"หากสตรีทุกคนในใต้หล้าล้วนมีใบหน้าเย็นชาดั่งก้อนน้ำแข็งเช่นแม่นางมู่หรง เกรงว่าโรงสุราทั่วทั้งยุทธภพคงต้องปิดกิจการเพราะความแห้งแล้งของหัวใจผู้คนเป็นแน่"
เสียงหัวเราะเบาๆ เจือกลิ่นสุราหมักชั้นดีดังขึ้นทำลายความเงียบงันของผืนป่าไผ่
ริมทะเลสาบหมื่นพิษในยามวิกาล ผิวน้ำสะท้อนแสงจันทร์สีนวลตราบจนกลายเป็นสีเงินยวง ทว่าบรรยากาศโดยรอบกลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายมรณะที่พร้อมพรากชีวิตของผู้เยี่ยมเยือนได้ทุกเมื่อ ไอพิษสีม่วงจางๆ ลอยวนเวียนอยู่เหนือน้ำราวกับอสรพิษซ่อนเขี้ยว ทว่าบุรุษชุดคลุมสีเทาเก่าคร่ำกลับนั่งเอกเขนกอยู่บนกิ่งหลิวโน้มต่ำอย่างไร้ความระแวดระวัง ในมือถือไหสุรากระเบื้องเคลือบที่พร่องไปกว่าครึ่ง ดวงตาคมปลาบดั่งกระบี่ในฝักทอดมองเงาจันทราในน้ำด้วยแววตากรุ้มกริ่ม
ณ เบื้องหน้าของเขา ห่างออกไปเพียงสิบก้าว ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับเซียนจำศีลยืนหยัดอย่างมั่นคง ปลายเท้าแตะอยู่บนผิวน้ำที่นิ่งสนิทโดยไม่สร้างแม้แต่ระลอกคลื่น มู่หรงเสวี่ยมิได้ขยับเขยื้อiกาย ทว่ารัศมีเย็นเยียบแผ่ซ่านออกมาจากร่างจนหยาดน้ำค้างบนใบหญ้ารอบบริเวณกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลนในพริบตา
นางพญาโลหิตกระบี่น้ำแข็งปรายตามองบุรุษเบื้องหน้าด้วยแววตาที่ไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ ดั่งมองดูซากศพที่กำลังจะสูญเสียลมหายใจ นางกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบดั่งสายลมหนาวขั้วโลก "ไป๋ซืออวี้ เจ้ายังมีแก่ใจดื่มสุราในสถานที่ซึ่งแม้แต่ยมบาลยังต้องเมินหน้าหนี ดูท่าสมองของเจ้าคงถูกฤทธิ์สุรากัดกินจนเน่าเฟะไปหมดแล้ว"
ไป๋ซืออวี้แย้มยิ้มบางเบา เขาเงยหน้าขึ้นซดสุราอึกใหญ่ ปล่อยให้รสชาติร้อนแรงบาดลำคอก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างยาวนานด้วยความพึงพอใจ
"แม่นางมู่หรงกล่าวเกินไปแล้ว สุราดีต้องดื่มในยามที่บรรยากาศเป็นใจ ยิ่งได้ชมโฉมหน้าอันงดงามล่มเมืองแต่เย็นชาดั่งน้ำแข็งนับพันปีของเจ้า ยิ่งทำให้สุราในไหมีรสชาติล้ำเลิศขึ้นอีกสามส่วน" ไป๋ซืออวี้กลอกตาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวน "น่าเสียดาย... สตรีที่งดงามปานล่มเมือง เหตุใดจึงพกพาจิตสังหารที่รุนแรงเสียจนดอกไม้ใบหญ้าแถบนี้พากันเหี่ยวเฉาตายไปหมด น่าสงสารพวกมันจริงๆ นะครับ"
ฉับพลัน อุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงจนถึงขีดสุด!
ประกายแสงสีฟ้าครามวับวาบขึ้นจากฝักกระบี่ในมือของมู่หรงเสวี่ย นางมิได้เอวาจาโต้ตอบอันใดอีก พลังปราณเยือกแข็งสายหนึ่งพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า เปลี่ยนหยาดน้ำในอากาศให้กลายเป็นเข็มน้ำแข็งนับหมื่นเล่มที่ชี้ตรงมายังร่างของไป๋ซืออวี้อย่างไร้ความปรานี
วิชา 'กระบี่ผูกจิตพิชิตนภา' ขั้นที่เจ็ด!
