เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะกระจกนิรภัยหนาเตอะดังสนั่นหวั่นไหว สะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานเพนต์เฮาส์หรูหราที่มองเห็นทัศนียภาพของมหานครเบื้องล่างได้แบบพาโนรามา ทว่าบรรยากาศภายในกลับหนתทึบและเย็นเยียบราวกับห้องแช่แข็ง
มินตราสะดุ้งเล็กน้อย ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นโดยอัตโนมัติ ดวงตากลมโตคู่สวยมองหน้าจอแท็บเล็ตในมือสลับกับใบหน้าของสามีที่ยังคงเรียบเฉยราวกำแพงหินผา
"คุณหญิงกุลธิดา... แม่ยายของคุณเองค่ะที่ตอนนี้ก้าวขึ้นมาถือหุ้นใหญ่ที่สุดและประกาศสงครามกับเราอย่างเป็นทางการแล้วค่ะ!"
คำพูดของเลขาฯ สาวคนสนิทatย้อนเข้ามาในโสตประสาทอีกครั้ง ประโยคที่หนักอึ้งราวกับก้อนหินที่ถูกทุ่มลงกลางอก มินตราสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นเทาใน1ช่องท้อง มือเรียวบางเอื้อมไปกุมมือหนาของภคินไว้แน่น ความอุ่นร้อนจากฝ่ามือของเขาคือเครื่องยึดเหนี่ยวเดียวในยามที่พายุลูกใหญ่กำลังโหมกระหน่ำเข้าใส่
ภคินไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอประกายลึกล้ำราวกับท้องยามวิกาลที่ซ่อนคลื่นใต้น้ำอันเชี่ยวกราก มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา และนั่นคือสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดสำหรับผู้ที่กล้าเข้ามาล้ำเส้น
"ท่านประธานคะ... ทางกลุ่มผู้อาวุโสตระกูลใหญ่ทั้งเจ็ด นำโดยคุณท่านธนวินท์ ได้ส่งจดหมายเวียนระงับวงเงินสินเชื่อทั้งหมด และกดดันให้คู่ค้าของเรายกเลิกสัญญาภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนี้แล้วค่ะ พวกเขาคิดว่าเรากำลังจะล้มละลาย" เลขาฯ รายงานต่อด้วยน้ำเสียงร้อนรน แม้เธอจะผ่านศึกมากับภคินมา2ชั่วยาม แต่แรงกดดันจากกลุ่มทุนเก่าแก่มันช่างมหาศาลเกินกว่าจะต้านทาน
"ปล่อยให้พวกเขากินอิ่มนอนหลับฝันหวานไปก่อนเถอะค่ะ" ภคินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่น่าเกรงขามจนคนฟังต้องกลั้นหายใจ เขาหันมามองภรรยาข้างกาย สายตาที่เคยแข็งกร้าวต่อศัตรูแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนอบอุ่นในเสี้ยววินาที "มินคะ เจ็บมือไหมคะที่เมื่อกี้ตกใจ?"
มินตราส่ายหัวเบาๆ เผลอหลุดยิ้มออกมาท่ามกลางสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขบวน "คุณนี่นะ... คนอื่นเขากำลังจะฮุบบริษัทเราอยู่แล้ว ยังมีอารมณ์มาห่วงเรื่องเล็กน้อยแบบนี้อีกเหรอคะ"
"สำหรับผม เรื่องของภรรยาไม่เคยเป็นเรื่องเล็กค่ะ" ภคินดึงมือบางขึ้นมาจูบเบาๆ ที่หลังมืออย่างทะนุถนอม ราวกับโลกใบนี้ไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าผู้หญิงคนนี้อีกแล้ว ก่อนที่เขาจะหันกลับไปสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดที่เปลี่ยนบรรยากาศในห้องให้กลายเป็นสนามรบทันที "ติดต่อไปทางธนาคารกลาง และส่งหมายศาลคดีหมิ่นประมาทพ่วงด้วยข้อหาปั่นหุ้นไปให้ตระกูลธนวินท์เดี๋ยวนี้ค่ะ... อ้อ, แล้วก็บอกพวกผู้อาวุโสด้วยว่า หุ้นที่พวกเขาพยายามกว้านซื้อเข้ามาในราคาสูงลิ่วเมื่อเช้า... แท้จริงแล้วมันเป็นขยะเปียกที่ผมจงใจคายทิ้งให้พวกเขารับช่วงต่อต่างหากล่ะค่ะ"
เลขาฯ เบิกตากว้าง อ้าปากค้างด้วยความคาดไม่ถึง สมองประมวลผลตามคำสั่งแทบไม่ทัน "ระ... หรือว่าที่คุณกุลธิดาเข้ามาถือหุ้นใหญ่ได้ เป็นเพราะ..."
