เอกสารแฟ้มสีดำสนิทถูกกระแทกลงบนโต๊ะไม้สักทองราคาแพงระยับจนเกิดเสียงดังสนั่น ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในห้องประชุมใหญ่ของตระกูลธนวินท์
กลิ่นอายของความตื่นตระหนกและกลิ่นเหงื่อกาฬที่เกิดจากความหวาดกลัว คละคลุ้งปะปนไปกับกลิ่นกาแฟราคาแพงที่เย็นชืดมานานนับชั่วโมง ร่างของธนวินท์ทายาทผู้เคยเย่อหยิ่งและถือดีในชาติกำเนิด บัดนี้กำลังสั่นเทา ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยจากการอดนอนติดต่อกันสามวันเต็มเพื่อพยายามกอบกู้บริษัทที่กำลังจะล่มสลาย แต่มันช่างไร้ความหมาย เมื่ออำนาจเงินมหาศาลของตระกูลภคินเข้ามาบดขยี้ทุกเส้นทางหายใจของเขาจนไม่เหลือชิ้นดี
"นี่มันบ้าอะไรกัน... พวกคุณกำลังเล่นตลกอะไรอยู่!" ธนวินท์คำรามลั่น เสียงแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ขณะเงยหน้าขึ้นจ้องมองชายชุดสูทสีดำสนิทนับสิบชีวิตที่ยืนเรียงรายราวกับยมทูต
ทนายความมือหนึ่งของภคิน ซึ่งยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า ปรับแว่นตากรอบทองเล็กน้อย ก่อนจะแย้มยิ้มเยียบเย็นออกมาอย่างไม่เกรงกลัว รอยยิ้มนั้นไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่กลับเปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยันที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"คุณธนวินท์คะ โปรดใช้สติพิจารณาเอกสารในแฟ้มนั้นให้ดีเถอะค่ะ" น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดังขึ้น "ท่านประธานของดิฉัน... นายภคิน กรณ์วรกุล ได้กรุณาตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลคุณแล้ว และพบว่าในอีกยี่สิบสี่ชั่วโมงข้างหน้า บริษัทของคุณจะประกาศล้มละลายอย่างสมบูรณ์แบบ หนี้สินมูลค่าหมื่นล้านจะถูกโอนย้ายมาเป็นกรรมสิทธิ์ของท่านประธานทั้งหมด"
สิ้นคำพูดนั้น ธนวินท์ก็แทบจะทรุดฮวบคราบเก้าอี้ แววตาสิ้นหวังฉายชัดขึ้นมาทันที เขารู้ดีว่ามันไม่ใช่คำขู่ เพราะตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา หุ้นทุกตัวในมือของเขาร่วงดิ่งลงเหวอย่างไร้สาเหตุ ธนาคารทุกแห่งปฏิเสธการปล่อยกู้ และคู่ค้าทางธุรกิจรายใหญ่ต่างพากันฉีกสัญญาหนีหายอย่างไร้เยื่อใย ทั้งหมดนี้... เป็นฝีมือของชายหนุ่มคนที่เขาเคยเหยียดหยามว่า เป็นเพียงแค่ "ไอ้แมงดาเกาะผู้หญิงกิน" เมื่อหลายเดือนก่อน
ในขณะเดียวกัน ที่คฤหาสน์หรูริมน้ำอันเงียบสงบ บรรยากาศกลับอบอวลไปด้วยความนุ่มนวลและลึกซึ้ง มินตรากำลังนั่งจิบชาอุ่นๆ อยู่ที่ระเบียงกว้าง สายตาทอดมองไปยังผืนน้ำระยิบระยับยามบ่าย ร่างสูงโปรดของภคินก้าวเข้ามาเงียบๆ ก่อนจะสวมกอดเธอจากด้านหลังอย่างทะนุถนอม ฝ่าหนาอบอุ่นโอบกอดเอวบางไว้แน่น ราวกับเธคือสิ่งล้ำค่าเพียงหนึ่งเดียวในจักรวาลนี้ที่เขาไมยอมให้ใครแตะต้อง
"เหนื่อยไหมคะที่ต้องคอยจัดการเรื่องพวกนี้" มินตราเอ่ยถามเบาๆ พลางวางมือเรียวลงบนท่อนแขนแกร่งของสามี ดวงตากลมโตฉายแววห่วงใยเจือความรู้สึกผิดเล็กน้อย "มินคิดว่า... เราปล่อยพวกเขาไปบ้างก็ได้นะคะ ความพินาศขนาดนี้ มันอาจจะรุนแรงเกินไป..."
