เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงคลอเบาๆ ภายในห้องจัดเลี้ยงแกรนด์บอลroom ของโรงแรมระดับเจ็ดดาว แสงไฟจากแชนเดอเลียร์คริสตัลระยิบระยับสะท้อนกับเครื่องเพชรราคาแพงระยับบนเรือนร่างของบรรดาคุณหญิงคุณนายที่กำลังจับกลุ่มพูดคุยกันอย่างออกรส ที่นี่คือศูนย์รวมของอำนาจ เงินตรา และหน้ากากอันจอมปลอมในสังคมไฮโซ
"ได้ยินว่างานการกุศลคืนนี้ ธนวินท์ทุ่มเงินบริจาคไปหลายสิบล้านเพื่อซื้อสร้อยเพชร 'Aria's Tears' ให้คุณกุลธิดานะคะ สมandกันจริงๆ ตระกูลใหญ่จับมือกัน มีแต่จะยิ่งผูกขาดธุรกิจ"
เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นใกล้ซุ้มดอกไม้กุหลาบนำเข้าจากฮอลแลนด์ กุลธิดาในชุดราตรีผ้าไหมปักดิ้นทองอร่าม กำลังยืนรับคำเยินยอด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจ รัศมีแห่งความเย่อหยิ่งแผ่ซ่านออกมาจนแทบจะกลบคนรอบข้าง เธอยกแชมเปญขึ้นจิบเบาๆ ก่อนจะปรายตามองหาใครบางคนด้วยความสมเพชเวทนา
"ก็น่าสงสารนังมินตรามันนะคะ เลือกแต่งงานกับไอ้ผู้ชายกระจอกไม่มีหัวนอนปลายเท้า ป่านนี้คงนั่งกินแกลบอยู่ห้องเช่าโทรมๆ ไม่รู้เอาหน้าไปไว้ที่ไหน ที่กล้าทิ้งตระกูลเราไป" กุลธิดาแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ นึกถึงลูกสาวคนรองที่ตัดขาดกับครอบครัวไปเพราะผู้ชายไร้ค่าคนนั้น
ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังดำเนินไปอย่างไร้จุดสะดุด ประตูบานคู่แกะสลักลายวิจิตรขนาดมหึมาก็ถูกผลักเปิดออกด้วยพนักงานต้อนรับในชุดสูทสากลที่โค้งคำนับจนแทบขนานกับพื้น
พรึบ!
ราวกับมีคำสั่งลับบางอย่างที่ทำให้เสียงดนตรีและเสียงพูดคุยทั่วทั้งห้องเงียบกริบลงทันที ทุกสายตานับร้อยคู่หันขวับไปยังทางเข้าเป็นตาเดียว ความอลังการ เงียบสงบ และทรงพลังแผ่กระจายออกมาจนผู้คนต้องกลั้นหายใจ
ร่างสูงโปรดของภคินก้าวเข้ามาในชุดสูทสั่งตัดพิเศษจากอิตาลี เนื้อผ้าสีดำสนิททอด้วยด้ายไหมบริสุทธิ์สะท้อนแสงไฟระยิบระยับ ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตากลับไม่ใช่ความหล่อเหลาอันเยือกเย็นอย่างไร้ที่ติ หากแต่เป็นอوراแห่งอำนาจที่กดทับผู้คนรอบข้างให้รู้สึกตัวลีบลงทันทีที่เขาก้าวผ่าน และที่สำคัญที่สุด... ข้างกายของเขาคือมินตรา ภรรยาที่เคยถูกเหยียดหยามว่าต่ำต้อย บัดนี้เธอกลับสวมชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มปักคริสตัลระยิบราวกับท้องยามค่ำคืน รัศมีสง่างามเยือกเย็นและทรงอำนาจจนแทบไม่มีใครกล้าสบตาตรงๆ
แก้วแชมเปญในมือของกุลธิดาร่วงหล่นลงกระทบพื้นพรมหนานุ่ม เสียงแตกกระจายดังสนั่นท่ามกลางความเงียบงัด ตาของเธอเบิกกว้างจนแทบถล่นออกจากเบ้า สีหน้าเปลี่ยนจากความเย่อหยิ่งเป็นความซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย
"ทะ... ทำไม... มันเข้ามาได้ยังไง!" กุลธิดาพึมพำเสียงสั่น ร่างกายสะั่นเทิ้มด้วยความตกใจกลัวและไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
ธนวินท์ที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบก้าวออกมารabหน้าด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว เขากัดฟันกรอด ความอับอายและโทสะตีรวนขึ้นมาจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "เฮ้ย! พวกแกเป็นใคร การ์ดทำอะไรอยู่ปล่อยให้คนไม่มีระดับเข้ามาในงานวีไอพีแบบนี้ได้ยังไง!"
