตาดูลึกล้ำเกินกว่าที่เธอเคยสังเกตเห็น
มินตราค่อยๆ หันกลับไปมองหน้าสามี หัวใจของเธอหนักอึ้งราวกับถูกหินผาทับ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความโหยหาและความสับสนอัดแน่นอยู่เต็มอก เธอยื่นโทรศัพท์มือถือที่มีข้อความมหาศาลนั้นให้เขาดูโดยไม่พูดอะไรสักคำ
บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวเงียบกริบลงทันที เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาๆ แข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวระทึก
ภคินไม่ได้ตกใจ เขานิ่งสงบอย่างน่าประหลาด รอยยิ้มจางๆ บนมุมปากค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาที่ลุ่มลึก ทรงอำนาจ และเด็ดขาดจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวของชายหนุ่มเปลี่ยนไปในชั่วพริบตา จากสามีผู้แสนธรรมดา กลายเป็น "ผู้ล่า" ระดับ
"คุณรู้... ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ คิน" น้ำเสียงของมินตราสั่นเครือเล็กน้อย ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เป็นเพราะความตระหนักรู้ว่า ผู้ชายคนนี้แบกรับอะไรรวมถึงปกป้องเธอไว้จากโลกที่โหดร้ายมาโดยตลอด
ภคินทอดถอนหายใจเบาๆ เขาไม่ได้เอ่ยคำปฏิเสธ มือหนายื่นออกไปกุมมือเรียวที่กำลังสั่นเทาของภรรยาเอาไว้
"ผมไม่เคยคิดจะปิดบังคุณไปตลอดชีวิตหรอกนะมิน... เพียงแต่ โลกใบนั้นมันสกปรกเกินกว่าที่ผมจะดึงคุณเข้าไปตั้งแต่แรก" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่นุ่มนวลอย่างที่สุด "พวกมันดูถูกคุณ เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของคุณ และพยายามจะพรากคุณไปจากผม... คนพวกนั้น สมควรได้รับบทเรียนที่สาสมแล้วไม่ใช่เหรอครับ"
ภาพของกุลธิดาผู้เป็นมารดา และธนวินท์คู่หมั้นจอมปลอมที่เคยประกาศกร้าวว่าจะเหยียบย่ำเธอกับสามีให้จมดินผุดขึ้นมาในหัว มินตราบีบมือของภคินแน่นขึ้น ความจริงทั้งหมดกระจ่างชัดแจ้งแล้ว
สามีธรรมดาๆ คนนี้ คือประธานบริหารผู้กุมเศรษฐกิจครึ่งค่อนประเทศ และเป็นเจ้าของกลุ่มทุนข้ามชาติที่แม้แต่นายกรัฐมนตรียังต้องเกรงใจ!
ก่อนที่มินตราจะได้เอ่ยถามอะไรเพิ่มเติม เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งตามมารยาท ก่อนที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายกฎหมายของกลุ่มบริษัทในเครือภคินจะก้าวเข้ามาด้วยท่าทางนอบน้อมจนแทบชิดติดพื้น
"ท่านประธานครับ... ทางคุณกุลธิดาและคุณธนวินท์เดินทางมาถึงที่บริษัทแล้วครับ พวกเขาต้องการพบท่านเพื่อเจรจาเรื่องการอายัดทรัพย์สินทั้งหมด... และนี่คือเอกสารเชิญประชุมผู้ถือหุ้นด่วนที่สุดครับ"
ภคินปรายตามองเอกสารแผ่นนั้นด้วยหางตา รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนริมฝีปากหยักสวย เขาหันกลับมามองภรรยา ดวงตาคู่คมพินิจพิจารณาใบหน้าของหญิงสาวที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาเนิ่นนาน ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้หัวใจของมินตารางระเบิดด้วยความตื้นตัน
"ถ้าคุณอยากไปดูการล่มสลายของพวกมันด้วยตาตัวเอง... ผมจะพาคุณเดินเข้าไปในฐานะ 'นายหญิง' ของอาณาจักรนี้เองครับ มิน"
มินตราสูดลมหายใจเข้าลึก and เงยหน้าสบตาผู้เป็นสามีอย่างแน่วแน่ ความหวาดกลัวทั้งหมดมลายหายไป เหลือเพียงความเข้มแข็งที่ถูกหล่อหลอมจากความรักและความเจ็บปวดในอดีต เธอพยักหน้ารับช้าๆ
ทั้งสองก้าวออกจากห้องทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กัน มุ่งตรงไปยังห้องประชุมใหญ่ชั้นบนสุด ที่ซึ่งเหยื่อผู้เย่อหยิ่งกำลังรอคอยความพินาศย่อยยับด้วยน้ำมือของมหาเศรษฐีผู้กุมชะตาชีวิตของพวกเขาไว้ทั้งหมด
ประตูห้องประชุมบานใหญ่ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงผลักจากภายนอก กุลธิดาและธนวินท์ที่นั่งหน้าซีดเผือดอยู่ข้างในหันขวับมามองด้วยความหวังว่าจะเป็นผู้ช่วยชีวิต แต่เมื่อสายตาของทั้งคู่ประสานเข้ากับร่างสูงสง่าของภคิน และหญิงสาวที่ยืนเคียงข้างเขาอย่างสง่างาม ร่างของพวกเขาก็แข็งค้างราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
ธนวินท์เบิกตากว้างจนแทบถล่นเมื่อเห็นชุดสูทราคาแพงระยับที่ภคินสวมใส่ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง... เมื่อการ์ดรักษาความปลอดภัยนับสิบชีวิตโค้งคำนับให้สามีของมินตราด้วยความเคารพสูงสุด!
"ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของพวกคุณครับ... แม่ยาย" ภคินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา และทรงอำนาจจนทำให้คนฟังเข่าทรุดลงไปกองกับพื้นทันที
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ
ท่านประธานสายเปย์กับเลขาหน้าเงิน•ตอนที่ 27
ความจริงที่ภรรยาได้รับรู้
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานสายเปย์กับเลขาหน้าเงิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!