เสียงประกาศยกเลิกวงเงินสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมคณะกรรมการบริหารบริษัทโฮลดิ้งในเครือตระกูลกุลธิดา ราวกับเสียงอสุนีบาตฟาดกลางวันแสกๆ
กุลธิดานั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนเก้าอี้ประธานบุหนังแท้ราคาแพง ใบหน้าที่เคยเชิดขึ้นด้วยความหยิ่งผยองและรอยยิ้มเยาะเย้ยในงานเลี้ยงเมื่อคืน บัดนี้กลับซีดเผือดไร้สีเลือด สองมือที่สั่นเทาพยายามกำเอกสารประกาศระงับการเบิกจ่ายวงเงินฉุกเฉินมูลค่าหลายพันล้านบาทไว้แน่น จนปลายนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลน
"นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! ธนาคารสาขาใหญ่เพิ่งอนุมัติวงเงินหมุนเวียนให้เราเมื่อสัปดาห์ก่อนไม่ใช่หรือไง!" เสียงกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกของกุลธิดาดังลั่นห้องประชุม ทำลายความเงียบงันที่น่าอึดอัดลงอย่างสิ้นเชิง
ผู้บริหารระดับสูงหลายคนต่างพากันก้มหน้าหลบสายตา ไม่มีใครกล้าปริปากพูดความจริงที่โหดร้าย—ความจริงที่ว่า บัญชีทุกบัญชีของตระกูลกุลธิดาและบริษัทในเครือ กำลังถูกระบบอัลกอริทึมระดับสูงสุดของกลุ่มทุนปริศนาเข้าควบคุมและอายัดอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ภายในเวลาไม่ถึงสามนาที
ณ เพนต์เฮ้าส์หรูใจกลางมหานคร ภคินยืนทอดสายตามองทัศนียภาพเบื้องล่างผ่านกระจกนิกรีนกันกระสุนบานยักษ์ แสงไฟระยิบระยับของตึกสูงระฟ้าสะท้อนลงบนนัยน์ตาสีเข้มที่เย็นชาและไร้ซึ่งความปรานี นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนพื้นผิวโต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีเป็นจังหวะเนิบนาบ ทว่าเต็มไปด้วยอำนาจที่กดดันจนคนรอบข้างแทบหยุดหายใจ
มินตราเดินเข้ามาเงียบๆ พร้อมกับแก้วกาแฟอุ่นในมือ ร่างบางสวมชุดลำลองสบายๆ แต่ทว่าดวงตากลมโตคู่นั้นกลับฉายแววเฉียบคม เธอวางแก้วลงบนโต๊ะก่อนจะโอบกอดสามีจากด้านหลัง ซบใบหน้าลงกับแผ่นหลังกว้างที่ผ่านศึกหนักมาด้วยกัน
"คุณเล่นเกมตาต่อตาแบบนี้... ทางนั้นคงตั้งรับไม่ทันจนสติหลุดไปแล้วมั้งคะ" มินตราเอ่ยเสียงนุ่ม ริมฝีปากบางแย้มยิ้มบางเบาที่มุมปาก
ภคินหมุนตัวกลับมาโอบเอวบางของภรรยาเข้าหาตัว รอยยิ้มเย็นชาบนใบหน้าพลันมลายหายไป เหลือเพียงความอ่อนโยนล้ำลึกที่เขามีให้เธอเพียงผู้เดียว มือใหญ่ลูบกลุ่มผมนุ่มอย่างทะนุถนอม
"สำหรับคนที่เคยเหยียดหยามหยาดเหงื่อและความรักของคุณ การล้มละลายยังถือว่าปรานีเกินไปเสียด้วยซ้ำค่ะ... มิน" ภคินกระซิบชิดริมฝีปากเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง "ผมบอกแล้วไงคะว่า ใครที่บังجอาจทำให้คุณต้องเสียน้ำตา แม้แต่เศษดินกลบหน้าพวกมันก็จะไม่เหลือ"
ย้อนกลับไปเมื่อสองชั่วโมงก่อน ธนวินท์ ทายาทหนุ่มผู้เย่อหยิ่งแห่งตระกูลคู่แข่ง พยายามวิ่งวุ่นต่อสายหาผู้มีอิทธิพลทุกสารทิศเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับมีเพียงสัญญาณตัดสายทิ้งอย่างไร้เยื่อใย ไม่มีใครกล้าหาญพอที่จะเอาอนาคตของตัวเองมาแลกกับการเป็นศัตรูกับ 'กองทุนเงา' ที่กุมเศรษฐกิจครึ่งหนึ่งของประเทศไว้ในกำมือ และเจ้าของกองทุนนั้น... ก็คือชายหนุ่มที่พวกเขาเคยหัวเราะเยาะว่าเป็นเพียงแค่ 'ไอ้แมงดาเกาะผู้หญิงกิน'