"ใช่ค่ะ" ภคินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาดำมืดเต็มไปด้วยความเลือดเย็นที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากนักธุรกิจหนุ่มผู้แสนสุภาพ "ผมเป็นคนเปิดประตูต้อนรับงูพิษเข้าบ้านเองค่ะ อยากได้อำนาจมากนักใช่ไหมคะ งั้นก็ต้องเตรียมตัวรับภาระหนี้สินก้อนโตที่ผมจงใจเซ็นโอนถ่ายไปให้จนหมดลมหายใจด้วยสิคะ"
ในขณะเดียวกัน ที่คฤหาสน์ใหญ่โตของตระกูลกุลธิดา เสียงหัวเราะอย่างสะใจดังลั่นห้องรับแขก คุณหญิงกุลธิดานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหลุยส์ทองคำ สวมเครื่องเพชรระยิบระยับเต็มคอ ใบหน้าที่ผ่านการศัลยกรรมมาอย่างดีบิดเบี้ยวด้วยความสะใจ เธอกำลังดื่มด่ำกับชัยชนะปลอมๆ ที่คิดว่าได้เหยียบย่ำลูกเขยยากจนที่เธอเคยดูถูกเหียดหยามมาตลอด
"ฮึ! คิดจะมาเทียบชั้นกับตระกูลของเรา มันยังเร็วไปร้อยปีค่ะคุณแม่" ธนวินท์ที่นั่งอยู่ข้างๆ เอ่ยเสริมด้วยความลำพองใจ "ตอนนี้ทั้งตลาดหุ้นและคู่ค้าต่างพากันบอยคอตบริษัทของไอ้ภคินจนมุมหมดแล้ว พรุ่งนี้เช้าบริษัทมันต้องประกาศล้มละลายอย่างแน่นอนครับ"
"ดี! ให้มันรู้สำนึกซะบ้างว่าลูกสาวฉันควรจะได้แต่งงานกับคนระดับไหน ไม่ใช่ไอ้หนุ่มกระเป๋าแบนที่วันๆ เอาแต่เกาะเมียบัวผันกินไปวันๆ!" คุณหญิงกุลธิดาแค่นเสียงพูดอย่างเหยียดหยาม "พรุ่งนี้ฉันจะเดินทางไปประกาศยึดบริษัทของมันด้วยตัวเอง ให้มันกราบเท้าขอร้องฉันต่อหน้าพนักงานทุกคน!"
ทว่า... ความฝันอัน The Grand ของสองแม่ลูกก็ต้องสะดุดลง เมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงของคุณหญิงกุลธิดากรีดร้องดังลั่นทำลายความเงียบ เธอกดรับด้วยความหงุดหงิด คิดว่าเป็นรายงานข่าวดีเรื่องการล้มละลายของลูกเขย
"ว่ายังไงคะ? จัดการเรียบร้อยแล้วใช่ไหม?"
(คุณ... คุณหญิงครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!) เสียงปลายสายสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ (หุ้นที่เราทุ่มเงินซื้อทั้งหมด... กลายเป็นหุ้นเน่าที่มีภาระหนี้สินค้ำประกันอยู่พันล้าน! ตอนนี้... ตอนนี้เจ้าหนี้จากธนาคารกำลังบุกมายึดคฤหาสน์และทรัพย์สินทั้งหมดของเราแล้วครับคุณหญิง!)
โทรศัพท์มือถือในมือร่วงหล่นลงกระทบพื้นพรมราคาแพงเสียงดังตุบ หน้าของคุณหญิงกุลธิดาถอดสีซีดเผือดจนกลายเป็นสีขาวโพลน ราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อมในยามวิกาล
ในวินาทีนั้นเอง ประตูบานใหญ่ของคฤหาสน์ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซึ่งมารยาท เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเป็นจังหวะก้าวเข้ามาพร้อมกับบอดี้การ์ดในชุดสูทสีดำสนิทนับสิบชีวิตที่ยืนเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ
ร่างสูงสง่าของภคินก้าวเข้ามาในห้องรับแขกด้วยท่าทีสุขุม เยือกเย็น และทรงอำนาจเหนือผู้ใด เขาสวมสูทตัดเย็บพิเศษเข้ารูป มือข้างหนึ่งสอดไว้ในกระเป๋ากางเกง สายตากวาดมองสองแม่ลูกที่กำลังสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวราวกับลูกนกตกน้ำ
มินตราเดินเคียงข้างสามีเข้ามาอย่างสง่างาม เธอมองหน้ามารดาบังเกิดเกล้าที่เคยเหยียบย่ำเธอด้วยแววตาที่ว่างเปล่าไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ใดๆ อีกต่อไป
ภคินหยุดยืนตรงหน้าคุณหญิงกุลธิดาที่ทรุดตัวลงนั่งพับเพียบบนพื้นอย่างหมดสภาพ เขาก้มลงมองเล็กน้อยด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างของตระกูลใหญ่ให้พินาศย่อยยับในพริบตา
"ยินดีต้อนรับสู่การล้มละลายอย่างเป็นทางการนะคะ... คุณแม่ยาย"
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความสะใจและร่วมเดินทางไปกับแผนการร้ายๆ ของท่านประธานคนคลั่งรักนะคะ! - ต้นไม้ริมระเบียง
ท่านประธานสายเปย์กับเลขาหน้าเงิน•ตอนที่ 24
แผนซ้อนแผนของตระกูลใหญ่
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานสายเปย์กับเลขาหน้าเงิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!