ภคินซบใบหน้าลงกับลาดไหล่เนียนของภรรยาสาว สูดดมกลิ่นกายหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคย ความเย็นชาและเลือดเย็นที่เขาใช้ฟาดฟันศัตรูเมื่อครู่ มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความอ่อนโยนและคลั่งรักที่มีให้ผู้หญิงคนนี้เพียงคนเดียว
"สำหรับคนอื่น พี่อาจจะใจร้ายและเลือดเย็นได้มากกว่านี้..." ภคินกระซิบชิดใบหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มนุ่มเต็มไปด้วยความรักล้นปรี่ "แต่มินตราคะ... จำวันที่เราสองคนไม่มีแม้แต่เงินจะซื้อข้าวกินได้ไหม วันที่แม่เลี้ยงของคุณและคนตระกูลนั้นเหยียบย่ำศักดิ์ศรีคุณจนไม่เหลือชิ้นดี... พี่จดจำทุกหยดน้ำตาของมินได้ขึ้นใจ สิ่งที่พี่กำลังทำอยู่ตอนนี้ มันยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำกับการที่พวกเขาบังอาจทำร้ายภรรยาของพี่"
มินตราเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความตื้นตัน เธอกุมมือเขาไว้แน่น ความทรงจำในอดีตที่ยากลำบากไหลย้อนกลับมา แต่ทว่า... บัดนี้เธอมิได้โดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว ข้างกายเธอกลลับมีมหาเศรษฐีผู้กุมชะตาชีวิตคนทั้งประเทศคอยปกป้องคุ้มครองอย่างใกล้ชิด
ณ ห้องประชุมเดิม เวลาเคลื่อนผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่น่าอึดอัด ทุกวินาทีคือการบั่นทอนลมหายใจของธนวินท์และกุลธิดาผู้เป็นมารดา ซึ่งเพิ่งถูกพาตัวเข้ามาสมทบด้วยสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ กุลธิดาในวัยชราที่เคยเชิดหน้าชูตาในสังคมไฮโซ บัดนี้ใบหน้าซีดเผือด เส้นผมกระเซิง ไม่หลงเหลือเค้าลางความเย่อหยิ่งหลงเหลืออยู่เลย
"พวกแก... ต้องการอะไรกันแน่! จะให้ฉันกราบแทบเท้าเลยใช่ไหม ถึงจะยอมหยุด!" กุลธิดากรีดร้องออกมาด้วยความสติแตก ล้มตัวลงตรงหน้าทนายความของภคิน แต่วินาทีนั้นเอง ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างสูงสง่าของภคินที่ก้าวเข้ามาในห้องด้วยรัศมีอันน่าเกรงขาม
กุลธิดาเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ ดวงตาเบิกโพรงด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เมื่อตระหนักได้ว่าชายหนุ่มผู้กุมอำนาจสูงสุดและกำลังบดขยี้ครอบครัวเธอให้แหลกคาเท้า... แท้จริงแล้วคือคนที่เธอเคยสาดน้ำชาใส่หน้าและขับไล่ออกจากบ้านอย่างหมิ่นเกียรติเมื่อปีก่อน!
"คุณ... คุณคิน..." กุลธิดาพึมพำเสียงสั่น ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด "ทะ... ทำไม... เป็นไปไม่ได้..."