สิ้นเสียงตะคอกของธนวินท์ การ์ดชุดดำรูปร่างกำยำนับสิบชีวิตก็ก้าวเข้ามาล้อมรอบ แต่ทว่า... ไม่มีใครกล้าแตะต้องตัวภคินแม้แต่นهاยเดียว เพราะหัวหน้าการ์ดรักษาความปลอดภัยของโรงแรมรีบวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาโค้งคำนับภคินลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้
"ขอประทานอภัยครับท่านภคิน ทางเราไม่ทราบว่าท่านจะเดินทางมาถึงเร็วขนาดนี้ เชิญทางห้องรับรองวีไอพีระดับสูงสุดครับ!" เสียงของหัวหน้าการ์ดสั่นเครือด้วยความหวาดกลัว
คำว่า "ท่านภคิน" และ "วีไอพีระดับสูงสุด" กระแทกเข้าใส่โสตประสาทของทุกคนในห้องราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ
ธนวินท์หน้าถอดสี ถอยหลังกรูดไปสองก้าว สมองประมวลผลไม่ทันกับภาพตรงหน้า ภคิน... ผู้ชายที่เขาเคยเหยียดหยามว่าเป็นแค่คนงานกระจอก เป็นไอ้เกาะผู้หญิงกิน กลับกลายเป็นบุคคลระดับสูงสุดที่แม้แต่เจ้าของโรงแรมหรูแห่งนี้ยังต้องคุกเข่าต้อนรับอย่างนั้นหรือ?
ภคินไม่ได้ชายตาแลธนวินท์เลยแม้แต่น้อย สายตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองไปทั่วห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่กุลธิดาที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่ริมเสา รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความน่าสะพรึงกลัวของผู้ที่กำชะตาชีวิตของทุกคนไว้ในกำมือ
"ตกใจมากเหรอครับ... คุณแม่ยาย" ภคินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่นิ่งสนิทจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ
มินตราภรรยาสุดที่รักของเขาก้าวออกมายืนเคียงข้าง เธอไม่ได้ใช้สายตาเยาะเย้ยถากถาง แต่มันคือสายตาที่ราบเรียบ เย็นชา และสูงส่งเกินกว่าที่คนเคยเหยียดหยามเธอจะเอื้อมถึง มือเรียวบางสอดประสานเข้ากับมือหนาของสามีอย่างมั่น
"คุณคินคะ ดูเหมือนว่าอากาศแถวนี้จะเริ่มหายใจลำบากแล้วนะคะ เราไปนั่งข้างในกันดีกว่าค่ะ" มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ทุกคำพูดกลับทรงพลังดั่งค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของพวกปากจัดในงาน
ธนวินท์หน้าซีดเผือด มือที่กำหมัดแน่นสั่นเทาด้วยความแค้นและหวาดกลัว เขาพยายามจะอ้าปากพูดบางอย่างเพื่อกู้หน้า แต่ทว่า... เมื่อภคินหันมาสบตาเพียงเสี้ยววินาที ความกดดันระดับมหาศาลก็ทำให้ลำคอของเขาตีบตันจนเปล่งเสียงไม่ออก
ในวินาทีนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงของธนวินท์ก็แผดเสียงดังลั่นทำลายความเงียบ เขาหยิบขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทา ปลายสายคือผู้ช่วยส่วนตัวที่กรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
"คุณธนวินท์ครับ! แย่แล้วครับ! หุ้นของบริษัทเราถูกกว้านซื้ออย่างสายฟ้าแลบ... ตอนนี้... ตอนนี้บัญชีบริษัทถูกอายัดทั้งหมดแล้วครับ!"
ธนวินท์เบิกตากว้างโทรศัพท์ร่วงหล่นจากมือกระแทกพื้นหน้าจอแตกละเอียด เข่าทรุดฮวบลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ท่ามกลางสายตานับร้อยที่มองมาด้วยความสมเพชและตื่นตะลึง
ภคินก무มมินตราไว้แน่น ปรายตามองเศษซากความพินาศที่เขาสร้างขึ้นด้วยความไร้ความรู้สึก ก่อนที่มุมปากจะยกย่องขึ้นเล็กน้อยเมื่อเงาร่างของเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำใหญ่ปรากฏขึ้นบนดาดฟ้า พร้อมกับหน้าจอแท็บเล็ตในมือเลขาฯ ส่วนตัวที่แสดงยอดเงินสดหมุนเวียนในบัญชีหลักแสนล้านที่พร้อมจะบดขยี้ทุกอย่างให้ราบคาบในพริบตาเดียว
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ท่านประธานสายเปย์กับเลขาหน้าเงิน•ตอนที่ 11
ประกาศศักดาในงานเลี้ยงสังคมไฮโซ
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานสายเปย์กับเลขาหน้าเงิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!