กاتิงตระหนักดีว่าการแก้แค้นที่ดีที่สุดไม่ใช่การใช้กำลังเข้าหักหาญ แต่เป็นการทำลายรากฐานอำนาจที่พวกมันภาคภูมิใจที่สุดให้พังครืนลงมาด้วยตัวเลขในบัญชีที่กลายเป็นศูนย์
โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของภคินสั่นขึ้น หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากเลขาคนสนิท
"ท่านประธานครับ... ทางฝั่งคุณแม่ยายของคุณกุลธิดา ส่งตัวแทนมาขอเจรจาแล้วครับ พวกเขายอมจำนนทุกเงื่อนไข และขอร้องให้เราเปิดทางเดินกระแสเงินสดให้บริษัทลูกอย่างน้อยหนึ่งบริษัทเพื่อต่อลมหายใจครับ" เสียงรายงานจากปลายสายดังลอดออกมาอย่างชัดเจน
มินตราเงยหน้าขึ้นสบตาส สามี ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีความสะใจหรือความเยาะเย้ยหลงเหลืออยู่ มีเพียงความสงบเยือกเย็นของผู้หญิงที่ผ่านความยากลำบากมาจนเข้าใจสัจธรรมของโลกใบนี้
ภคินมุมปากกระตุกยิ้มเล็กน้อย ดวงตาคู่คมทอดมองออกไปไกลแสนไกล
"บอกพวกมันไปนะคะ ว่าประตูแห่งความเมตตาปิดตายตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว..." ภคินกดตัดสายอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหูภรรยาด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาคนฟังหัวใจเต้นระส่ำ
"คืนนี้... เราไปดินเนอร์ฉลองชัยชนะกันสองคนดีกว่านะคะ ที่ภัตตาคารชั้นบนสุดของตึกที่เราเคยไปกินข้าวแกงข้างทางด้วยกันในวันที่เราไม่มีอะไรเลย"
มินตราหัวسาะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความรักและความตื่นเต้นที่ก่อตัวขึ้นในใจ ทั้งสองกำลังจะก้าวเดินออกไปจากห้องทำงานเพื่อเตรียมตัว ทว่าจังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างสุภาพ แต่ทว่าหนักแน่น
ประตูกลางห้องเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต ร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด—คนที่ควรจะอยู่ต่างประเทศเพื่อหลบหนีคดีฉ้อโกง—กลับก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวและคราบน้ำตาอาบสองแก้ม กุลธิดาในสภาพชุดยับยู่ยี่และเนื้อตัวสั่นเทา คุกเข่าลงทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู พร้อมกับเงยหน้ามองตรงมาที่ภคินและมินตราด้วยแววตาสนเท่ห์แกแกมหวาดกลัวสุดขีด
"คิน... มิน... แม่ขอร้อง..." เสียงแหบพร่าเอ่ยออกมาพร้อมกับเสียงสะอื้น "ช่วยตระกูลของเราด้วย... พวกเธออยากได้อะไร แม่ยกให้หมดแล้ว..."
ต้นไม้ริมระเบียงขอขอบคุณคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ท่านประธานสายเปย์กับเลขาหน้าเงิน•ตอนที่ 25
การตอบโต้แบบตาต่อตา
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานสายเปย์กับเลขาหน้าเงิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!