ภคินหยุดยืนมองคนทั้งสองด้วยสายตานิ่งสนิท ราวกับกำลังมองมดปลวกที่ไร้ค่า รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักสวยอย่างน่ากลัว
"ในเมื่อพวกคุณเลือกที่จะดูถูกและเหยียบย่ำคนที่รักที่สุดของผม... วันนี้ ผมก็แค่จะมาทวงคืนทุกอย่างที่พวกคุณเคยพรากไป" ภคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ "ผมให้เวลาพวกคุณอีกแค่สิบวินาทีสุดท้าย... จะเซ็นสัญญาประกาศยอมแพ้โดยดี หรือจะปล่อยให้ตระกูลธนวินท์กลายเป็นเพียงเศษฝุ่นที่ไม่มีแม้แต่แผ่นดินจะซุกหัวนอน"
สิ้นเสียงประกาศิตของมหาเศรษฐีหนุ่ม บรรยากาศภายในห้องก็ดิ่งลึกลงสู่ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว ธนวินท์มือไม้สั่นเทาขณะถือปากกา ดวงตาดำดิ่งสู่ความมืดมิดอย่างไร้ทางเลือก
ทว่า ในวินาทีที่ปลายปากกาจ่อลงบนกระดาษแผ่นสุดท้าย เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงของธนวินท์ก็แผדเสียงกรีดร้องแหลมสูงขึ้นทำลายความเงียบ ทายาทหนุ่มชะงักมือ รีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมารับด้วยความหวังอันริบหรี่ เผื่อว่าจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น ทว่าเสียงที่ดังลอดออกมาจากปลายสายกลับทำให้เขาหน้าถอดสีและปล่อยโทรศัพท์ร่วงหล่นลงพื้นกระเบื้องแตกกระจาย
"คุณธนวินท์คะ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!" เสียงเลขาส่วนตัวจากปลายสายหวีดร้องด้วยความตื่นตระหนก "เมื่อสักครู่... มีคำสั่งด่วนที่สุดจากสำนักงานใหญ่ในต่างประเทศ ระงับการช่วยเหลือทั้งหมด และบัญชีสำรองลับของตระกูลเรา... ถูกอายัดโดยบุคคลปริศนาที่มีอำนาจเหนือกว่าพวกเราสามระดับ... ตอนนี้... ตอนนี้ตำรวจกำลังเดินทางไปที่คฤหาสน์เพื่อจับกุมคุณพ่อ ข้อหาฟอกเงินและทุจริตระดับชาติแล้วค่ะ!"
ธนวินท์เบิกตากว้าง ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ร่างกายล้มพับลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ท่ามกลางเสียงหัวอกจะแตกสลายของกุลธิดาที่กรีดร้องโหยหวนลั่นห้องประชุม
ทว่า ในขณะที่ความพินาศกำลังถาโถมเข้าใส่ตระกูลใหญ่จนไม่เหลือชิ้นดีนั้น เสียงฝีเท้าอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลังประตูกระจกบานใหญ่ที่เชื่อมต่อกับระเบียงส่วนตัว มินตราในชุดเดรสยาวสีขาวบริสุทธิ์ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มบางเบาที่ประดับอยู่บนใบหน้า เธอยื่นแฟ้มเอกสารอีกชุดหนึ่งให้สามี โดยมีสายตาทุกคู่ในห้องจ้องมองด้วยความหวาดผวา
"คุณคะ..." มินตราเอ่ยเสียงหวาน กวาดสายตามองมารดาเลี้ยงที่กำลังนอนกราบกรานอยู่แทบเท้า "ดูเหมือนว่า... ยังมีอีกหนึ่งบัญชีลับที่พวกเขาลืมบอกคุณนะคะ"
ต้นไม้ริมระเบียง ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาจนถึงบทนี้นะคะ
ท่านประธานสายเปย์กับเลขาหน้าเงิน•ตอนที่ 30
การยื่นคำขาดครั้งสุดท้าย
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานสายเปย์กับเลขาหน้าเงิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!