"ช้าก่อน!" ไป๋ซืออวี้ร้องอุทานพร้อมกับพลิกกายหลบอย่างรวดเร็ว ปลายเท้าแตะกิ่งหลิวเบาๆ จนกิ่งไม้หักสะบั้น เขาส2ลัดมือออก ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์สายหนึ่งพุ่งแหวกอากาศเข้าปะทะกับห่าฝนเข็มน้ำแข็งเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงอสนีบาต
*ตูม! ตูม! ตูม!*
เศษน้ำแข็งกระจายว่อนทั่วบริเวณ ไอพิษจากทะเลสาบที่ถูกพลังปราณกระบี่ทั้งสองสายปะทะกันพลันทลายกลายเป็นหมอกควันสีขาวโพลนปกคลุมไปทั่วทิศทาง
มู่หรงเสวี่ยไม่ปล่อยให้เป้าหมายตั้งตัว ร่างของนางหายวับไปจากจุดเดิมราวกับภูตผี พริบตาก็มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหลังของไป๋ซืออวี้ กระบี่น้ำแข็งในมือถูกชักออกมาครึ่งฝัก ประกายแสงสีฟ้าเจิดจ้าบาดตาพุ่งตรงเข้าใส่จุดตายบริเวณท้ายทอยของเขาอย่างไร้ช่องว่าง
ความเร็วนี้นับว่าเหนือล้ำกว่าจอมยุทธ์ทั่วไปในยุทธภพไม่รู้กี่เท่าทวีคูณ!
ทว่า ไป๋ซืออวี้กลับไม่มีทีท่าตกใจแม้แต่น้อย มุมปากของเขายกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ ในวินาทีที่คมกระบี่เยือกแข็งกำลังจะจู่โจมถึงผิวเนื้อ ร่างของเขากลับบิดตัวในมุมที่มนุษย์ยากจะทำได้ ราวกับสายลมที่ไร้รูปร่างและตัวตน
*ฉับพลัน!*
เส้นผมสีดำสนิทของไป๋ซืออวี้เส้นหนึ่งขาดปลิวหลุดร่วงลงสู่พื้น ทว่าตัวเขากลับไปยืนอยู่บนโขดหินอีกฝั่งหนึ่งของทะเลสาบอย่างปลอดภัย พร้อมกับยกไหสุราขึ้นจิบหน้าตาเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
มู่หรงเสวี่ยหยุดฝีเท้าลง นางหันกลับมามองบุรุษหนุ่มด้วยแววตาที่ฉายแววระแวงสงสัยเป็นครั้งแรก วิชาตัวเบาเมื่อครู่นี้... มิใช่เคล็ดวิชาของสำนักใดในยุทธภพที่นางเคยรู้จัก
"กระบี่สุราไร้ลักษณ์... สมคำร่ำลือจริงๆ" มู่หรงเสวี่ยเอ่ยเสียงเย็นเยียบ น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยจิตสังหารที่ถูกกดเอาไว้ภายใต้ความนิ่งสงบ "แต่เจ้าคิดจริงๆ หรือว่า เจ้าจะหนีพ้นเงื้อมมือของข้าไปได้?"
ไป๋ซืออวี้วางไหสุราลงบนโขดหิน เสียงกระทบเบาๆ ดังสะท้อนท่ามกลางความเงียบ เขาประสานสายตากับนางพญาโลหิตอย่างไม่เกรงกลัว รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่จางหายไป แทนที่ด้วยแววตาที่ลึกล้ำดั่งห้วงมหาสนุก
"แม่นางมู่หรง..." ไป๋ซืออวี้ทอดเสียงยาว เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังเป็นครั้งแรก "ข้าเตือนด้วยความหวังดี... อย่าได้ใช้กระบี่เล่มนั้นอีกในคืนนี้ มิฉะนั้น สิ่งที่กำลังจะตื่นขึ้นจากก้นบึงทะเลสาบหมื่นพิษ จะไม่ใช่แค่พวกเราสองคน... แต่อาจเป็น 'มัน' ผู้หลับใหลมานานนับร้อยปี"
สิ้นคำพูดของไป๋ซืออวี้ ผิวน้ำที่เคยสงบนิ่งของทะเลสาบหมื่นพิษก็เริ่มส่งเสียงคำรามต่ำๆ ราวกับมีบางสิ่งขนาดมหึมากำลังเคลื่อนตัวขึ้นมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "เซียนสุราเมามาย" ในบทนี้นะครับ
กระบี่เย้ยจันทรากับนางพญาโลหิต•ตอนที่ 2
เงาจันทราทาบผืนน้ำ
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เย้ยจันทรากับนางพญาโลหิต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!